ย้อนอ่าน “แม่พลอย” ความอาดูรของแผ่นดินในวันสิ้นรัชกาลที่ 5

การเสด็จสวรรคตของในหลวง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อันเป็นการสิ้นแผ่นดินรัชกาลที่ 9 หลายคนเปรียบเปรยว่า เข้าใจหัวอกแม่พลอยแล้ว

 

14680840_1387749547931831_7765539898130615311_o

 

ความวิปโยคโศกเศร้าที่แผ่ขจายไปทั่วประเทศ บางคนถึงกับกล่าวว่า เราผ่านการสูญเสียมาแค่แผ่นดินเดียว แม่พลอยทนได้อย่างไรตั้งสี่แผ่นดิน

 

14650203_1387749581265161_8155984471164108503_n

 

“สี่แผ่นดิน” อมตะนิยายอิงประวัติศาสตร์ของไทย เพชรน้ำเอกแห่งวรรณกรรมรัตนโกสินทร์ หนังสือดี 1 ใน 100 เล่มที่คนไทยควรอ่าน ผลงานอันทรงคุณค่าของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐรายวัน ก่อนจะรวบรวมตีพิมพ์เป็นรูปเล่มครั้งแรกในปี พ.ศ. 2496 และได้รับการตีพิมพ์อีกหลายสิบครั้ง ถูกนำมาสร้างเป็นละคร ภาพยนตร์หลายหน รวมถึงเดอะ มิวสิคัล ในยุคปัจจุบัน ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นไปของบ้านเมืองในช่วง 4 รัชสมัย 4 แผ่นดิน ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จนถึงสิ้นแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิต ความเป็นอยู่ ตลอดจนความคิดเห็นของคนที่ต้องประสบเหตุการณ์ ผ่านตัวละคร

 

“ตามปรกติในการเล่นละครย่อมต้องมีฉาก แต่ฉากละครนั้นเป็นของสมมุติ ตกแต่งให้ละม้ายคล้ายคลึงกับของจริง ส่วนตัวละครที่แสดงนั้นเป็นคนจริงๆ มีชีวิตและเนื้อหนังเหมือนคนดูทั้งหลาย
หนังสือเรื่อง ‘สี่แผ่นดิน’ นั้น เป็นของกลับกันกับวิธีแสดงละคร คือฉากทั้งหลายทั้งปวงที่ผู้เขียนได้นำมาใช้ในการเขียนเรื่องนี้เป็นของจริงทั้งสิ้น” คำกล่าวที่ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เขียนไว้ในบทนำเมื่อครั้งรวมเล่ม

 

เมื่อได้ย้อนไปเปิดหนังสือ “สี่แผ่นดิน” ช่วงจบแผ่นดินที่หนึ่ง คราสิ้นพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ.2453 เหตุการณ์ที่ “แม่พลอย” ประสบพบเจอ ช่างคล้ายกับวันสิ้น “รัชกาลที่ 9” วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 ขอคัดมานำเสนอในบางช่วงตอน

 

14612554_1387749674598485_2028580494125035342_o

 

ยายเทียบกลับจากตลาดตอนสาย เดินร้องไห้โฮๆ เข้ามาในบ้าน ทรุดตัวลงนั่งยกมือพนมท่วมหัว แล้วร้องไห้อีกโฮใหญ่ แล้วพูดกับแม่พลอยว่า
“คุณเจ้าขา! เขาพูดกันในตลาด ว่าในหลวงสวรรคตเสียแล้ว วันนี้คนร้องไห้กันทั้งตลาด ไม่มีใครทำมาค้าขายกันเลย”

 

14666141_1387749617931824_7857305060332222972_n
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

พลอยใจหายวาบ ต้องทรุดตัวลงนั่งที่กระไดตึก นึกสังหรณ์ในใจขึ้นมาทันทีว่ายายเทียบมิได้พูดข่าวลือเหลวไหล แต่ใจนั้นยังไม่ยอมเชื่อ

