ภัยเงียบแทบทุกบ้าน! เช็ก 9 พฤติกรรมที่หลายคนมักเข้าใจผิด คิดว่าทำแล้วสะอาด แต่แท้จริงแล้ว ‘ไม่ถูกสุขอนามัย’ ทำต่อเนื่องยิ่งสะสม ส่งผลเสียต่อร่างกาย

เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 สื่อต่างประเทศรายงาน ภัยเงียบที่แทบทุกบ้านไม่ทันระวัง เช็กด่วน 9 พฤติกรรมที่บางคนทำเป็นนิสัย เพราะเข้าใจผิดคิดว่าดี แต่แท้จริงแล้ว ไม่ถูกสุขอนามัย ยิ่งทำต่อเนื่อง ยิ่งสะสม ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว

1. ล้างเนื้อสดโดยตรงจากก๊อกน้ำ

เมื่อซื้อเนื้อสดมา หลายคนมีนิสัยเปิดก๊อกน้ำแล้วล้างโดยตรง คิดว่าวิธีนี้สะอาด แต่จริง ๆ แล้วไม่ถูกสุขอนามัยอย่างมาก เพราะน้ำที่กระเด็นตอนล้างเนื้ออาจทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปยังอ่างล้างจาน เคาน์เตอร์ครัว รวมไปถึงอุปกรณ์โดยรอบ

หากต้องการล้างเนื้อสด วิธีที่ถูกต้อง คือ ควรใส่เนื้อลงในชามใหญ่ เติมเกลือเล็กน้อยและน้ำสะอาด แช่สักครู่เพื่อชำระล้างเลือดและสิ่งสกปรกส่วนเกิน เพราะเกลือมีสรรพคุณในการฆ่าเชื้อเล็กน้อย หลังจากนั้นย้ายเนื้อที่ล้างแล้วไปยังชามอื่น และล้างอุปกรณ์ทั้งหมดที่สัมผัสกับเนื้อดิบให้สะอาดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ภาพประกอบ

2. ใช้ผ้าเช็ดผืนเดียวทำความสะอาดทั้งบ้าน

หลายคนมักใช้ผ้าผืนเดียวเช็ดทุกสิ่งในบ้าน เช่น เช็ดโต๊ะ เช็ดเตาไฟ เช็ดอ่างล้างจาน แต่รู้หรือไม่ เป็นทางเลือกที่ผิดอย่างมาก จากงานวิจัยพบว่า ผ้าหนึ่งผืนอาจมีเชื้อโรคหลายพันล้านตัว หากใช้ผ้าเช็ดผืนเดียวสำหรับหลายพื้นที่ในบ้าน อาจเป็นการแพร่เชื้อโรคไปทั่วบ้านโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้นควรแยกประเภทผ้าเช็ดให้ชัดเจน อาทิ ผ้าสำหรับเช็ดครัว ผ้าสำหรับเช็ดโต๊ะอาหาร ผ้าสำหรับล้างจาน ควรซักทำความสะอาดและเปลี่ยนผ้าบ่อยครั้ง เพื่อความสะอาด

ภาพประกอบ

3. ใช้ทิชชู่เปียกเช็ดผลไม้ก่อนรับประทาน

หลายคนมักใช้ทิชชู่เปียกในการเช็ดผลไม้ก่อนรับประทาน แต่นี่ คือ วิธีที่ไม่เหมาะสม เพราะทิชชู่เปียกไม่สามารถกำจัดยาฆ่าแมลงหรือสิ่งสกปรกที่เกาะแน่นบนเปลือกผลไม้ได้

หากต้องการความสะอาด ควรล้างผ่านน้ำไหลอย่างน้อย 30 วินาที จากนั้นแช่ในน้ำเกลือไม่กี่นาที แล้วล้างอีกครั้งจึงจะมั่นใจได้ว่าปลอดภัยพอที่จะรับประทาน

ภาพประกอบ

4. ปูพลาสติกบนโต๊ะอาหารเพื่อความสะอาด

แผ่นพลาสติกปูโต๊ะถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย เพราะหลายคนคิดว่าง่ายต่อการทำความสะอาด และสวยงาม

แต่รู้หรือไม่ ไม่ควรใช้พลาสติกปูบนโต๊ะอาหารหลายครั้ง เพราะหลังจากใช้งานพลาสติกไปสักระยะ จะเกิดการสะสมฝุ่นและเชื้อโรคได้ง่าย รวมทั้งคราบน้ำมัน-ไขมันต่าง ๆ หากไม่เช็ดให้สะอาดจะสะสมเป็นคราบสกปรก ง่ายต่อการเกิดเชื้อรา

อีกทั้งยังแย่กว่านั้น หากเป็นพลาสติกคุณภาพต่ำที่ทำจาก PVC อันตรายอาจปนเปื้อนเข้าไปในอาหารเมื่อสัมผัสเป็นเวลานาน

ดังนั้นจึงดีที่สุดที่จะใช้ผ้าปูโต๊ะผ้าที่สามารถซักได้ หรือปล่อยให้โต๊ะไม้เรียบธรรมชาติก็เพียงพอแล้ว

