นักกฎหมายชี้วางเพลิงเผาทรัพย์บ้านปู่คออี้มีความผิด ตำรวจต้องดำเนินคดีอาญา

นักกฎหมายชี้วางเพลิงเผาทรัพย์มีความผิด

นักกฎหมายชี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานวางเพลิงเผาทรัพย์บ้านปู่คออี้มีความผิด ตำรวจต้องดำเนินคดีอาญา 

วันที่ 12 มิ.ย. นายสุรพงษ์ กองจันทึก หัวหน้าคณะทำงานสภาทนายความ ให้สัมภาษณ์หลังศาลปกครองสูงสุด มีคำตัดสินในคดีเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เผาบ้านและยุ้งข้าว ปู่คออี้ มีมิ และชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่บ้านบางกลอยบน และใจแผ่นดิน ว่า คำตัดสินของศาลระบุชัดว่าการบุกเผาทำลายสิ่งปลูกสร้าง และทรัพย์สินของชาวบ้านนั้น เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อคำตัดสินเป็นเช่นนี้แล้วจะมีกระบวนการตามมา 2 เรื่อง

สุรพงษ์ กองจันทึก

คือ 1.เมื่อการกระทำของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกระทำละเมิดต่อชาวบ้านทั้ง 6 ราย ทำให้รัฐต้องสูญเสียเงินค่าสินไหมทดแทน ด้วยมูลเหตุละเมิดให้แก่ชาวบ้าน ทั้ง 6 ราย รายละประมาณ 50,000 บาท ผู้บังคับบัญชาของเจ้าหน้าที่อุทยาน ต้องสอบสวนข้อเท็จจริงว่าเกิดจากสาเหตุอะไร ใครเป็นคนที่ทำให้เกิดความเสียหาย เป็นการกระทำที่จงใจหรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้ถือว่ามีโทษทางวินัย และเจ้าหน้าที่ที่กระทำการละเมิดต่อชาวบ้านต้องชดใช้เงินที่ทางรัฐสูญเสียไปคืนให้กับทางรัฐ

ปู่คออี้

นายสุรพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับในส่วนที่ 2 คือ เมื่อเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายแล้ว ในทางอาญามีข้อหาความผิดฐานวางเพลิงเผาทรัพย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหน้าที่ดำเนินการสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ ซึ่งหวังว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งดำเนินการในส่วนนี้ เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับชาวบ้านโดยเร็ว

วางเพลิงเผาบ้าน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

อ่าน “ปู่คออี้” เศร้าศาลไม่ให้กลับคืนถิ่นเกิด แต่ชี้เจ้าหน้าที่บุกเผาบ้าน ใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ

อ่าน ปู่คออี้ลุ้นศาลปกครองสูงสุดตัดสินคดีเผาบ้าน ยังหวังได้กลับไปตายที่ถิ่นเกิด

อ่าน ตุลาการแถลงคดีชี้ เจ้าหน้าที่อุทยานบุกเผาบ้านกะเหรี่ยงแก่งกระจานไม่ชอบด้วยกฎหมาย

อ่าน เผาบ้าน “ปู่คออี้” บาดแผลของคนป่าที่รัฐไม่ให้อยู่ป่า ทั้งที่ใช้ชีวิตอยู่กับธรรมชาติมากว่าร้อยปี !!

บทความก่อนหน้านี้‘บิ๊กตู่’ ขออย่าระแวง! บินยุโรป6วัน ไม่ได้ไปช้อป-เผยเขาเชิญเอง หลังพ้นโดนแบน
บทความถัดไปคนขับเก๋งดำ เล่านาที “เกือบตาย” หวิดทำลูกสาว-หลานตัวน้อย 2 คน “ย่างสดคารถ”