วุฒิสภา เปิดผลงาน 2 ปี โว ถกกฎหมายแล้วกว่า 57 ฉบับ 443 กระทู้ มงคล ปัดข้อครหาสว.สีน้ำเงิน ยัน ทำกม.ปฏิเสธไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เลือก กกต. ไม่เคยรู้จักเป็นการส่วนตัว บิ๊กเกรียง เผยไม่เสียกำลังใจ คนมองคดีฮั้วสว. เป็นเรื่องนานาจิตตัง
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 7 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา และพล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 ร่วมแถลงผลงาน 2 ปี วุฒิสภาภารกิจเพื่อประชาชน รวมถึงผลการดำเนินงานภายใต้ความรับผิดชอบ เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ รับทราบผลการดำเนินงานของวุฒิสภาในด้านต่างๆ
นายมงคล กล่าวช่วงหนึ่งว่า การทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมต้องมีสติ ไม่หลุด ไม่โกรธ และต้องควบคุมการประชุมให้เรียบร้อย วางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด เปิดโอกาสให้สว.ทุกคน แสดงความคิดเห็นได้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขตระเบียบการประชุม
ยังผลักดันรัฐสภาให้เป็นสภาสีเขียว การเปิดพื้นที่ให้กับประชาชนเข้าถึงรัฐสภา และการส่งเสริมความรู้ความเข้าใจด้านการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแก่เยาวชนและประชาชน โดยในการประชุมในแต่ละครั้งตนต้องวางตัวเป็นกลาง
นายมงคล กล่าวต่อว่า สำหรับภาพรวมของการดำเนินงานด้านนิติบัญญัติที่วุฒิสภาได้ดำเนินการตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา เช่น การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรจำนวน 47 ฉบับ ประกาศใช้เป็นกฎหมายแล้ว 32 ฉบับ การอนุมัติพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำนวน 3 ฉบับ

การพิจารณาญัตติ 54 ญัตติ โดยเฉพาะประเด็นที่อยู่ในความสนใจของสังคมและเกี่ยวข้องกับอนาคตของประเทศโดยตรง ที่ตั้งกระทู้ 443 เรื่อง ขณะที่การให้ความเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่งองค์กรต่างๆ ตามรัฐธรรมนูญ ยืนยันได้พิจารณาอย่างรอบคอบ โปร่งใส และยึดหลักคุณธรรมจริยธรรมเป็นสำคัญ
“วุฒิสภาอยู่มาครบ 2 ปี ด้วยความสามัคคี แม้จะมีความคิดเห็นที่แตกต่าง ก็ถกเถียงกันได้ ซึ่งความเห็นที่แตกต่างเปรียบเป็นดอกไม้หลากสี เมื่อหลอมรวมก็จะเป็นประโยชน์กับประชาชน เชื่อว่าทุกคนจะอยู่ร่วมกันได้ด้วยความรักสามัคคี” นายมงคล กล่าว
ด้านพล.อ.เกรียงไกร กล่าวถึงโครงการ สว.พบประชาชนว่า วุฒิสภาได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ลงพื้นที่เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการที่แท้จริงของประชาชนจากทั่วทุกภาคของประเทศ เพื่อนำข้อมูลที่ได้ ไปประกอบการพิจารณากลั่นกรองกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย ให้สอดคล้องกับบริบทสังคม รวมทั้งนำไปสู่การผลักดันเพื่อให้เกิดการแก้ไขให้อย่างเกิดผลเป็นรูปธรรม
พล.อ.เกรียงไกร กล่าวต่อว่า ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา จากเรื่องร้องเรียนกว่า 1,370 เรื่อง พบปัญหาส่วนใหญ่เป็นปัญหาด้านแหล่งน้ำ รองลงมาได้แก่ ด้านที่ดิน และด้านเกษตร ซึ่งได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งสว. หน่วยงานภาครัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน ภาคเอกชนและสื่อมวลชน ช่วยกันแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างดีมา เพื่อให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน

