เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 29 พ.ย. ที่เสถียรธรรมสถาน ถ.วัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. แม่ชีศันสนีย์ เสถียรสุต ได้เปิดเผยถึงอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งที่กระเพาะอาหารว่า หลังจากที่ตนพบว่า ตนเองเริ่มมีอาการปวดท้องอย่างมาก และมีอาการอ่อนเพลียน จนไปพบแพทย์ ที่ รพ.ศิริราช เมื่อช่วงปลายเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งจากผลตรวจของแพทย์ปรากฏว่าพบ ก้อนมะเร็ง ขนาด 10 เซนติเมตร อยู่ในกระเพราะอาหาร ซึ่งตอนนั้นตนเองคิดอยู่เพียงอย่างเดียวคือ จะเป็นอะไรก็เป็น แต่ขอให้สิ่งที่เป็นนั้นเกิดประโยชน์กับผู้คน
แต่อย่างไรก็ตาม จากที่มีกระแสข่าวไปก่อนหน้าว่า แม่ชีปฏิเสธการรักษาจากแพทย์ คือการผ่าตัดหรือการให้คีโมนั้น ตรงนี้ต้องขอบอกว่า หลังจากที่ทราบว่าตนเองป่วย ตนไม่ได้บอกให้ทุกคนในเสถียรธรรมสถาน หรือ ลูกศิษย์ทราบ เพราะว่าตนเองไม่อยากให้ทุกคนวิตกกังวล และทุกคนก็จะเสียขวัญหมดกำลังใจ แม่ชีไม่กล้าที่จะปฏิเสธแพทย์ เพียงแต่คุณหมอที่รักษาได้เสนอทางเลือกอื่นที่มีอยู่หลายวิธี ประกอบกับการที่ตนเองนั้นสังเกตุตัวเองตามหลักของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่สอนให้เรารู้จักการสำรวจตัวเอง และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่างๆในการใช้ชีวิตของตน โดยจะบอกกับตัวเองเสมอว่าต้องมีความเมตตาให้ตัวเอง พร้อมปฏิบัติตัวเป็นคนไข้ที่ดีของหมอ
แม่ชีศันสนีย์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องของแนวทางธรรมชาติบำบัดนั้น แม่ชีจะปฏิบัติควบคู่ไปกับการทำสมาธภาวนา คือ เราจะปรับเปลี่ยนและดูแลเรื่องอาหารการกิน แบ่งเวลาในการทำงาน และทุกๆวันเวลา 2 ทุ่มตนจะภาวนาจิต ทำสมาธิ กำหนดลมหายใจ จนถึง 4 ทุ่ม คือเวลาเข้านอน และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การกลัวมะเร็ง เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับมัน การกลัวมะเร็งก็เหมือนกับตายทั้งเป็น แต่ทั้งนี้การใช้แนวทางธรรมชาติบำบัด นั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนเราก็ต้องทำตามที่แพทย์แนะนำด้วยเช่นกัน จนกระทั่ง เมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา แม่ชีได้ไปพบแพทย์อีกครั้งเพื่อทำการตรวจก้อนมะเร็งที่พบจาก 10 ซม. เหลืออยู่ เพียง 3 ซม. เท่านั้น ซึ่งมันก็เป็นผลมาจากการที่เราปฏิบัติตนใหม่และเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับมันและนำวิธีที่เราทำแล้วเห็นผล มาบอกต่อให้กับผู้อื่นที่ป่วยด้วยโรคนี้ไปปฏิบัติตาม ซึ่งตรงนี้เองแม่ชีกำลังทำการบันทึกข้อมูลต่างๆ เพื่อทำเป็นหนังสือเพื่อเยียวยาคนป่วย โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนหน้า
แม่ชีศันสนีย์ กล่าวอีกว่า ส่วนสาเหตุที่แม่ชีล้มป่วยคือ การเร่งสร้างอาคารธรรมาศรม ตั้บแต่ช่วงเดือน ต.ค. ปีก่อน แต่ขณะนั้นยังไม่ทราบว่าตนเองป่วย ส่วนเรื่องการรักษากับแพทย์ก็ยังมีการทานยาควบคู่กันไป และแพทย์ได้นัดให้ไปพบอีกครั้ง ช่วงก่อนปีใหม่ แต่แม่ชี ต้องขอปรึกษาหมอก่อนว่าจะขอเลื่อนไปพบช่วงหลังปีใหม่เนื่องจากจะมีงานสวดมนต์ข้ามปีจะมัผู้คนเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ซึ่งแม่ชีก็ยังเป็นห่วงตรงนี้อยู่ ทั้งนี้ อยากขอฝากโครงการ อยู่อย่างมีความหมาย ตายอย่างมีคุณค่า ในวันที่ 1-10 ธ.ค. นี้ ด้วย
เมื่อถามถึงอาการป่วยของโรคมะเร็งในกระเพราะอาหารว่าเป็นในระยะที่เท่าไร แม่ชีศันสนีย์ กล่าวว่า ตนเองไม่เคยถามหมอว่าเป็นระยะไหนขั้นที่เท่าไร เพราะว่าเรื่อง เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดา แต่ขอให้สิ่งที่ตนเองเป็นนั่นเกิดประโยชน์กับผู้คน



