การไฟฟ้าลาว ลั่นไม่ขายไฟให้ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ลดจ่ายไฟให้ท่าขี้เหล็ก เหลือ 13 เมกะวัตต์ พร้อมร่วมมือทุกฝ่ายหยุดจ่ายไฟฟ้าให้กับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย
กรณีที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ทยอยตัดไฟ 5 จุดในเมียนมา โดยทยอยตัดทีละจุด ในเวลา 09.00 น. ต่อมาท่าขี้เหล็ก นิวส์ รายงานว่าลาวจะลดการส่งพลังงานให้ท่าขี้เหล็ก จาก 30 เมกะวัตต์ เหลือ 13 เมกะวัตต์ ทำให้ไฟฟ้าเมืองท่าขี้เหล็ก ต้องวางแผนกระจายไฟฟ้าที่มีอยู่อย่างจำกัด แบ่งเป็น 5 เมกะวัตต์ให้กับคณะกรรมการไฟฟ้าหลัก และ 8 เมกะวัตต์ ให้สำนักงานสาขา นั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 7 ก.พ.68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การไฟฟ้าลาว ออกมาชี้แจงกรณีลดการจ่ายไฟว่า การไฟฟ้าลาว มีการค้าและแลกเปลี่ยนพลังงานกับทุกประเทศโดยรอบ ตามกรอบความร่วมมือและการเชื่อมโยงทางไฟฟ้าของอาเซียน ปัจจุบันลาวมีความเชื่อมโยงและการค้าไทย เวียดนาม กัมพูชา และจีน รวมถึงพม่า ในลักษณะเหมือนกันแต่ใช้ไฟฟ้าเพียงเล็กน้อย เพราะเป็นแหล่งจ่ายให้กับเมืองท่าขี้เหล็ก เมียนมา ติดกับจังหวัดบ่อแก้ว ของลาว
การจำหน่ายไฟให้กับท่าขี้เหล็ก ด้วยระบบแรงดันไฟฟ้า 115KV ให้กับสถานีไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายไฟให้กับสังคมทั่วไป ทั้งประชาชน ธุรกิจ รวมถึงบริการสังคม โรงเรียน และโรงพยาบาล ดังนั้น บริษัทการไฟฟ้าลาว จึงลงนามในสัญญาไฟฟ้ากับท่าขี้เหล็กมาตั้งแต่ปี 2564 โดยลงนามในสัญญาซื้อขายไฟกับเอกชน ที่ได้รับการรับรองจากเมียนมา และเริ่มจ่ายไฟฟ้าในเดือนพฤษภาคม 2565
ในการทำสัญญาดังกล่าว บริษัทไฟฟ้าลาวต้องจัดหาไฟไม่เกิน 30 เมกะวัตต์ ที่ระดับแรงดันไฟฟ้า 115kv ซึ่งก่อนหน้านี้ท่าขี้เหล็กได้รับไฟจากประเทศไทย ประมาณ 15 MW และรับไฟฟ้าจากลาวสูงสุดประมาณ 15 MW แต่ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา ท่าขี้เหล็กใช้ไฟฟ้าจากลาวเพิ่มขึ้นเป็น 27MW เนื่องจากไทยหยุดส่งไฟฟ้าให้เมืองนั้นแล้ว แต่ลาวลดกำลังไฟฟ้าลงเหลือ 13 MW
ด้วยเหตุผลบางประการ ไฟฟ้าบางส่วนอาจถูกส่งให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไฟฟ้าลาว จึงประสานรายละเอียดกับเจ้าหน้าที่เมียนมา เพื่อต่อต้านหน่วยงานดังกล่าว เพื่อร่วมมือกับทุกฝ่ายในการหยุดจ่ายไฟฟ้าให้กับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย รวมถึงแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และร่วมมือกับเมียนมา ตัดไฟฟ้าเฉพาะจุด เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์
ขอย้ำว่า รัฐบาลลาวก็เหมือนกับบริษัทการไฟฟ้าลาว จะไม่ส่งไฟฟ้าหรือขายไฟฟ้าให้อาชญากร โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์