ยืนยันว่าวุฒิสภาไม่ได้เป็นเพียงผู้รับฟัง แต่ยังเป็นผู้ที่เดินหน้าเพื่อประสาน ผลักดัน และติดตาม เพื่อให้ทุกความเดือดร้อนและข้อเสนอแนะของประชาชนได้ส่งต่อไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นระบบ
เมื่อถามว่า มีการมองว่าเป็นสว.สีน้ำเงินในการทำงาน 2 ปีที่ผ่านมา นายมงคล กล่าวว่า สว. ยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชน และทำตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงข้อกฎหมาย คนเราเห็นต่างกันได้ ไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกันเสมอไป
ต่างคนต่างเห็นคนละมุม ทั้งดีและไม่ดี เป็นธรรมดาของมนุษย์ ที่ไม่มีความสมบูรณ์ จะเห็นปัญหาต่างกัน และมีความเห็นไม่ตรงกัน แต่ขอให้ยึดประโยชน์ของประเทศและประชาชน ถ้าทำผิดก็ถือว่าไม่ชอบ
เมื่อถามว่าถูกมองเรื่องคดีฮั้วสว. เสียกำลังใจหรือไม่ นายมงคล กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน ซึ่งแต่ละคนไม่ก้าวก่ายหน้าที่กัน หน้าที่ใครก็ทำไปเป็นอิสระต่อกัน ผลออกมาอย่างไรก็แล้วแต่
เมื่อถามว่าสว.ชุดปัจจุบันเลือกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ไปแล้ว 4 คนใน 7 คน จะอธิบายให้ประชาชนเข้าใจอย่างไรว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน นายมงคล กล่าวว่า เป็นการทำตามหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ได้รู้จักกันกับกกต. ส่วนตัวประธานและรองประธานอีก 2 คน ไม่เคยเข้าไปก้าวก่ายแทรกแซง ทำไม่ได้และจะไม่ทำ

เมื่อถามว่ากระแสวิจารณ์เรื่องคดีฮั้วสว. กวนใจแค่ไหน เพราะภาพของสว. ถูกมองว่าไม่เป็นตัวของตัวเองคอยรับฟังคำสั่ง นายมงคล กล่าวว่า ไม่ได้รับฟังคำสั่งใคร สว.ทุกคนมีเอกสิทธิ์ ไม่เคยไปสั่งใคร และไม่เคยรับคำสั่งใคร ทำหน้าที่ของตัวเอง
การถูกวิจารณ์เรื่องคดีฮั้วสว.เป็นเรื่องปกติ ไม่มีใครรู้ตัวดีเท่าตัวของตัวเอง เราต้องเคารพตัวเอง คนจะมองอย่างไรก็มองได้ ซึ่งเสียงสะท้อนที่ออกมาก็พร้อมรับฟังเอามาแก้ไขปรับปรุง แต่จะไม่เอามาบั่นทอนกำลังใจ เราต้องปรับปรุงตัวเองและมีสติตลอดเวลา
พล.อ.เกรียงไกร กล่าวว่า สว. ยังมีกำลังใจดี เรื่องคดีฮั้วสว. เป็นเรื่องนานาจิตตัง โลกใบนี้เรื่องติฉินนินทาห้ามไม่ได้ ส่วนที่ถามว่ากวนใจหรือไม่นั้น เราต้องทำตามหน้าที่รัฐธรรมนูญ หากคำตัดสินออกมาอย่างไรก็พร้อมน้อมรับไม่ตะแบง เอฟซีใครเอฟซีมันตนก็ได้รับกำลังใจมากมายเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม พร้อมรับฟังความคิดเห็นเสียงสะท้อนทั้งด้านบวกและลบ ในระบอบประชาธิปไตย เมื่อเราเคารพมติเสียงส่วนใหญ่ก็ต้องไม่เพิกเฉยเสียงข้างน้อย ที่ให้ข้อติติงหรือข้อสังเกต
เมื่อถามถึง ในวันเลือก สว. ระดับประเทศ ที่พบว่านายมงคล ส่งโพยให้กับเจ้าหน้าที่ กกต. จะให้คำตอบได้หรือไม่ว่าโพยนั้นคืออะไร นายมงคล กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ควรเอามาพูด ใครจะถาม ก็ไปถามเขาเอง ตนพูดไม่ได้ และกราบขอโทษอย่างยิ่งที่ผ่านมาไม่ค่อยให้สัมภาษณ์ เพราะต้องรักษาความเป็นกลางอย่างเคร่งครัด ดังนั้น เรื่องที่เป็นประเด็น ตนจะงดเว้นแสดงความคิดเห็นทั้งหมด
“ผมกราบขอโทษที่เลื่อนการจัดงานพบปะสื่อมวลชน จากเดิมจะจัดช่วงต้นปี 2569 แต่เลื่อนมาเป็นวันนี้ ผมกราบขอโทษสื่อได้ ยกมือไหว้นักข่าวทุกช่อง ไหว้ได้ทุกคน ไม่ใช่กราบแต่ลูกเทพ” พล.อ.เกรียงไกร กล่าว