หนุ่มตามง้อ อบต.สาว ทะเลาะลั่นร้านอาหาร ฝ่ายหญิงไม่คืนดีด้วย หัวร้อนตามทุบรถ ผวาถูกทำร้าย โร่แจ้งตำรวจ
วันที่ 6 ก.ค.69 พ.ต.ต.เสนอ สุภาษิต สว.(สอบสวน) สภ.เมืองบุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุทุบรถยนต์ได้รับความเสียหาย ภายในซอยไทยวัชรามาส ถนนอินจันทร์ณรงค์ ในเขตเทศบาลนครบุรีรัมย์
เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์เอเนกประสงค์ ยี่ห้อฟอร์ด เอฟเวอร์เรส สีดำ สภาพถูกของมีคมฟันหรือถูกของแข็งทุบ ทั้งกระด้านหลัง ด้านข้าง และด้านหน้าได้ความเสียหาย แต่ไม่พบเจ้าของรถ พบเพียง น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 45 ปี เพื่อนผู้เสียหาย ยืนรอให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการสอบถาม น.ส.เอ เล่าว่า รถคันที่ถูกทุบได้รับความเสียหายเป็นรถของ น.ส.หนิง อายุ 40 ปี เป็นเพื่อนของตนเอง ซึ่งทำงานอยู่ที่ อบต.แห่งหนึ่งในอำเภอลำปลายมาศ ไม่กล้าอยู่ที่เกิดเหตุได้ให้พาไปหลบอยู่ที่อื่น เพราะกลัวจะถูกทำร้ายร่างกาย เนื่องจากคนก่อเหตุทุบรถเป็นอดีตแฟนของเพื่อน ที่เลิกรากันไปแล้ว วันนี้ก่อนเกิดเหตุฝ่ายชายได้ตามมาง้อฝ่ายหญิง แต่ฝ่ายหญิงไม่ยอมคืนดีแล้วเกิดมีปากเสียงทะเลาะกันที่ร้านอาหาร
จากนั้นฝ่ายหญิงก็ขับรถหนีมาขอความช่วยเหลือจากเพื่อน โดยจอดรถไว้ที่จุดเกิดเหตุแล้วให้เพื่อนขับรถพาไปซ่อนไม่ให้อดีตแฟนหนุ่มตามเจอ จากนั้นฝ่ายชายได้ส่งข้อความผ่านมือถือเพื่อนว่า “มันอยู่มั้ย พอตนตอบว่าเพื่อนไม่อยู่ เขาก็บอกว่าเดี๋ยวจะทุบกระจก” ก็คิดว่าฝ่ายชายแค่ขู่ แต่พอเพื่อนขับรถวนกลับมาถึงเห็นว่ารถของ น.ส.หนิง ที่จอดทิ้งไว้ถูกอดีตแฟนหนุ่มทุบกระจกเสียหายเกือบรอบคัน ก็ตกใจ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ และโทรบอกแม่ผู้เสียหาย
สอบถามเพื่อนบ้านใกล้เคียง (เสื้อเหลือง) บอกว่า เห็นรถกระบะสีแดงขับมาจอดใกล้บ้านของตนเอง แต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นรถของคนที่ก่อเหตุหรือไม่ มารู้อีกทีก็ตอนที่ตำรวจมาตรวจสอบ
เพื่อนบ้านอีกคน (เสื้อสีฟ้า) เล่าว่า ช่วงประมาณบ่ายสามกว่า ซึ่งมีฝนตกตนและสามีกำลังเตรียมของในร้าน ได้ยินเสียงดังเหมือนใครทุบอะไรบางอย่าง 2-3 ครั้ง คิดว่าใครมาทำอะไรรถของตนเองที่จอดหน้าร้านหรือไม่ ก็ส่องดูทางหน้าต่างก็ไม่เห็นมีอะไร
แต่พอฝนหยุดจึงเดินออกไปดูก็ยังไม่เห็นอะไร กระทั่งมีตำรวจมาตรวจสอบถึงทราบว่ามีการทุบรถเกิดขึ้น แต่ไม่ทราบว่าเขาทะเลาะอะไรกัน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน และสอบปากคำผู้เสียหาย ผู้เกี่ยวข้อง และผู้เห็นเหตุการณ์ จากนั้นจะได้เร่งติดตามตัวคนก่อเหตุมาสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