 
พลอยเกิดมาในแผ่นดินของท่านที่รู้สึกว่าเป็นสุขแต่น้อยคุ้มใหญ่ มีชีวิตอยู่ได้ด้วยความแน่นอน เหมือนกับว่ามีต้นโพธิ์อันใหญ่คุ้มกันอยู่ให้ได้รับความร่มเย็นเพราะพระบารมี เรื่องพระเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคตนั้น พลอยไม่เคยนึกถึงเลย เพราะนึกไปไม่ถึงด้วยเป็นเรื่องใหญ่…

 

14724610_1387749521265167_7762845727670870096_n

 

วันนั้นอากาศมืดครึ้มไปทั่ว ไม่มีแสงแดด ทำให้แลดูครึ้ม เยือกเย็น ลมเหนือที่เริ่มจะพัดในเดือนตุลาคมหยุดนิ่ง ในวันนั้น แม้แต่ใบไม้สักใบก็ไม่มีกระดิก เสียงนกเล็กๆ ที่เคยร้องอยู่ตามพุ่มไม้ก็เงียบหายไป ธรรมชาติทั่วทั้งกรุงเทพฯ ดูเหมือนจะแสดงความโศกสลดในความวิปโยคอันยิ่งใหญ่

 

14695464_1387749514598501_7556611936760755344_n

 

คุณเปรมเดินขึ้นตึกแต่เบาๆ เข้ามานั่งลงข้างพลอยและร้องไห้ คำตอบเท่านั้นพอแล้วสำหรับพลอย
ขณะที่พลอยเดินไปหยิบเสื้อผ้าคุณเปรม น้ำตาก็ยังไหลออกมาเรื่อยๆ ซึ่งพลอยไม่เห็นความจำเป็นอะไรที่จะต้องเช็ดให้แห้ง เพราะคุณเปรมเองก็ยังร้องไห้อยู่เรื่อยๆ เช่นเดียวกัน

 

พลอยเดินไปมาด้วยความกระวนกระวายใจจนบ่าย นึกออกว่าเย็นวันนี้เขาจะแห่พระบรมศพกลับเข้าวัง อย่างน้อยที่สุด ที่ตนจะทำได้ในวันนี้คือ ไปคอยเฝ้าถวายบังคมพระบรมศพตามข้างถนนหนทาง ยังดีกว่านั่งอยู่ที่บ้านโดยไม่มีจิตใจจะทำอะไรถูก พอนึกออก พลอยก็รีบแต่งกายเข้าเครื่องไว้ทุกข์ แล้วขึ้นรถม้าออกจากบ้านสองคนกับนางพิศ มุ่งหน้าไปทางถนนราชดำเนิน

 

ตลอดทางที่พลอยผ่าน มีแต่ชาวบ้านร้านตลาดแต่งกายไว้ทุกข์ นุ่งดำ เดินมุ่งหน้าไปทางเดียวกันทั้งสิ้น ทุกคนมีใบหน้าอันเศร้าหมอง ส่วนมากถือดอกไม้ธูปเทียนในมือ บางคนเดินร้องไห้ดังๆ บางคนก็เดินเช็ดน้ำตา ทุกคนต่างมุ่งหน้าไปคอยกระบวนพระบรมศพ เพื่อถวายบังคมสักการะในวันนี้

 

พลอยบอกให้รถหยุด แล้วเดินปนกับฝูงคนไปยังถนนราชดำเนินใน ตามสองข้างถนนนั้น ราษฎรมานั่งคอยถวายบังคมพระบรมศพกันโดยตลอด ทุกคนเงียบกริบ ไม่มีใครส่งเสียงกระโตกกระตาก พลอยค่อยๆ หลีกคนเข้าไป เห็นมีที่ว่างอยู่ข้างถนนหน่อยหนึ่งก็เข้าไปนั่งเยื้องไปข้างหน้า พอเอื้อมมือถึง มีทหารยืนรายทางอยู่คนหนึ่ง

 

