ปัจจุบันประชากรไทยกำลังเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การเลือกใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพจึงกลายเป็นสิ่งจำเป็นของทุกครัวเรือน โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ดังนั้น การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าจึงไม่ได้พิจารณาเพียงความสวยงามหรือฟังก์ชันการใช้งานเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงความคุ้มค่าในระยะยาวและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย
ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า 30 ปีที่ผ่านมา “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” ได้ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายสำคัญที่ผู้บริโภคชาวไทยให้ความเชื่อถือ ช่วยให้การตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ประหยัดพลังงานเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น พร้อมทั้งลดค่าใช้จ่าย และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า แต่เมื่อบริบทด้านพลังงานของประเทศและของโลกเปลี่ยนไป การยกระดับมาตรฐานด้านการอนุรักษ์พลังงานจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้สอดรับกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions)

ด้วยเหตุนี้ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หรือ กฟผ. และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน หรือ พพ. กระทรวงพลังงาน จึงได้ผนึกกำลังครั้งสำคัญในการควบรวม “ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ 5” ของ กฟผ. และ “ฉลากประหยัดพลังงานประสิทธิภาพสูง” ของ พพ. ให้เป็นหนึ่งเดียว ภายใต้ชื่อ “ฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5” (No.5 Energy Efficiency Label) เพื่อสร้างเอกภาพของฉลากพลังงานทั้งประเทศ และเป็นมาตรฐานกลางที่ผู้บริโภคสามารถเชื่อถือได้ ซึ่งการรวมพลังของสองหน่วยงานหลักด้านพลังงานในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยลดความสับสนในการจดจำฉลาก แต่ยังสะท้อนบทบาทของกระทรวงพลังงานในการขับเคลื่อนนโยบายด้านการอนุรักษ์พลังงานอย่างเป็นระบบ โดยฉลากโฉมใหม่ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากฉลากเบอร์ 5 เดิมของ กฟผ. พร้อมเพิ่มเอกลักษณ์สำคัญคือ “วงแหวนสีฟ้า” ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากฉลากของ พพ. สื่อถึงการส่งต่อคุณค่าการประหยัดพลังงานกลับคืนสู่ผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ภายในฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 โฉมใหม่ ได้รวบรวมข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าใจง่ายและเปรียบเทียบได้ชัดเจนมากขึ้น ทั้งระดับประสิทธิภาพพลังงาน 6 ระดับ ตั้งแต่ไม่มีดาว ไปจนถึง 1-5 ดาว ซึ่งยิ่งมีจำนวนดาวมาก ยิ่งสะท้อนถึงการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ ยังแสดงข้อมูลค่าไฟฟ้าต่อปีเพื่อช่วยประมาณค่าใช้จ่าย, ค่าประสิทธิภาพสำหรับการเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกัน, ข้อมูลการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) QR Code สำหรับเข้าถึงรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงสัญลักษณ์ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และตรารับรองจากทั้ง กฟผ. และ พพ. ซึ่งช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับฉลากที่เป็นมาตรฐานเดียวของประเทศ

ในด้านการใช้งาน ฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5 โฉมใหม่ ได้เริ่มนำมาใช้กับผลิตภัณฑ์ที่วางจำหน่ายตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นไป ครอบคลุมกว่า 45 กลุ่มผลิตภัณฑ์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน เช่น ตู้เย็น เครื่องปรับอากาศ พัดลม หม้อหุงข้าว หลอดไฟ LED และเครื่องฟอกอากาศ ไปจนถึงเทคโนโลยีด้านพลังงานและวัสดุเพื่อการอยู่อาศัย อาทิ แผงเซลล์แสงอาทิตย์ เครื่องอัดประจุยานยนต์ไฟฟ้า สีทาผนัง และฟิล์มติดกระจก ซึ่งล้วนมีบทบาทสำคัญในการลดการใช้พลังงานและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
จากทั้งหมดที่กล่าวมา สะท้อนให้เห็นว่าการยกระดับฉลากประหยัดพลังงานในครั้งนี้ ภายใต้การขับเคลื่อนร่วมกันของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน จึงไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนรูปลักษณ์ แต่เป็นก้าวสำคัญของการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค ควบคู่ไปกับการผลักดันภาคอุตสาหกรรมให้พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น เพราะในวันที่การเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าเชื่อมโยงถึงอนาคตของโลก การมองหาสัญลักษณ์ “ฉลากประหยัดพลังงานเบอร์ 5” โฉมใหม่ จึงเป็นคำตอบที่ช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าผลิตภัณฑ์ที่เลือกซื้อ ประหยัด คุ้มค่า ดีต่อทั้งเราและโลก เมื่อรู้ก่อนก็ประหยัดก่อน