เดินป่า-ล่องเรือ เมืองแห่งสายน้ำ

เดินป่า-ล่องเรือ เมืองแห่งสายน้ำ  

ข่าวสดหรรษา – “แฟรงก์เฟิร์ต” เมืองนี้คนไทยคุ้นชื่อกันอยู่แล้ว อยู่ฝั่งตะวันตกของประเทศเยอรมนี เมืองใหญ่อันดับ 5 แห่งนี้เต็มไปด้วยตึกสูงระฟ้า แต่เมื่อเร็วๆ นี้ นั่งรถไฟจากเมืองแฟรงก์เฟิร์ตข้ามไปยังฝั่งตะวันออก

คนเยอรมันส่วนใหญ่ยังคงนิยมใช้บริการของบริษัทการรถไฟประเทศเยอรมนี หรือ “ดอยช์ บาห์น – Deutsche Bahn” เนื่องจากเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกสบาย เหมาะสำหรับยุคดิจิตอล

การซื้อตั๋วทำได้ทั้งผ่านศูนย์บริการของบริษัท และผ่านแอพพลิเคชั่น ในมือถือ เรียกว่า “DB APP” หากเปรียบเทียบการคมนาคมขนส่งของเยอรมนีและไทยแล้ว การเดินทางโดยรถไฟของเยอรมนีถือว่าสะดวกสบายแบบ 5 ดาวเลยทีเดียว

ทิวทัศน์สองข้างระหว่างพายเรือคยัก

รวมแล้วจากนั่งรถไฟด่วนจากแฟรงก์เฟิร์ต และเปลี่ยนเป็นรถไฟข้ามเมืองแบบธรรมดา ใช้เวลาทั้งหมด 5-6 ชั่วโมง ก็ถึงเมืองลูบเบอนาว

รถไฟที่นี่ส่วนมากจะแบ่งส่วนสัดชัดเจน มีทั้งตู้รถไฟสำหรับเด็ก สำหรับรถเข็น ตู้รถไฟธรรมดา และตู้รถไฟที่ห้ามใช้เสียง เมื่อถึงสถานีรถไฟเมืองลูบเบอนาวก็จัดแจงขนย้ายสัมภาระเข้าที่พักในหมู่บ้านเล็กๆ ชื่อว่า “สเปรวาลด์ (Spreewald)”

บ้านไม้ทาสีดำ ทำจากสมุนไพร กันความชื้นจากน้ำ

 

“สเปรวาลด์” หรือที่รู้จักกันในนาม “The Green Venice” ด้วยภูมิทัศน์ธรรมชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ประกอบด้วยลำธารเล็กหลายสาย อยู่ในเขตสงวนชีวมณฑลสเปรวาลด์ เป็นมรดกโลกที่องค์การยูเนสโกให้การรับรอง และเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับ ผู้ที่กำลังมองหาการพักผ่อน และผ่อนคลายท่ามกลางธรรมชาติ

ถึงแม้ฝนปรอยลงเม็ดอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาในการสำรวจป่า หลังจาก เปลี่ยนชุด รองเท้า เตรียมร่มเรียบร้อย พวกเราพร้อมด้วยคุณฮาราลด์ ริชเตอร์ หรือ ฮารี่ ผู้ซึ่งเกิดและโตที่สเปรวาลด์รับอาสาเป็นไกด์

เห็ดป่าอีกชนิด แต่มีพิษ

เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางหมู่บ้านเลห์เดอ (Lehde) เดินไปได้ไม่กี่นาทีก็เจอเห็ดป่าที่มีขนาดใหญ่กว่าสองฝ่ามือรวมกันเสียอีก ป่าในเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ได้ชื่อว่าเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่ง

ลำน้ำสายเล็กหลายสายทอดยาวไปตามแนวชายป่า สูดอากาศได้แบบสดชื่นเต็มปอด สายน้ำบางสายจะสังเกตเห็นรอยเดินจากป่า มาที่ริมลำน้ำ ซึ่งเป็นรอยเดินของสัตว์ป่าที่มากินน้ำที่ลำธาร อย่างเช่นหมูป่า

เดินป่าในหมู่บ้านเลห์เดอ

ระหว่างเดินป่า ฮารี่เล่าเรื่องการผจญภัยในป่าสมัยเป็นเด็ก ทั้งความตื่นเต้น และความรักต่อบ้านเกิด เมื่อเดินไปได้สักพักก็มาถึงสะพานข้ามแม่น้ำใหญ่ เป็นจุดที่แม่น้ำสายเล็กสี่สายมาบรรจบกัน ฮารี่ย้อนอดีตให้ฟังว่า สมัยก่อนๆ หลังเลิกเรียนชอบมาเล่นที่นี่กับเพื่อน ผลัดกันกระโดดน้ำ หาปลา ตกปลา