ภาพประกอบ

5. ใช้มุ้งคลุมอาหารที่เหลือ

หลายคนใช้มุ้งคลุมอาหารเพื่อกันแมลงวัน แต่แท้จริงแล้วก็มีอันตรายแฝงที่น่ากลัว โดยเฉพาะฝาชี หรือมุ้งคลุมอาหารชนิดผ้า แม้ว่ามุ้งจะสามารถป้องกันแมลงวันสัมผัสกับอาหารโดยตรงได้ แต่แมลงวันก็จะมาเกาะบนชั้นผ้านั้น ทิ้งไข่ ตัวอ่อน ซึ่งง่ายต่อการหลุดผ่านมุ้งตกลงไปในอาหาร

นอกจากนี้ หากไม่ค่อยได้ซักมุ้ง ฝุ่นและเชื้อโรคจะสะสม ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงของการปนเปื้อน ทางที่ดีควรใส่อาหารลงในกล่องปิดสนิทที่มีฝาปิด หรือคลุมด้วยแผ่นฟิล์มห่ออาหารที่ปลอดภัย

ภาพประกอบ

6. ใช้น้ำเดือดลวกตะเกียบเก่าเพื่อทำความสะอาด

การลวกตะเกียบไม้ด้วยน้ำเดือดจะฆ่าเชื้อโรคได้หมดเป็นความคิดที่เหมือนถูกแต่ผิด เพราะตะเกียบเก่ามักจะมีรอยแตก รอยขีดข่วน เป็นแหล่งสะสมของเชื้อราและเชื้อโรคที่ยากจะทำความสะอาดด้วยน้ำร้อนเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะเชื้อราบางชนิดที่มีความสามารถทนความร้อนสูงมาก การใช้น้ำเดือดจึงไร้ประโยชน์

วิธีที่ดีที่สุดหากต้องการความสะอาด คือ เปลี่ยนตะเกียบเป็นระยะ ๆ ทุก 4-6 ครั้งต่อเดือน โดยเฉพาะหากเห็นมีจุดดำ คดโค้ง หรือมีกลิ่นแปลก ๆ ควรทิ้งทันที

ภาพประกอบ

7. ตากหมอนทุกเดือนก็เพียงพอ?

หลายคนเก็บหมอนเก่าไว้หลายปี เปลี่ยนแค่ปลอกหมอน และใช้วิธีทำความสะอาด โดยนำหมอนไปตากแดด แต่รู้หรือไม่ นั่นยังไม่เพียงพอ

เพราะทุกคืน หนังศีรษะ ผม เหงื่อ ไขมันส่วนเกิน จะติดบนหมอน หลังจากระยะเวลาที่ผ่านไป ปลอกหมอนอาจจะสะอาด แต่ไส้หมอนข้างในจะเต็มไปด้วยเซลล์ผิวที่ตาย เชื้อโรค และแม้กระทั่งเชื้อรา ซึ่งการตากแดดไม่สามารถฆ่าเชื้อด้านในได้

ทางที่ดี คือ เปลี่ยนไส้หมอนอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญกับการใช้หมอนยางพารา หรือเส้นใยสังเคราะห์ หลีกเลี่ยงหมอนใยหรือขนนก เพราะมันสะสมผงฝุ่นและเชื้อราได้ง่าย

ภาพประกอบ

8. ล้างกระติกน้ำร้อนทุกวัน แต่ยังใช้อันเดิมเป็นปี ๆ

หลายคนมักคิดว่าทำความสะอาดกระติกน้ำเป็นประจำทุกวันก็เพียงพอแล้ว แต่แท้จริงแล้ว นี่อาจเป็นการมองข้ามภัยร้ายโดยไม่รู้ตัว

หากกระติกน้ำร้อนมีรอยขีดข่วน น้ำมีกลิ่นแปลก ๆ เช่น กลิ่นเหล็ก กลิ่นสนิม ควรเลิกใช้ทันที เพราะเมื่อชั้นสแตนเลสกันสนิมลอกออก โลหะหนัก เช่น นิกเกิล โครเมียม จะเข้าสู่น้ำดื่ม

นอกจากนี้ แผ่นยางซีลที่ฝากระติกก็เป็นที่สะสมคราบสกปรก หากไม่ได้ทำความสะอาดอย่างถี่ถ้วน ดังนั้นจึงควรเปลี่ยนกระติกน้ำเป็นระยะเพื่อปกป้องสุขภาพ

ภาพประกอบ

9. เช็ดมือบ่อย ๆ แต่ไม่ซักผ้าเช็ดมือ

หลายครัวเรือนแขวนผ้าเช็ดมือไว้ในครัว ห้องน้ำ เพื่อใช้เช็ดมือ ทว่ากลับไม่ค่อยได้ซักทำความสะอาด นี่คือสถานที่ในฝันของเหล่าเชื้อโรค และเชื้อราในการเจริญเติบโต โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่ชื้น ผลลัพธ์คือล้างมือเสร็จแล้วใช้ผ้าเช็ดที่เต็มไปด้วยเชื้อโรค ก็เหมือนกับไม่ได้ล้าง

ทางที่ดี คือ ควรซักผ้าเช็ดมือทุกสัปดาห์ และตากในแสงแดดเพื่อฆ่าเชื้อโดยธรรมชาติ

ภาพประกอบ

ขอบคุณที่มา SOHA

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน