ภาพวงจรปิดหาย ! กองทัพตอบทนาย ชัยภูมิ ป่าแส ไม่มีนาทียิง มึนหนักทำไมบิ๊กทหารเคยเห็น

9 ส.ค. 2561 - 15:46 น.

กองทัพตอบกลับ ทนายชัยภูมิ ป่าแส ยันไม่พบภาพใดๆในวันเกิดเหตุ เผยคำตอบขัดแย้งกับคำให้สัมภาษณ์นายทหารระดับสูง

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ชัยภูมิ ป่าแส / วันที่ 9 ส.ค. เว็บไซต์สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน รายงานว่า ตามเมื่อวันที่ 18 มิ.ย.61 ทนายความและองค์กรเครือข่ายติดตามความคืบหน้าคดีวิสามัญฆาตกรรม ชัยภูมิ ป่าแส เข้ายื่นหนังสือต่อผู้บัญชาการทหารบก ณ กองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก เพื่อขอข้อมูลภาพเคลื่อนไหวจากกล้องวงจรปิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทหารยิงนายชัยภูมิ ป่าแส เมื่อวันที่ 17 มี.ค.60 นั้น

ล่าสุดวันนี้ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก มีหนังสือลงวันที่ 6 ส.ค.61 ส่งถึงนายรัษฎา มนูรัษฎา อุปนายกสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และหนึ่งในทนายความคดีวิสามัญฆาตกรรมนายชัยภูมิ ป่าแส โดยเนื้อความในหนังสือระบุว่า

“วันที่ 24 มี.ค.60 กองบัญชาการควบคุมที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารม้าที่ 5 (บก.ควบคุมที่ 1 ฉก.ม.5) ได้ถอดเครื่องบันทึกข้อมูลกล้องวงจรปิดออกจากจุดตรวจบ้านรินหลวง เพื่อเตรียมการส่งให้สถานีตำรวจภูธรนาหวาย และเมื่อวันที่ 27 มี.ค.60 กองกำลังผาเมือง ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปร่วมดำเนินการเปิดดูข้อมูลภาพเหตุการณ์ของวันที่ 17 มี.ค.60

แต่ภาพในเครื่องบันทึกข้อมูลเป็นภาพของวันที่ 20–25 มี.ค.60 ไม่มีภาพของวันที่ 17 มี.ค.60 เนื่องจากเป็นระบบบันทึกซ้ำอัตโนมัติของเครื่อง ดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงได้ทดลองทำสำเนาไฟล์ข้อมูลในช่วงวันที่ 17 มี.ค.60 ห้วงเวลา 10.00–10.10 นาฬิกา เพื่อเปิดดู แต่ก็ไม่พบภาพข้อมูลใดๆของวันที่ 17 มี.ค.60 จึงไม่ได้เก็บสำเนาไฟล์ดังกล่าว เพราะไม่มีข้อมูลใดๆ”

ทั้งนี้ข้อมูลตามหนังสือตอบกลับของกองทัพดังกล่าว ค่อนข้างขัดแย้งกับคำให้สัมภาษณ์ของผู้นำกองทัพที่เคยระบุทำนองว่าพวกเขาได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว

หนังสือตอบกลับของกองทัพ

ดังเช่น เมื่อวันที่ 24 มี.ค.60 หลังเกิดเหตุการณ์ประมาณหนึ่งสัปดาห์ รายการ ข่าวสามมิติ รายงานว่า พลโทวิจักขฐ์ สิริบรรสพ แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่าได้ดูภาพจากกล้องวงจรปิดแล้ว พบว่าทหารทำทุกอย่างตรงกับคำให้การของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกล่าวว่า “ผมว่าสมเหตุสมผลในการยิงป้องกันตัว ถ้าเป็นผมอาจกดออโต้ก็ได้”

เช่นเดียวกับ พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ. ที่กล่าวกับสื่อไว้เมื่อวันที่ 28 มี.ค.60 ว่า ภาพไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด ต้องปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการไปเพราะถือว่าเป็นพยานหลักฐานชิ้นหนึ่ง

