ภคมน ตั้งข้อสังเกต หลังโกงสอบท้องถิ่นผ่าน 40 วันไม่คืบหน้า ชวนย้อนไทม์ไลน์จะพบ ‘สั่งตั้งแต่เมื่อวาน ฮั้วกันตั้งแต่เริ่มต้น’ หลัง ม.บูรพา เคยชนะการเสนอราคา แต่ถูกยกเลิกสัญญาเมื่อต้นปี 2568 และเปลี่ยน TOR ใหม่ จนได้ มศว เข้ามาจัดสอบแทน
วันที่ 31 ก.ค.2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน กล่าวถึงคดีโกงสอบท้องถิ่นว่า นับตั้งแต่วันแรกที่เจ้าหน้าที่บุกเข้าไปยังอาคารแห่งหนึ่งที่นนทบุรี จนถึงขณะนี้ ผ่านมากว่า 40 วันแล้ว แต่มหากาพย์ทุจริตสอบท้องถิ่น มูลค่าทุจริต 5,000 ล้านบาท ที่ควรจะมีความคืบหน้ามากกว่านี้
จนถึงวันนี้ กลับยังไม่มีอะไรมากไปกว่าข่าวการ จ่อออกหมายเรียก หรือ จ่อออกหมายจับ โดยยังไม่มีท่าทีว่าจะขยายผลไปตรวจเส้นทางการเงินของใครเลยแม้แต่รายเดียว ทั้งที่มีข้อมูลหลายจุดที่ทำให้น่าสงสัยว่า ขบวนการโกงสอบท้องถิ่นนั้นมีการเตรียมการฮั้วกันตั้งแต่เริ่มแรกในระดับ TOR
จากการติดตามซักถามในกมธ.การพัฒนาการเมืองฯ ทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ก็ยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองว่าทำถูกต้องทุกขั้นตอน ขณะที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ก็ยืนยันว่าดำเนินการตามข้อตกลงและขอบเขตของงาน (TOR) อย่างเคร่งครัด
น.ส.ภคมน กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตตั้งแต่แรกว่าการทุจริตสอบท้องถิ่น 2568 ไม่มีทาง ‘สั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน’ แน่ๆ แต่เป็นการ ‘สั่งไว้ตั้งแต่เมื่อวาน’ มากกว่า มีการวางแผนทำกันเป็นขบวนการ ซึ่งเห็นได้ชัดหากย้อนไทม์ไลน์กระบวนการทั้งหมดว่ามีร่องรอยความไม่ชอบมาพากลตั้งแต่ปี 2566
“จุดเริ่มต้นของการ รู้เห็นเป็นใจ ระหว่าง สถ. และ มศว จนนำไปสู่ความเสียหายมากขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องการแอบทุจริตกันกลางทาง แต่มีข้อสังเกตว่า เป็นการจัดวางและวางแผนกันมาตั้งแต่แรก” น.ส.ภคมนกล่าว
น.ส.ภคมน ระบุว่า การโกงระดับมหากาพย์ระดับนี้ ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่สามารถทำเพียงลำพังได้ และไม่ใช่เป็นการร่วมมือกันของระดับผู้ปฏิบัติการเล็กๆ ที่เตรียมการไว้ก่อนเท่านั้น แต่เป็นระดับหัวหน้าที่มีอำนาจตัดสินใจ เริ่มตั้งแต่กระบวนการเลือกผู้รับจ้าง ว่าทำไมสุดท้ายจึงกลายเป็น มศว ทั้งที่คิดราคาจ้างแพงกว่ามหาวิทยาลัยอื่นอย่างมหาวิทยาลัยบูรพา (ม.บูรพา) หรือมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์
“ความจริง งานนี้ ม.บูรพา เป็นผู้ชนะการเสนอราคาตั้งแต่แรก แต่กลับเปลี่ยนตัวผู้รับจ้างเป็น มศว ในภายหลัง โดยอ้างว่า ม.บูรพา มีประวัติทุจริต ซึ่งในเวลาต่อมา ม.บูรพา ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งเปลี่ยนแปลงดังกล่าวและเป็นฝ่ายชนะอุทธรณ์”
โดยลำดับเหตุการณ์การจ้างเหมาจัดสอบ
– ธันวาคม 2566: เมื่อ ม.บูรพา ชนะการอุทธรณ์ สถ. ได้ต่อรองขอลดราคา ซึ่งทาง ม.บูรพา ยินยอมลดราคาลงเหลือ 82,500,000 บาท (เฉลี่ย 275 บาท/คน)
– 28 ธันวาคม 2566: สถ. ออกประกาศให้ ม.บูรพา เป็นผู้ชนะการเสนอราคาอย่างเป็นทางการ
– 16 มกราคม 2567: ม.บูรพา เข้าลงนามในสัญญาจ้างเหมาจัดสอบกับ สถ. ตามขั้นตอนปกติ
– 22 มกราคม 2567: สถ. ออกหนังสือขอชะลอกระบวนการลงนามสัญญา โดยอ้างว่ามีข้อร้องเรียนเรื่อง ม.บูรพา มีประวัติการจัดสอบที่ทุจริต
– 25 มกราคม 2567: ม.บูรพา เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ร่วมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อชี้แจงมาตรการป้องกันการทุจริตที่ถูกกล่าวหา
– พฤษภาคม 2567: ม.บูรพา เข้าร่วมประชุม กสถ. อีกครั้ง เพื่อนำเสนอแผนงานและแนวทางปฏิบัติเพิ่มเติมตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง
– กุมภาพันธ์ 2568: สถ. ออกประกาศและหนังสือลงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2568 ยกเลิกประกาศรายชื่อผู้ชนะการเสนอราคา ซึ่งก็คือยกเลิกสัญญากับ ม.บูรพา
ทั้งนี้ มีข้อเท็จจริงและข้อสังเกตเรื่อง TOR ว่า ในเวลาต่อมา เมื่อมีการสอบถาม สถ. ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่า ไม่พบข้อร้องเรียนทุจริตของ ม.บูรพา อีกทั้ง สถ. ก็ไม่เคยแจ้งผลการยุติการตรวจสอบข้อร้องเรียนให้ ม.บูรพา ทราบตามที่เคยระบุไว้
นอกจากนี้ หนึ่งในเหตุผลหลักที่ สถ. นำมาอ้างยกเลิกสัญญากับ ม.บูรพา คือการระบุว่า ขอบเขตของงาน (TOR) เดิมไม่รัดกุม และเปิดช่องไม่ให้ผู้ว่าจ้างเข้าไปตรวจสังเกตการณ์ได้ทุกขั้นตอน
“ข้ออ้างนี้ฟังไม่ขึ้นและไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง เพราะ TOR ดังกล่าวมาจากคณะกรรมการกำหนด TOR ที่แต่งตั้งโดย นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีสถ.ขณะนั้น ซึ่งผู้รับจ้างอย่าง ม.บูรพา ไม่มีสิทธิ์เข้าไปเขียนหรือกำหนด TOR ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว” น.ส.ภคมนกล่าว
น.ส.ภคมน กล่าวถึงข้อสงสัยเรื่องการ ‘ล็อกสเปก’ว่า หลังจากยกเลิก ม.บูรพา แล้ว สถ.ได้จัดหาผู้จัดสอบรายใหม่ จนได้ มศว เข้ามาเป็นผู้จัดสอบ พร้อมมีการปรับแก้ TOR ขึ้นมาใหม่ ข้อสังเกตคือ TOR ฉบับใหม่ แม้จะไม่ได้เขียนชื่อผู้ชนะออกมาตรงๆ แต่เปลี่ยนกติกาหลายจุดพร้อมๆ กัน ซึ่งส่งผลให้ผู้เสนอราคารายใดรายหนึ่งได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด
“การไล่เรียงเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ไม่ได้กำลังบอกว่าหาก ม.บูรพา ได้รับจัดสอบแล้วจะไม่เกิดการโกง เพราะเรื่องนี้ไม่มีใครทราบ แต่กำลังชี้ให้เห็นว่า กระบวนการเลือกผู้รับจ้าง มีความตั้งใจล็อกเป้า หรือ ฮั้ว มาตั้งแต่แรกเริ่ม”
น.ส.ภคมน ระบุว่า มีแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือบอกว่า ก่อนจะมีการล็อกเป้า มีการพูดคุยถึงเงื่อนไขบางอย่างที่จะเกิดขึ้นไว้ก่อนแล้ว ซึ่งตัวแทนของผู้ชนะการประกวดราคาก็ยอมรับเงื่อนไขนั้น สุดท้ายผลประโยชน์จึงลงตัวเพราะมีผู้ยื่นเงื่อนไข และมีผู้ตอบสนองเงื่อนไข นั่นเอง