JAS บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จํากัด (มหาชน) แจงต่อตลาดหุ้นยอด 2.3 พันล้านบาทซื้อสิทธิ์บอลโลกแบ่งจ่ายให้ฟีฟ่า 3 งวด ได้ถ่ายรวมถึง 16 รายการ

จากกรณีที่ บมจ. จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ประกาศเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ในประเทศไทย ด้วยการทุ่มเงินถึง 2.3 ล้านบาท หรือ 70 ล้านเหรียญสหรัฐ โดย บมจ. จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แล้วเกี่ยวกับรายละเอียดดังกล่าว

โดยการจ่ายเงินให้กับฟีฟ่าแบ่งเป็น 3 งวด ประกอบด้วย งวดแรกจำนวน 3 ล้านเหรียญสหรัฐ ที่ต้องชำระภายใน 10 นับตั้งแต่เริ่มต้นฟุตบอลโลก 2026 งวดที่ 2 จำนวน 17 ล้านเหรียญสหรัฐ ชำระภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันสิ้นสุดฟุตบอลโลก 2026 และงวดที่ 3 จำนวน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ ชำระก่อนเริ่มต้นฟุตบอลโลก 2030

สำหรับสิทธิ์ที่ บมจ. จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) จะได้รับจากฟีฟ่าคือ ในสื่อทุกประเภท รวมถึงการออกอากาศทางโทรทัศน์ภาคพื้นดิน(Free-to-AirTelevision) โทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก (Pay Television) สื่อดิจิทัล และการให้บริการสตรีมมิงผ่านแพลตฟอร์ม OTT โดยได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียว

นอกจากนี้ยังให้สิทธิในการอนุญาตช่วงสิทธิ์ (Sublicensing Rights) โดยมีรายการ
กีฬาดังอีกหลายรายการ ดังต่อไปนี้
• FIFA World Cup 2026 – all 104 matches, all media rights
• FIFA U-17 World Cup 2026
• FIFA U-17 Women’s World Cup 2026
• FIFA U-20 Women’s World Cup 2026
• FIFA Intercontinental Cup 2026
• FIFA Women’s World Cup 2027
• FIFA U-17 World Cup 2027
• FIFA U-20 World Cup 2027
• FIFA U-17 Women’s World Cup 2027
• FIFA Intercontinental Cup 2027
• FIFA U-17 World Cup 2028
• FIFA U-17 Women’s World Cup 2028
• FIFA U-20 Women’s World Cup 2028
• FIFA Intercontinental Cup 2028
• FIFA Futsal World Cup 2028
• FIFA World Cup 2030

การจ่ายค่าลิขสิทธิ์แบ่งชําระ เป็น 3 งวด โดยที่มาของเงินทุน บริษัทจะใช้แหล่งเงินทุนจากกระแสเงินสดของบริษัท ซึ่ง ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569 บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเท่ากับจํานวน 2,164.13 ล้านบาท และการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการดําเนินการเจรจากับสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง

สำหรับผลประโยชน์ที่คาดว่าจะเกิดกับกลุ่มบมจ. จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล มีหลายด้าน เช่น ขยายฐานผู้ใช้บริการ มีรายได้จากการจําหน่ายสิทธิการเผยแพร่ การให้สิทธิช่วง (Sublicensing) รายได้จากการขายเวลาโฆษณา การจัดหาผู้สนับสนุนทางการตลาด และกิจกรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ยกระดับคอนเทนต์ และภาพลักษณ์

นอกจากนี้ยังเป็นการเพิ่มรายได้จากค่าสมาชิก (Subscription Revenue) จะเป็นแหล่งรายได้หลักและเป็นรายได้ประจํา (Recurring Revenue) ที่สําคัญของบริษัทจากการดําเนินโครงการดังกล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน