ทนายวัดพระธาตุพนม โต้ปม114 ล้านหาย แจงเหลือ81ล้าน ย้อนถามอดีตนอภ. 12ล้าน เอาไปทำไร ลั่นเตรียมฟ้อกลับคนโพสต์-คนแชร์ ให้ข้อมูลเท็จ

จากกรณีนายจักรพงษ์ ปทุมไกยะ อดีตนายอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม และอดีตไวยาวัจกรวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวแฉเดือดวัดพระธาตุพนม จากเงิน 114 ล้าน ผ่านมา 2 ปี ตอนนี้แทบหมดวัด บริหารเงินยังไง เงินก้อนสุดท้ายจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ยังโดนถอนมาอีก พร้อมยังระบุด้วยว่า “ที่ผมตัดสินใจโพสต์เพราะเป็นห่วงวัดจริงๆ ก่อนที่จะไม่เหลืออะไรเลย”

นายจักรพงษ์ ยังโพสต์ด้วยว่า “ถ้าไม่จริงก็ออกมาแถลงข่าวได้นะครับว่าเงินของวัดพระธาตุพนมเหลือเท่าไหร่ เงินวัดคือเงินที่ประชาชนร่วมกันบริจาค” หลังโพสต์ดังกล่าวแพร่สะพัดออกไปมีผู้มาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก ขณะที่นายณพจน์ศกร ทรัพยสิทธิ์ ทนายความประจำวัดพระธาตุพนม ออกมาตอบโต้นายจักรพงษ์ ที่กล่าวอ้างทำให้วัดเสื่อมเสีย พร้อมถามย้อนกลับคืนว่าเป็นเงินจากบัญชีไหน ลั่นหากทำให้วัดเสียหายจ่อดำเนินคดี ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 31 ต.ค.2569 ที่ห้องประชุมฝ่ายจัดการผลประโยชน์ วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม คณะกรรมการวัดพระธาตุพนม 8 คน ได้เดินทางมาประชุมเพื่อหารือถึงประเด็นดังกล่าว โดยใช้เวลาประชุมหารือนานกว่า 1 ชั่วโมง

ภายหลังคณะกรรมการวัดได้ประชุมหารือกันเสร็จ ได้นำเอกสารบัญชีของวัดรายรับรายจ่าย และสำเนาโฉนดที่ดินของวัดมาแถลงข่าว มีนายสุวิทย์ ขันติญาราษฎร์ ประธานคณะกรรมการบริหารวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร นายณพจน์ศกร ทรัพย์สิทธิ์ ทนายความประจำวัดพระธาตุพนม และคณะกรรมการวัด 8 คน ร่วมแถลงข่าว โดยมี พ.ต.ท.ถนอมศักดิ์ ไชยบุรมย์ รอง ผกก.(ป) สภ.ธาตุพนม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ 4-5 นาย มาคอยรักษาความสงบ

นายณพจน์ศกร เปิดเผยว่า ตามที่นายจักรพงษ์ ปทุมไกยะ อดีตไวยาวัจกรวัด และอดีตรักษาการนายอำเภอธาตุพนม ได้มาเปิดประเด็นตามที่ท่านได้เข้ามาบริหารนั้นกล่าวอ้างว่ามีเงินเหลือในบัญชีวัด 114 ล้านบาท และมีการกล่าวพาดพิงคณะกรรมการวัดชุดบริหารปัจจุบันว่าบริหารลักษณะไม่โปร่งใส กล่าวอ้างด้วยว่าทำให้เงินของวัดไม่เหลือในขณะนี้

หลังการประชุมคณะกรรมการบริหารวัดพระธาตุพนมเสร็จได้มอบหมายให้ตนทำหน้าที่แถลงเพื่อให้สื่อมวลชนและพี่น้องพุทธศาสนิกชนทั่วทั้งประเทศ ได้รับทราบประเด็นที่ถูกกล่าวหาและกล่าวอ้าง มีเงินคงเหลือในบัญชีวัด 144 ล้านบาทนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะกรรมการชุดนี้เข้ามาทำหน้าที่ปลายปีราวต้นเดือน ต.ค.2568 ได้มีระเบียบของสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้มีการออกมาร่างระเบียบให้วัดทุกวัดได้ทำรายงานการเงินเสนอต่อสำนักพุทธฯ

หลังคณะกรรมการชุดก่อนคืออดีตรักษาการนายอำเภอธาตุพนมคือนายจักรพงษ์ ปทุมไกยะ ทางเราเข้ามาบริหารตอนนั้น เอกสารของคณะกรรมการชุดนี้ไม่พบว่ามีเอกสารใดๆเลย หลังจากคณะกรรมการชุดของตนเข้ามาได้แสวงหาบัญชีของธนาคารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับวัดมีกี่บัญชี

หลังจากการตรวจสอบพบว่าบัญชีของวัดมี 45 บัญชี ก่อนที่คณะกรรมการชุดตนจะเข้ามาบริหาร ตรวจสอบแล้วในขณะนั้นคือปี 2568 มีเงินคงเหลือในบัญชีวัดจำนวน 94,044,234.99 บาท หลังจากตรวจสอบในเดือน ธ.ค.2568

