เมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่การกีฬาแห่งประเทศไทย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วย ผศ.ดร.ชัยพร ภู่ประเสริฐ รองอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (เอ็มโอยู) เพื่อการดำเนินงานพัฒนาสมรรถภาพทางกีฬาของนิสิตโครงการพัฒนากีฬาชาติสู่ระดับนานาชาติ ระหว่าง กกท. กับจุฬาลงกรณ์ฯ
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด

โดย ดร.ก้องศักด กล่าวว่า ความร่วมมือในครั้งนี้ เพื่อศึกษาพัฒนางานวิจัย และสร้างนวัตกรรมทางการกีฬา เพื่อพัฒนากีฬาให้มีศักยภาพสูงขึ้นสามารถเข้าร่วมการแข่งขันในเวทีโลกได้ พร้อมกับเป็นผู้นำในอนาคตด้วยองค์ความรู้ต่างๆ ตลอดจนสนับสนุนบุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องมือทางด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา หรือวิทยาการด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานวิจัยทั้งในระดับนานาชาติ และนานาชาติ
“หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการประสานความร่วมมือระหว่าง กกท. กับจุฬาลงกรณ์ฯ จะเป็นการส่งเสริมการนำวิทยาศาสตร์การกีฬาไปใช้พัฒนาสมรรถภาพทางกีฬาของนิสิตโครงการพัฒนากีฬาชาติสู่ระดับนานาชาติ ให้มีมาตรฐานในระดับนานาชาติก้าวขึ้น และเป็นกลุ่มผู้นำทางการกีฬาในระดับเอเชียต่อไป” ดร.ก้องศักด กล่าว
- กกท – ฟอนซ่า เห็นพ้องดันการควบคุมสารต้องห้ามเป็นวาระแห่งชาติ
- บิ๊กก้อง คาดปี 64 ผลกระทบกีฬาจาก ‘โควิด’ จะลดลง เนื่องจากมีวัคซีน
ขณะที่ ผศ.ดร.ชัยพร กล่าวว่า ในส่วนของจุฬาลงกรณ์ฯ จะให้การสนับสนุนประสานความร่วมมือกับสมาคมกีฬา เพื่อการพัฒนานักกีฬาระดับเยาวชนของสมาคมกีฬาอย่างเป็นระบบ เพื่อพัฒนานักกีฬาจากรากหญ้าสู่นักกีฬาศักยภาพสูง อีกทั้งยังร่วมมือจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน การจัดประชุมสัมมนาวิชาการ การอบรมพัฒนาบุคลากรกีฬา
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือในการทำวิจัย ตลอดจนสนับสนุนบุคลากร อุปกรณ์ และเครื่องมือด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา รวมทั้งวิทยาการด้านอื่นๆ ด้วย
นอกจากนี้ ดร.ก้องศักด กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องวัคซีนโควิด-19 สำหรับนักกีฬาทีมชาติไทยว่า หลังจากที่ได้แบ่งนักกีฬาออกเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มแรกที่เป็นกลุ่มเร่งด่วนที่สุดคือ กลุ่มนักกีฬาที่จะเดินทางไปแข่งขันควอลิฟายโอลิมปิกเกมส์ ซึ่ง กกท.กำลังประสานกับสมาคมกีฬา เพื่อรวบรวมรายชื่อที่คาดว่าจะมีกว่าร้อยคน หลังจากนั้นก็จะประสานกับทางกระทรวงสาธารณสุข เพื่อขอรับการฉีดวัคซีนเร่งด่วนที่สุด เพราะการฉีดให้ได้ผลจะต้องฉีดล่วงหน้า และอย่างน้อยฉีด 2 ครั้งด้วย
ผู้ว่าการ กกท.กล่าวเพิ่มเติมว่า อีกเรื่องที่สำคัญตอนนี้คือ การที่นักกีฬาไทยเดินทางชิงชัยรายการควอลิฟายโอลิมปิกในต่างประเทศ และเดินทางกลับมาเข้ารับการกักตัว 14 วันในสถานที่ที่ได้จัดไว้ให้ แต่ต้องเจอกับปัญหาที่ไม่สามารถเก็บตัวฝึกซ้อมได้ต่อเนื่อง ทำให้ กกท.เตรียมหาสถานที่ในการกักตัวที่จะเรียกว่า “สปอร์ต ควอรันทีน” ซึ่งได้มองพื้นที่ที่ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติมวกเหล็ก จ.สระบุรี ไว้เป็นสถานที่ให้นักกีฬากักตัว ซึ่งจะมีทั้งสถานที่พัก และสถานที่ฝึกซ้อม รองรับได้หลายชนิดกีฬา
“ตอนนี้เรากำลังเคลียร์พื้นที่ที่ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติมวกเหล็ก และประสานกับแต่ละสมาคมกีฬา ทั้งในเรื่องอุปกรณ์กีฬา และโปรแกรมการแข่งขันต่างๆ เพื่อไม่ให้นักกีฬามาใช้พื้นที่กักตัวนกัน หรือทับซ้อนกันมากจนเกินไป ซึ่งแม้ว่าที่มวกเหล็กมีพื้นที่จำกัด แต่ก็พร้อมรองรับนักกีฬาในการกักตัวได้แน่นอน” บิ๊กก้อง กล่าวปิดท้าย