ในประเด็นเรื่องกล้องวงจรปิดนั้น แม้สังคมเรียกร้องให้มีการเปิดเผยเพื่อให้รู้ความจริงมาตลอด แต่ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็นทหารเองหรือตำรวจเองต่างก็ปฏิเสธที่จะเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิดในวันเกิดเหตุดังกล่าว

นาทีค้นรถชัยภูมิ ป่าแส

แม้กระทั่งจะมีบรรณาธิการของสำนักข่าวบางแห่งได้ขอให้เปิดเผยข้อมูลตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.2540 จนคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหารราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย ได้มีคำวินิจฉัยให้เปิดเผยภาพเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุกรณีนี้ได้ ปรากฏตามคำวินิจฉัย ที่ สค 52/ แต่ก็ก็ยังไม่มีการเปิดเผยอยู่ดี

จนกระทั่งในช่วงที่มีการไต่สวนการตาย ทนายความถึงได้ทราบว่ากล่องฮาร์ดดิสก์ของกล้องวงจรปิดที่ฝ่ายทหารส่งให้พนักงานสอบสวนนั้น พนักงานสอบสวนอ้างว่าได้ส่งกล่องฮาร์ดดิสก์ไปให้กองพิสูจน์หลักฐานกลางทำการตรวจสอบแล้ว แต่ปรากฏว่าไม่พบข้อมูลภาพยนตร์ในวันเกิดเหตุ

สำหรับ นายชัยภูมิ ป่าแส เป็นนักกิจกรรมเยาวชนชาติพันธุ์ลาหู่ ถูกทหารสังกัดกองร้อยทหารม้าที่ 2 บก. ควบคุมที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจกรรมทหารม้าที่ 5 ที่ตั้งจุดตรวจค้นยาเสพติดบริเวณด่านตรวจบ้านรินหลวง ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 17 มี.ค.60

โดยเจ้าหน้าที่อ้างว่านายชัยภูมิมียาเสพติดและต่อสู้ขัดขวาง และจะใช้อาวุธระเบิดขว้างใส่เจ้าหน้าที่ทหาร จึงทำให้เจ้าหน้าที่ทหารจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงสังหารนายชัยภูมิ จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

ในทางคดี พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ได้ยื่นคำร้องขอไต่สวนชันสูตรพลิกศพ (ไต่สวนการตาย) ต่อศาลจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อให้ศาลทำการไต่สวนและทำคำสั่งแสดงว่าผู้ตายคือใคร ตายที่ไหน เมื่อใด และถึงเหตุและพฤติการณ์ที่ตาย เนื่องจากการตายของนายชัยภูมิ ป่าแส เป็นการตายอันเกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ทหารซึ่งอ้างว่าปฏิบัติราชการตามหน้าที่

ชัยภูมิ ป่าแส

จึงต้องมีการชันสูตรพลิกศพและไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 148 และ 150 ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้รับเป็นคดีหมายเลขดำที่ ช.19/2560 โดยมีญาติของนายชัยภูมิ เข้าร่วมเป็นผู้ร้องซักถาม

และเมื่อวันที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้อ่านคำสั่งไต่สวนการชันสูตรพลิกศพ โดยระบุว่า “ผู้ตายคือ นายชัยภูมิ ป่าแส ตายที่ด่านตรวจบ้านรินหลวง ถนนหมายเลข 1178 สายรินหลวง – แม่นะ หมู่ที่ 3 ตำบลเมืองนะ อำเภอเชียงดาว เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2560

เหตุและพฤติการณ์ที่ตายคือ ถูกพลทหารสุรศักดิ์ รัตนวรรณ ใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิง กระสุนเข้าที่ต้นแขนด้านนอกทะลุต้นแขนด้านในและกระสุนแตกทะลุเข้าไปในลำตัวบริเวณสีข้างด้านซ้ายเหนือราวนม กระสุนปืนทำลายเส้นเลือดใหญ่หัวใจและปอดจนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ ภาพวงจรปิดหาย ! กองทัพตอบทนาย ชัยภูมิ ป่าแส ไม่มีนาทียิง มึนหนักทำไมบิ๊กทหารเคยเห็น
ข่าวที่เกี่ยวข้อง