ต่อมาทางคณะกรรมการชุดปัจจุบันได้รวบรวมบัญชี พบว่าบางบัญชีมันซ้ำซ้อนกันใน 45 บัญชีวัด ล่าสุดพบว่ามีเงินวัดทั้งหมดจากแรงศรัทธาของพี่น้องประชาชนบำรุงวัดพระธาตุพนมและพระพุทธศาสนา พบว่าวันนี้มีเงินเหลือ 81,800,473,36 บาทตามเอกสารที่ได้มอบให้กับสื่อมวลชน ส่วนที่มีผู้มากล่าวอ้างว่าคณะกรรมการชุดนี้บริหารงบประมาณของวัดสูญหายไปไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ซึ่งคณะกรรมการชุดปัจจุบันของตนมีข้อสงสัยหลายประเด็น พบว่าคณะกรรมการบริหารชุดก่อน มีการเบิกจ่ายงบประมาณของวัดของเป็นไวยาวัจกรวัด เบิกจ่ายเป็นเช็คเงินสดไปทั้งหมด 7 แผ่นรายการ จำนวน 12 ล้านบาท บางรายการมียอดสูงสุดวันที่ 20 ส.ค.2567 เบิกจ่ายไป 8 ล้านบาท ซึ่งเราไม่ทราบว่าทางท่านเบิกจ่ายไปทำอะไรและมีที่ไปที่มาอย่างไร เป็นประเด็นที่ย้อนถามกลับไปทางท่านอดีตไวยาวัจกรและอดีตรักษาการนายอำเภอธาตุพนม ขอให้ตอบคำถามสังคมด้วย

รายการต่อมาวันที่ 28 พ.ย.2567 อดีตนายอำเภอคนนี้มีการลงรายมือชื่อเบิกจ่าย 2.6 ล้านบาท สองยอดพุ่งไปกว่า 10 ล้านบาทแล้ว รายการอื่นๆวันที่ 9 ก.ค.2567 ราว 9.8 แสนบาท วันที่ 4 ก.ค.2567 อีกจำนวน 3.9 แสนบาท และวันที่ 31 พ.ค.2567 เบิกอีก 3.2 แสนบาท และวันที่ 4 ก.ค.2567 อีกทั้งยังเบิกอีกหลายยอด รวม 4.6 แสนบาท รวมทั้งสิ้นประมาณ 12 ล้านบาท

รายละเอียดที่เบิกจ่ายไปตามที่กล่าวไปแล้ว ตนและคณะกรรมการวัดก็อยากจะย้อนถามไปถึงอดีตรักษาการนายอำเภอและอดีตไวยาวัจกรวัด ขณะมาทำหน้าที่บริหารอยู่ในขณะนั้นและพบว่าเอกสารลงรายมือในเช็คด้วยตัวท่านเอง ต้องถามกลับว่าเงินส่วนนี้ท่านเอาไปทำอะไร

ส่วนที่ท่านกล่าวอ้างว่าเงินจำนวน 114 ล้านบาทสูญหายไปหมดนั้น ยืนยันว่าไม่เป็นความจริงตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด เราตรวจสอบถึงขนาดไปขอรายการเช็คเบิกจ่ายเงินจำนวนเท่าไหร่ และใครเป็นลงรายมือชื่อในขณะนั้น

นายณพจน์ศกร กล่าวต่อว่า เงินรายได้ส่วนใหญ่ของวัดยังยืนยันว่ามาจากตู่บริจาคของวัดที่พี่น้องประชาชนมาทำบุญที่วัดพระธาตุพนม มีการตรวจสอบยอดเงินทุกวันในแต่ละตู้จำนวนเท่าใด และนำเงินเข้าบัญชีธนาคาร ส่วนการใช้จ่ายคณะกรรมการไม่มีอำนาจ

ถ้าจะใช้จ่ายได้ก็ต้องนำเรื่องเรียนเจ้าอาวาสวัด หรือคณะกรรมการมีมติแต่ยังใช้จ่ายไม่ได้อีก ต้องนำเรียนเจ้าอาวาสอีกครั้งว่างบประมาณของวัดจะนำเอาไปใช้อะไร วัดยังมาภาระจ่ายค่าน้ำค่าไฟตกเดือนละ 8 แสนทุกเดือน และค่าใช้จ่ายอื่นของเจ้าหน้าที่จิปาถะสาธารณสมบัติของวัดให้สวยงาม ปรับปรุงลงรักปิดทององค์พระธาตุพนม ก็เป็นเงินบริจาคของพี่น้องประชาชน

ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่ามีเงินจำนวน 30 ล้านได้ถอนออกมาใช้หมดเป็นบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาเรณูนครนั้นยืนยันว่า ยังคงเหลือทุกบาททุกสตางค์ มันยุ่งยากต่อการเบิกจ่ายจึงถอนเงินและปิดบัญชีนี้และนำเงิน 30 ล้านบาทมาเปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาธาตุพนม ผู้ที่กล่าวหาวัดอาจได้ข้อมูลไม่ครบและเข้าใจผิดหรือไม่

ดังนั้นทางคณะกรรมการจะสงวนสิทธิ์ทำการฟ้องผู้ที่กล่าวหาโพสต์เฟซบุ๊ก ผู้ที่แชร์และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน โดยไม่มีมูลข้อเท็จจริง ทำให้ภาพลักษณ์ของวัดและคณะกรรมการวัดเสียหาย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน