ปัจจุบัน การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health Tourism) กำลังเป็นคลื่นระลอกใหม่อยู่ทั่วโลกที่การผสมผสานองค์ประกอบด้านสุขภาพลงไปในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ทั่วทั้งโลกยิ่งเห็นชัดเจนว่าสุขภาพเป็นสิ่งสำคัญและไม่ใช่เรื่องไกลตัว นอกจากนี้กระแสสังคมผู้สูงอายุและไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนไปยังทำให้คนทุกรุ่นปรารถนาที่จะมีสุขภาพที่ดี ทั้งในมุมของการไร้การเจ็บป่วยจากโรคเรื้อรังต่าง ๆ การมีชีวิตที่ยืนยาว และการมีสุขภาวะที่ดี

กิจกรรมที่นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพมักจะเลือกเข้าร่วมมีตั้งแต่การเข้ารับการรักษาพยาบาลกึ่งท่องเที่ยว การแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์ทางเลือก การบำบัดและป้องกันโรคด้วยกิจกรรมบันเทิงและผ่อนคลาย กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการชะลอวัย ไปจนถึงการเสริมความงามและบำรุงผิวพรรณ ซึ่งตอบโจทย์การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมทั้งทางกายและทางใจ

ประเทศไทยก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางด้านการดูแลสุขภาพและการท่องเที่ยวของโลก เนื่องจากมีผู้เชี่ยวชาญและศาสตร์ความรู้ด้านสุขภาพที่ได้รับการยอมรับและไม่เหมือนใคร โดยมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ได้มีการประกาศให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความมั่นคงทางด้านสุขภาพอันดับ 5 ของโลก และอันดับ 1 ในเอเชีย มิใช่เพียงแค่เทคโนโลยีการแพทย์แผนปัจจุบันเท่านั้นที่ได้รับการพูดถึงจากชาวต่างชาติ การแพทย์แผนไทย สมุนไพรไทย ศาสตร์การชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ รวมถึงกิจกรรมเชิงกีฬาและนันทนาการก็เช่นกัน อีกทั้งในเชิงการท่องเที่ยว ประเทศไทยก็มีลักษณะทางภูมิประเทศ รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติและวัฒนธรรมที่อุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การท่องเที่ยวทุกรูปแบบ

วิทยาลัยดุสิตธานี สถาบันอุดมศึกษาเอกชนชั้นนำทางด้านธุรกิจบริการในเครือ Dusit International ร่วมสร้างความแข็งแกร่งพร้อมสร้างเอกลักษณ์การให้การบริการเพื่อสุขภาพของไทยให้แตกต่างจากประเทศอื่นเพื่อตอบรับกระแสการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพด้วยการปรับหลักสูตรให้มีองค์ความรู้ในด้านสุขภาพและความงามแทรกซึมไปในทุกสาขาวิชา นอกจากนักศึกษาจะได้เรียนรู้ทักษะทั้งในทางทฤษฎีและปฏิบัติแล้ว ยังมีการส่งเสริมความเชี่ยวชาญในด้านการบริหารธุรกิจและได้รับประสบการณ์จริงจากหลากหลายช่องทาง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ทิวา พาร์ค คณบดีหลักสูตรไทย วิทยาลัยดุสิตธานี กล่าวว่า “ในประเทศไทยหลักสูตรที่เปิดสอนด้านสุขภาพและความงาม (Health and Wellness) ในระดับอุดมศึกษาโดยตรงยังมีอยู่น้อย ส่วนใหญ่สามารถแบ่งได้เป็นภาควิทยาศาสตร์ในเชิงการแพทย์ ส่วนในสายบริการก็เป็นด้านของสปาและความงาม ในภาคธุรกิจการโรงแรมและการท่องเที่ยวก็เริ่มมีเรื่อง Tourism wellness ให้ได้เห็นในอุตสาหกรรมบริการมากขึ้นเรื่อยๆ ทางวิทยาลัยซึ่งเป็นผู้นำของการศึกษาเฉพาะทางด้านการท่องเที่ยวและบริการจึงพยายามออกแบบหลักสูตรใหม่เพื่อให้ได้รายวิชาที่ยังคงความเป็น Thai-modern ไว้ภายใต้คอนเสปต์ของสุขภาพและความงาม

“ในการปรับปรุงหลักสูตรใหม่นี้ สาขาการจัดการครัวและศิลปะการประกอบอาหารจะเพิ่มความมุ่งเน้นไปที่เรื่องหลักโภชนาการและความรู้ในเรื่องการแพ้อาหารชนิดต่าง ๆ การประกอบอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารมังสวิรัติ คุณสมบัติของวัตถุดิบที่เป็นยาตามตำรับอาหารไทย และอีกมากมาย เพื่อให้นักศึกษามีองค์ความรู้ตอบรับกับกระแสอาหารโลก (Internationalization) ในส่วนของสาขาการจัดการโรงแรมปัจจุบันยังคงมีการเรียนการสอนด้านสปา และเพิ่มองค์ความรู้ด้าน Spa Wellness และการบริหารจัดการทางด้านนี้มากขึ้น ส่วนสาขานวัตกรรมการบริการการท่องเที่ยวก็เพิ่มองค์ความรู้เกี่ยวกับ Tourism Wellness ให้กับนักศึกษาในสาขาฯ”

นอกเหนือจากการเรียนรู้ด้านสุขภาพและความงามผ่านหลักสูตรในห้องเรียนแล้ว นักศึกษายังได้สัมผัสและซึมซับองค์ความรู้ในด้านนี้ผ่านการลงมือทำ การแข่งขัน การสัมผัสการทำงานในสถานประกอบการจริง ไม่เว้นแม้แต่ความร่วมมือที่วิทยาลัยได้ทำกับหน่วยงานภาคนอกที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพต่าง ๆ

วิทยาลัยดุสิตธานีเปิดประตูสู่โอกาสในสายงานธุรกิจบริการให้กับนักศึกษาด้วยหลักสูตรที่มุ่งเน้นทั้งทฤษฎีและการปฏิบัติในเชิงวิชาชีพและเชิงบริหารด้วยองค์ความรู้มาตรฐาน พร้อมสนับสนุนให้นักศึกษาเรียนรู้จากประสบการณ์จริงเพื่อความพร้อมที่รอบด้านในการเป็นผู้นำของธุรกิจการบริการสุขภาพและความงามทั้งในประเทศไทยและในระดับสากล โดยยึดมั่นในพันธกิจหลักทั้ง 4 ข้อ ได้แก่ ความเป็นสากล (internationalization) การพัฒนาความยั่งยืน (sustainability) การบูรณาการ (integration) และการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์ (Digitalization)

(ข้อมูลเพิ่มเติมคลิก https://dtc.ac.th/)

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน