กรมประมง ปิดอ่าวไทย พื้นที่ประจวบ-ชุมพร-สุราษฎร์ ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 30 ล้าน เพื่อฟื้นฟูธรรมชาติ โดยอนุญาตให้ใช้เครื่องมือได้บางชนิดเท่านั้น

วันที่ 8 ก.พ. กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมประมง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยมีเนื้อหาประกาศ “ปิดอ่าวไทย ปี 2564” ในพื้นที่บางส่วนของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี

นายมีศักดิ์ ภักดีคง อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า มาตรการ “ปิดอ่าวไทย” เป็นมาตรการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ในฝั่งทะเลอ่าวไทย เพื่ออนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรสัตว์น้ำให้มีใช้อย่างยั่งยืน และเป็นมาตรการที่สำคัญและเป็นภารกิจหลักของกรมประมงที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องถึง 68 ปี

โดยช่วงเวลา 15 ก.พ.-15 พ.ค. ระยะเวลา 90 วันเขตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี พบว่า พ่อแม่พันธุ์ปลาทูมีความสมบูรณ์เพศ และพร้อมผสมพันธุ์ และมีการแพร่กระจายของลูกปลาทู-ปลาลัง และปลาเศรษฐกิจขนาดเล็ก

ช่วงเวลา 16 พ.ค.-14 มิ.ย. ระยะเวลา 30 วัน

เขตชายฝั่งทะเลตามแผนที่แนบท้ายของประกาศปิดอ่าวไทยตอนกลางของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และ สุราษฎร์ธานี เพื่อให้ลูกปลาวัยอ่อนที่เกิดบริเวณพื้นที่มาตรการมีโอกาสเลี้ยงตัวบริเวณชายฝั่ง

เขตต่อเนื่องปลายแหลมเขาม่องไล่ ถึง อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบลูกปลาขนาดเล็ก เดินทางเคลื่อนเข้าสู่อ่าวไทยรูปตัว ก เพื่อรักษาปลาทูสาวให้เจริญเติบโตเป็นพ่อแม่พันธุ์ และพร้อมเดินทางลงไปผสมพันธุ์วางไข่ในช่วง ก.พ. (ปิดอ่าวไทย) ปีต่อไป

อย่างไรก็ตาม กรมประมงอนุญาตให้ใช้เฉพาะเครื่องมือบางชนิด ซึ่งเป็นของกลุ่มประมงขนาดเล็ก และไม่กระทบกับมาตรการปิดอ่าวไทย เช่น ครื่องมืออวนลากแผ่นตะเฆ่ อวนลากคานถ่างที่ใช้ประกอบเรือกลที่มีขนาดความยาวไม่เกิน 16 เมตร เครื่องมืออวนปู อวนลอยกุ้ง เครื่องมืออวนครอบ อวนช้อน หรืออวนยกหมึก ลอบหมึกทุกชนิด ซั้งทุกชนิดที่ใช้ประกอบทำการประมงพื้นบ้าน คราดหอย จั่น ยอ แร้ว สวิง แห เบ็ด สับปะนก ขอ ลอบ ฉมวก และเครื่องมืออื่นใดที่ไม่ใช้ประกอบเรือกลขณะทำการประมง เป็นต้น

นอกจากนี้ กรมประมง ยังประกาศเตือนว่า ขอให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ให้ทำประมงเฉพาะเครื่องมือที่ประกาศให้ใช้ได้เท่านั้น ผู้ใดฝ่าฝืนจะเป็นความผิดตามตามมาตรา 70 แห่งพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 ต้องระวางโทษ ปรับตั้งแต่ 5,000 – 30,000,000 บาท

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน