ศุภชัย จี้ กกต.เร่งสอบสวนปมเอกสารคณะอนุฯไต่สวนชุดที่ 26 หลุดอยู่ในมือ ‘ไอติม-ไอลอว์’ ยืนยันไม่มีฟ้องปิดปาก เหน็บเห็นเปิดปากพูดอยู่ตลอด
เมื่อวันที่ 26 ส.ค.2569 ที่รัฐสภา นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย พรรคภูมิใจไทย แถลงเรียกร้อง ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมสืบสวนและไต่สวน ชุดที่ 26 กกต. ให้มีการสอบสวนคณะอนุฯ ชุดดังกล่าว ว่าปล่อยให้เอกสารมาอยู่กับบุคคลอื่นได้อย่างไร
หลังจากสำนวนการสอบสวนคดีฮั้วสว. ถูกนำมาเผยแพร่โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และไอลอว์ รวมถึงสื่อออนไลน์ต่างๆ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นการนำเอกสารของทางราชการที่เป็นความลับออกมาเผยแพร่
ทั้งนี้ จากการติดตามข่าวพบว่า นายพริษฐ์ นำเอกสารซึ่งถูกระบุว่าเป็นสำนวนของคณะอนุฯ ชุดที่ 26 กกต. หรืออาจลามไปถึงชุดที่ 36 ซึ่งเป็นเอกสารที่ระบุว่า รายงานการสอบสวนสำนวนการไต่สวนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมัครสว. มีหมายเลข ลำดับ และกลุ่มที่เท่าไหร่นั้น
เป็นเอกสารที่อยู่ในมือของ นายเอกรินทร์ ดอนดง หนึ่งในบุคคลที่อยู่ในคณะอนุฯ ชุดที่ 26 ขณะนั้นเป็นผู้อำนวยการส่วนวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์พิเศษของคดีเทคโนโลยี และศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
ดังนั้น เอกสารที่หลุดออกมาไปอยู่ในมือของนายพริษฐ์ได้อย่างไร เป็นความตั้งใจ หรือละเลยที่ปล่อยให้เอกสารหลุดมาหรือไม่ หรือหากเห็นว่าว่าการหลุดไปเป็นความผิดทางอาญา ขอให้กกต.ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
นายศุภชัย กล่าวด้วยว่า ร.ต.อ.ชนินทร์ ควรมีหน้าที่ดูแลเอกสารทั้งหมดในฐานะเป็นประธานฯ แต่เอกสารนี้ไปถึงภายนอกได้อย่างไร จึงขอเรียกร้องให้กกต. ดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว เพราะวันนี้บุคคลภายนอกที่มาเรียกร้องมีความย่ามใจมาก โดยนำเอกสารราชการมาเผยแพร่
ตนเห็นว่าเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย บางคนอาจบอกว่าไม่ผิดเพราะ เพราะไม่ใช่พนักงาน แต่หากการสืบสวนสอบสวน พบว่าการกระทำของท่าน เกี่ยวพันกับบุคคลที่เข้ามานำเอกสารนี้มาเปิดเผย อาจถูกดำเนินคดีในฐานะเป็นตัวการร่สม รวมถึงอาจถูกดำเนินคดีในฐานะเป็นผู้สนับสนุนก็ได้
“ผมไม่ได้บอกว่าเอกสารมาจากนายเอกรินทร์ แต่เอกสารชุดนี้อยู่ในความครอบครอง และความรับผิดชอบของนายเอกรินทร์ ซึ่งหลุดไปอยู่ในมือของนายพริษฐ์ได้อย่างไร ขอให้ กกต.ออกมาชี้แจง” นายศุภชัย กล่าว
ส่วนที่จะมีการจัดเวทีเสวนาเรื่องฮั้วสว. ที่โรงแรมพูลแมน จะมีการมอนิเตอร์อะไรที่อาจจะพาดพิงพรรคหรือไม่ นายศุภชัย กล่าวว่า วันนี้ตนตั้งคำถามแล้วว่าท่านเอาข้อมูลของคณะอนุฯ ชุดที่ 26 มาได้อย่างไร และขอถามต่อว่าทำไมไม่เอาชุดที่ 36 มาเทียบเคียงให้ประชาชนได้เปรียบเทียบด้วย
ท่านเลือกหยิบสิ่งที่ถูกใจท่าน เอามาเปิดเผย แต่ไม่เอาชุดที่ 36 มาให้ประชาชนได้ตัดสิน ท่านอย่าแสดงความเห็นนำ เพราะแบบนี้ไม่ใช่นักประชาธิปไตย ดังนั้น ถ้าท่านมีข้อมูลของชุด 36 ขอให้เอามาแสดงเปรียบเทียบกัน
นายศุภชัย ยืนยันว่า เรื่องสายสัมพันธ์ที่ท่านเอามาโยง เป็นเรื่องปกติของทุกคนที่รู้จักกัน ต่อให้โยงว่าโทรศัพท์กันไปมา แต่การพิจารณาว่าใครผิดหรือไม่ผิด ต้องไม่ใช่เหตุอันควรเชื่อได้ว่าจากนายพริษฐ์ แล้วไปบอกกกต.ว่าต้องเชื่อเหมือนกัน
“วันนี้จะให้ถูกใจท่าน บ้านเมืองคงอยู่ไม่ได้ ถ้าปล่อยให้บ้านเมืองไปตามกระแส คุณจะไปตั้งเวทีย่อยก็ไปเถอะ ไม่เป็นไร จะได้สร้างเศรษฐกิจให้มันดีขึ้น ผมท้าว่าถ้าไปพูลแมนหรือจะไปที่ไหน แต่พลูแมนมีหลายพูลแมนก็ไปให้ถูก และแจ้งให้ชัดด้วยว่าใครจ่ายค่าห้อง อย่าเอากล่องไปแล้วบอกลงขันกันเหมือนที่เมืองทองที่มีการจัดห้องกัน แต่จริงๆมีคนจ่ายคนเดียว” นายศุภชัย กล่าว
เมื่อถามว่านายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ไม่อยากให้มีการฟ้องปิดปาก นายศุภชัย กล่าวว่า ไม่มีใครถูกปิดปากสักคน ท่านเปิดปากของท่านตลอด วันนี้ถามว่ามีคนถูกฟ้องปิดปากหรือยัง นายพริษฐ์ไม่เคยถูกฟ้องฟ้อง ส่วนไอลอว์มีคนไปแจ้งความ
แต่อย่าคิดว่าตัวเองคือความชอบธรรม คุณไม่ได้เป็นมนุษย์ที่วิเศษกว่าคนอื่น ก็เหมือนคนทั้งหลายที่รักชาติ อย่าผูกขาดความรักชาติ ส่วนการจะมีเสรีภาพต้องอยู่ในขอบเขต การใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่นเขาก็มีสิทธิ์ปกป้องตัวเอง