ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่ สมาคมการประมง ทำหนังสือถึง “สรวงศ์ เทียนทอง” คัดค้านกองถ่ายทำหนังโทรทัศน์ของ Netflix เรื่อง EVL ในประเทศไทยหลังจากพบว่าบทหนังเสี่ยงต่อภาพลักษณ์กิจการประมงและธุรกิจต่อเนื่องเนื่องจากเป็นห่วงเรื่องภาพลักษณ์ธุรกิจประมงแพปลาแรงงาน
ทั้งนี้พบว่ากรมการท่องเที่ยวได้ทำหนังสือตอบกลับอนุญาตให้ถ่ายทำในประเทศไทยตามกฎหมายจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ตามมาตรา 20 แห่ง พ.ร.บ.ภาพยนตร์และวิดีทัศน์ พ.ศ. 2551 ในระหว่างวันที่ 3-30 สิงหาคม 2568 ที่จังหวัดสมุทรสาครแล้ว โดยมี สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสาคร กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์เข้ามาเป็นผู้กำกับดูแลการถ่ายทำภาพยนตร์ให้เป็นไปตามเนื้อหาที่ได้รับอนุญาต
แต่พบว่า สมาคมการประมงสมุทรสาคร ซึ่งเป็นภาคเอกชน ไม่ได้รับแจ้ง ทำให้เกิดการร้องเรียน จนคณะถ่ายทำภาพยนตร์ชุด EVL จึงตัดสินใจยกเลิก การถ่ายทำภาพยนตร์ระหว่างวันที่ 6-30 สิงหาคมไปทั้งนี้พบว่าสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยได้ส่งหนังสือถึงนายสรวงศ์เทียนทองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯเพื่อคัดค้านการถ่ายทำในราชอาณาจักรทั้งหมด
ด้านนายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงแผนการสร้างภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์ เรื่อง “EVL” ของ Netflix Worldwide Entertainment, LLC สหรัฐอเมริกา ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ได้อนุญาตให้ถ่ายทำได้โดยไม่มีข้อสังเกตการถ่ายทำ เมื่อ 6 มกราคม 2568 จากนั้น 28 เมษายน 2568 ได้อนุญาตให้เปลี่ยนแปลงเนื้อหาการถ่ายทำ ปรับเปลี่ยนเลขฉาก และลดสถานที่ถ่ายทำ (ฉบับแก้ไข ณ วันที่ 10 มีนาคม 2568) โดยมีระยะเวลาดำเนินการถ่ายทำตั้งแต่ 10 พฤษภาคม – 31 สิงหาคม 2568
แต่ระหว่างนั้นสมาคมการประมงสมุทรสาคร มีหนังสือถึงกรมการท่องเที่ยวขอให้ตรวจสอบเนื้อหา การสร้างภาพยนตร์ ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถานที่ อาชีพประมง และผู้ประกอบการประมง เมื่อ 5 สิงหาคม 2568
ถัดจากนั้น 1 วันจังหวัดสมุทรสาครได้มีหนังสือถึงกรมการท่องเที่ยวขอให้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่กรณีการถ่ายทำในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร เนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนจากสมาคมการประมงสมุทรสาครว่าการถ่ายทำอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของสถานที่ อาชีพประมง และผู้ประกอบการประมง อีกทั้งไม่ได้รับการประสานจากคณะถ่ายทำ เพื่อขอใช้เรือประมง ท่าเทียบเรือ แพปลาในการถ่ายทำภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์เรื่องดังกล่าว
“กรมการท่องเที่ยวได้รับหนังสือและตรวจสอบข้อเท็จจริงในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสมุทรสาคร และคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (ร้อยตรีหม่อมหลวงสิทธิไชย ไชยันต์) เป็นผู้กำกับดูแลการถ่ายทำ ในวันที่ 3 และ 4 สิงหาคม 2568” นายจาตุรนต์กล่าว และว่า
หลังจากนั้นกรมการท่องเที่ยวได้รับรายงานผลการกำกับดูแลการถ่ายทำของผู้กำกับดูแลการถ่ายทำในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครว่าเป็นไปตามเนื้อหาบทภาพยนตร์ที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ และผู้ประสานงานการถ่ายทำฯ มีหนังสือแจ้งเปลี่ยนแปลงสถานที่ถ่ายทำฉากดังกล่าว จากเดิมจังหวัดสมุทรสาครเป็นจังหวัดสมุทรปราการ
นายจาตุรนต์กล่าวด้วยว่า วันที่ 25 สิงหาคม 2568 กรมการท่องเที่ยวมีหนังสือแจ้งจังหวัดสมุทรสาคร และสมาคมการประมงสมุทรสาครว่าภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์ เรื่อง “EVL” ได้รับการอนุญาตให้ถ่ายทำในประเทศไทยจากคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ ตามมาตรา ๒๐ แห่งพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. ๒๕๕๑ และการถ่ายทำเป็นไปตามเนื้อหาบทภาพยนตร์ที่ได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการฯ
โดยคณะถ่ายทำได้รับอนุญาตจากเจ้าของสถานที่ให้เข้าไปถ่ายทำ พร้อมทั้งได้แจ้งการถ่ายทำให้ประชาชนในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ ได้แก่ สำนักงานองค์การสะพานปลาสมุทรสาคร สถานีตำรวจน้ำสมุทรสาคร ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า – ออกเรือประมง (PIPO) ชุมชนท่าฉลอม และเจ้าของเรือประมง ก่อนการถ่ายทำ อย่างไรก็ดี คณะถ่ายทำไม่ได้แจ้งสมาคมการประมงสมุทรสาครทราบ ซึ่งคณะถ่ายทำตระหนักดีถึงข้อห่วงกังวลของสมาคมการประมงสมุทรสาคร จึงตัดสินใจยกเลิกการถ่ายทำระหว่างวันที่ 6-8 และ 10 สิงหาคม 2568 ณ จังหวัดสมุทรสาคร
ต่อมาสมาคมการประมงสมุทรสาคร มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา อธิบดีกรมการท่องเที่ยว และอธิบดีกรมประมง ลงวันที่ 27 สิงหาคม 2568 คัดค้านการสร้างภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์เรื่อง “EVL” ในราชอาณาจักร เนื่องจากมีความเห็นว่า เนื้อหาการถ่ายทำเป็นประเด็นละเอียดอ่อนกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ และอาชีพประมงของไทย อีกทั้งประเทศไทยถูกจัดอันดับการค้ามนุษย์ในระดับเทียร์ 2 จึงไม่ต้องการให้มี การถ่ายทำในพื้นที่อื่น ๆ ในประเทศไทยรวมถึงการออกฉาย
“ล่าสุดวันนี้ 29 สิงหาคม 2568 กรมการท่องเที่ยวในฐานะฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการพิจารณาภาพยนตร์และวีดิทัศน์ได้ประสานไปยังสมาคมการประมงเรียบร้อยแล้ว และแจ้งว่า จะนำประเด็นดังกล่าวหารือคณะกรรมการฯ และผู้ประสานงานการถ่ายทำฯ เพื่อหาทางออกที่เหมาะสมร่วมกัน และแจ้งให้สมาคมการประมงทราบในเวลาต่อไป” จาตุรนต์กล่าว