กกท.ทุ่ม 480 ล้าน เล็งลิขสิทธิ์ยิงสด โอลิมปิก และ เอเชียนเกมส์

เมื่อวันที่ 10 ก.ย.62 ที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มีการประชุมเรื่อง สิทธิประโยชน์การซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด โอลิมปิกเกมส์ และ เอเชียนเกมส์ โดยมี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าฯ กกท. ,ศ.เจริญ วรรธนะสิน รองประธานคณะกก.อลป.ไทย รวมทั้งตัวแทนจาก บ.เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กับ บ.แพลน บี มีเดีย จำกัด(มหาชน( ผู้ดูแลลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดในประเทศไทย

Out of focus TV LCD set and remote control in man’s hand isolated over a white background.

สรุปสาระสำคัญหลังหาประชุม ดร.ก้องศักด เผยว่า วันนี้เป็นครั้งแรกที่ กกท.ร่วมกับ คณะกก.โอลิมปิกไทย หารือเรื่องซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด 5 เกมส์ใหญ่คือ โอลิมปิก ฤดูร้อน ,อลป.ฤดูหนาว,ยูธ อลป.ฤดูร้อน ,ยูธ อลป.ฤดูหนาว และ เอเชียนเกมส์ เป็นขั้นตอนอยู่ในเรื่องของการดูข้อกฎหมายต่างๆ ว่าติดขัดอะไรบ้าง

ในการจะไปซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดจากเจ้าของลิขสิทธิ์คือ บริษัท เดนท์สุ อิงค์ ประเทศญี่ปุ่น ที่มอบหมายให้บริษัท เดนท์สุ เอ็กซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กับ บริษัท แพลน บี มีเดีย จํากัด (มหาชน) เป็นผู้ดูแลในประเทศไทย ซึ่งกกท.จะเป็นผู้ที่เข้าไปผูกพันธ์ในสัญญาต่างๆ เป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ตามกฎหมาย เมื่อดำเนินการเสร็จ ก็ต้องให้คณะกก.อลป.ไทยฯรับรองศักยภาพการถ่ายทอดสด

เกาะติดข่าวกีฬา แค่กดติดตาม ไลน์@ข่าวสดกีฬา ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

หลังจากเซ็นสัญญาเรียบร้อยก็จะทำงานร่วมกัน วางแผนถ่ายทอดสดอย่างไร ช่องไหนบ้าง ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณราวๆ 480 ล้านบาททั้งนี้ เราไม่ได้ใช้งบของกองทุนพัฒนาชาติทั้งหมด แต่จะดึงเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการสนับสนุนกัน

จากนั้นค่อยคำนวนภายหลังว่ารัฐบาลลงเงินไปเท่าไหร่ แต่สิ่งสำคัญคือประชาชนไทยจะได้เข้าถึง และได้รับชมการถ่ายทอดสดแน่นอน ผ่านทางฟรีทีวี, แอพลิเคชั่นออนไลน์ และทีสปอร์ต “การถ่ายทอดสดโอลิมปิกเกมส์เป็นกิจกรรมหนึ่งที่อยู่ในวัตถุประสงค์ในการใช้เงินของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่สามารถใช้ส่งเสริมพัฒนา ในวงการกีฬาต่างๆ อันนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึง่การกระตุ้นเรื่องการเล่นกีฬา ชมกีฬา สร้างแรงบันดาลใจ จึงถือว่าอยู่ในขอบข่ายที่จะกระทำได้” ผู้ว่าการกกท.กล่าวปิดท้าย

บทความก่อนหน้านี้กรุงไทยพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย และให้สินเชื่อฟื้นฟูกิจการลูกค้าประสบภัย
บทความถัดไป‘จูเนียร์-น้องนก’ ลุยศึกใหญ่ เตะล่าตั๋วโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ญี่ปุ่น