พลอยนั่งคอยอยู่นาน ฝูงคนที่มาคอยถวายบังคมก็มากขึ้นทุกที อากาศที่ครึ้มอยู่ตลอดทั้งวันนั้น กลายเป็นเมฆฝนขนาดหนัก บดบังท้องฟ้ามืดมิดไปทั่วราวกับเวลากลางคืนที่มืดสนิท พลอยมองไปข้างหน้าตามขอบฟ้า เห็นฟ้าแลบไกลๆ เป็นระยะๆ และเสียงฟ้าร้องดังครืนอยู่ไกลๆ แต่ดินฟ้าอากาศที่แสดงอาการว่าฝนจะตกนั้น มิได้ทำให้ฝูงชนที่มาคอยถวายบังคมพระบรมศพนั้นท้อถอยไปได้เลย

 

เวลายิ่งล่วงไป ความมืดก็ยิ่งทวีขึ้น พลอยขนลุกเมื่อได้ยินเสียงคนเป็นอันมากร้องไห้โฮ ดังมาตั้งแต่ถนนราชดำเนินนอกอันเป็นต้นทาง ในที่สุดก็ได้ยินเสียงดนตรี เสียงปี่เสียงกลองจากกระบวนแห่กระบวนหน้า ข้ามสะพานผ่านพิภพฯ เดินมาตามถนนราชดำเนินใน คู่แห่นั้นถือเทียนแวววาว แลดูเป็นทางยาวคู่หนึ่งสุดลูกตา เสียงปี่เสียงกลองชนะ ดังใกล้เข้ามาอีก หมู่คนที่นั่งอยู่ริมถนนเริ่มจุดดอกไม้ธูปเทียน ที่ต่างถือมาราวกับนัดกันไว้

 

อีกสักครู่ ตามสองข้างถนนก็มีแสงธูปเทียนดารดาษเหมือนดาวในท้องฟ้า นางพิศจุดธูปเทียนส่งมาให้จากข้างหลัง พลอยรับมาถือไว้ ยกสองมือกำแน่น พระบรมโกศประดิษฐานอยู่บนพระยานมาศสามลำคาน กั้นกางด้วยพระมหาเศวตรฉัตรและดูสูงทะมื่น ข้ามสะพานมาแล้ว ทุกคนเปล่งเสียงดังร้องไห้ด้วยความรู้สึกจากหัวใจ ทุกคนก้มลงกราบถวายบังคม พลอยนั่งใจเต้นระทึก มือที่ถือธูปเทียนอยู่นั้นเริ่มสั่นคลอนด้วยความเศร้าสลด ยิ่งพระบรมโกศถูกเชิญใกล้เข้ามา เสียงคนร้องไห้ก็ดังใกล้ติดตามมา เหมือนกับจะแข่งกับเสียงปี่กลอง

 

พอพระยานมาศเคลื่อนมาอยู่ตรงหน้า พลอยก็ก้มลงกราบถวายบังคม และเมื่อเงยหน้าขึ้น ตาก็พอดีไปจับอยู่ที่ใบหน้าทหารที่ยืนรายทาง ทหารคนนั้นถือปืนกลับปลายกระบอกลง ห้ามหน้าไม่กระดิกตามที่ได้รับคำสั่ง ใบหน้าของทหารคนนั้นเป็นใบหน้าของเด็กหนุ่มชาวบ้านนอก แต่สิ่งที่เข้ามาปลดปล่อยความรู้สึกของพลอยให้ปะทุออกมาทั้งหมดก็คือ

 

บนใบหน้าทหารหนุ่มนั้นมีทางน้ำตาเป็นทางยาวไหลออกมาจากเบ้าตาทั้งสองข้างและน้ำตานั้นไหลอยู่ไม่ขาดสาย พลอยเป็นคนที่ไม่ค่อยแสดงความรู้สึกออกมาให้คนอื่นเห็น แต่เมื่อเห็นหน้าทหารคนนั้นด้วยแสงเทียนที่ถืออยู่ พลอยก็ปล่อยโฮออกมาอย่างหมดอับอาย

 

พลอยนั่งอยู่ข้างถนนนั้นอีกนาน จนกระบวนแห่หายเข้าประตูวังไปแล้ว พลอยจึงลุกขึ้นเดินกลับช้าๆ ตามองดูยอดปราสาทและหลังคาตำหนักในวัง…

 

14714856_1387749577931828_4997193721923673923_o