การคมนาคมของคนที่นี่ในสมัยก่อนนิยมสัญจรกันทางเรือ ไม่ว่าจะเป็นการไปมาหาสู่ การขนส่ง หรือแม้กระทั่งไปรษณีย์ มีทั้งเรือเล็กที่ใช้ไม้พายเหมือนเมืองไทย

ทิวทัศน์สองข้าง

เรือคยัก และเรือลำใหญ่ที่บรรจุคนได้ถึง 14 คน เรือสัญจรชนิดนี้เรียกว่า “คาน” ไม้ที่ใช้ขับเคลื่อนเรือคือไม้ยาว ปลายไม้คือเหล็กแหลม เวลาสัญจรโดยเรือคาน คนขับจะเอาไม้ยาวแทงลงในน้ำและใช้แรงแขน ผลักให้เรือเคลื่อนไปข้างหน้า

ปัจจุบันกิจกรรมที่ถือว่าพลาดไม่ได้สำหรับนักท่องเที่ยว คือนั่งเรือคานชมเมือง เรียนรู้ประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของเมือง จากฝีพายมืออาชีพ หรือภาษาเยอรมันเรียกว่า “คานแฟมาน”

ช่วงเวลาที่เหมาะในการนั่งเรือชมเมือง คือตั้งแต่เดือนเมษายนถึงตุลาคม

คุณฮารี่ ยังเล่าให้ฟังอีกว่า สมัยก่อนเมื่อเข้าหน้าหนาว อากาศลดลงต่ำมากๆ น้ำในลำธารกลายเป็นน้ำแข็ง แต่ละบ้านใช้รองเท้าสเกตน้ำแข็งแทนการใช้เรือ

เดินไปได้สักพักพบกับเห็ดสีแดง ส้มสดใส มีจุดขาวประปราย ทำให้นึกถึงเห็ดในการ์ตูนที่เคยดูสมัยเด็ก โดยทั่วไปแล้วเห็ดที่สวยมากก็มีพิษมากเช่นกัน เดินไปเรื่อยๆ เจอเห็ดประปรายตามทาง บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าได้เป็นอย่างดี

ดนตรีบรรเลงสดในร้านอาหาร

วันสุดท้ายที่สเปรวาลด์ พร้อมรับไออุ่นจากแดดยามเช้า เสมือนกับจะบอกลาฤดูร้อน และเตรียมเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มเช้าที่สดใสด้วย แพนเค้กที่ทำสดใหม่ ราดด้วยซอสเบอร์รี่ ความหอมกรุ่นจากแพนเค้กอุ่นๆ เจอกับความเย็น หวานอมเปรี้ยวของซอสเบอร์รี่ เมื่อกินเข้าไป ละลายในปาก เป็นอะไรที่เข้ากันได้อย่างดี

แพนเค้กสดใหม่ก็ต้องดื่มคู่กับกาแฟโรสเตอร์ร้อนๆ กลิ่นละมุนของกาแฟ กับอากาศเย็นๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่นในใจ เป็นการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ที่ไม่มีอะไรที่ดีไปกว่านี้อีกแล้ว

เรือคาน

สำหรับกิจกรรมกลางแจ้งที่เหมาะกับวันแดดดีแบบนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นการพายเรือคยัก เช่าเรือกัน 2 ลำ ลำละ 2 คน

หลังจากเดินป่าชมหมู่บ้านเลห์เดอไปแล้ว คราวนี้ลองเปลี่ยนบรรยากาศชมเมือง ด้วยการพายเรือลัดเลาะไปตามลำธารของหมู่บ้าน เลห์เดอกันบ้าง โดยมีฝูงเป็ดป่าว่ายแข่งกับเรือ

ขณะที่เหล่านกหลากหลายสายพันธุ์ประจำท้องถิ่นส่งเสียงเจื้อยแจ้วทักทายเป็นระยะ แสงแดดทะลุหมู่ไม้ สะท้อนผืนน้ำลมอ่อนๆ พัดใบไม้ให้หลุดร่วงจากต้น เป็นภาพที่ธรรมชาติเสกสรรปั้นแต่งได้งดงามลงตัวจริงๆ

กมลวรรณ สังขเสนากุล เรื่อง

ฮาราลด์ ริชเตอร์ – ภาพ

อ่านข่าว

บทความก่อนหน้านี้ปรับภูมิทัศน์ต้อนรับ ‘ตลาดนัดเด็กดอย’ปีที่ 6
บทความถัดไป20ปี‘รังสิตฟาร์ม’บนเส้นทางออร์แกนิก