ชาวเชียงแสนก็ค้าน ระเบิดแก่งแม่น้ำโขง หวั่นสูญรายได้ปีละ 1.4 หมื่นล้าน

เมื่อวันทื่ 5 ม.ค. ที่ห้องประชุมเทศบาลตำบลเวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย บริษัททีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) จัดประชุมรับฟังความเห็นของประชาชนต่อผลการศึกษาร่างมาตรการป้องกัน แก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ในโครงการปรับปรุงร่องน้ำทางเดินเรือในแม่น้ำล้านช้าง-แม่น้ำโขง หรือโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขง ครั้งที่ 3 ซึ่งเป็นเวทีครั้งสุดท้าย

โดยนายอำเภอเชียงแสนเป็นประธาน และมีชาวบ้านกว่า 200 คน พร้อมผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เช่น กรมเจ้าท่า สภาความมั่นคงแห่งชาติ สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงการต่างประเทศ รวมทั้งผู้แทนบริษัท CCCC Second Harbor Consultants ซึ่งได้รับสัมปทานโครงการฯเข้าร่วม

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

นายหลิว ลี่ หัว (Liu Lihua) รองประธานบริษัท CCCC Second Harbor กล่าวว่า บริษัทได้รับมอบหมายจาก 4 ประเทศให้ทำการศึกษา ระยะทาง 631 กิโลเมตร โดยว่าจ้างบริษัททีม ซึ่งมีความน่าเชื่อถือ ดำเนินการเก็บข้อมูล เราจะบันทึกทุกข้อเพื่อยื่นให้ทั้ง 4 รัฐบาล

การที่ภาคประชาชนมาร่วม เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ตอนนี้ทำการศึกษาเสร็จแล้ว ในจีน พม่า ลาว เหลือเพียงไทยเป็นประเทศสุดท้าย

นายหลิง ลี่ หัว กล่าวว่า แม่น้ำโขงปกติเดินเรือได้ 150 ตัน ช่วงน้ำหลากรองรับเรือได้ 300 ตัน แต่จากเชียงแสน ลงไปถึงหลวงพระบาง ยังเป็นสภาพธรรมชาติรองรับเรือได้ 60 ตัน ทางน้ำยังอยู่ในสภาพอันตราย 4 ประเทศจึงประชุมร่วมกัน

ท่าเรือที่สำคัญ คือท่าเรือเชียงแสน ส่งสินค้าไปจีน พม่า ลาว โดยมีนโยบายพัฒนาการขนส่งทางน้ำ ซึ่งยังล้าหลังอยู่ สาเหตุคือร่องน้ำยังแคบ ยังไม่ได้พัฒนา ต้นทุนการขนส่งทางน้ำถูกที่สุด

นายหลี จินฮุย วิศวกรโครงการ จากบริษัท CCCC กล่าวว่า มี 2 แก่งในช่วงเชียงแสน คือสามเหลี่ยมทองคำ และบ้านแซว ซึ่งมีระดับน้ำตื้นและเดินเรือไม่ได้ เราศึกษาจากการพัฒนาเส้นทางเดินเรือเดิมโดยใช้วิธีขุดลอก แต่ขุดลอกแล้วน้ำยังไหล อาจมีตะกอนการไหลมาทับถมอีกจึงต้องป้องกัน

โดยการสร้างกำแพงกันกระเสน้ำไว้ หรือเทคอนกรีตยื่นออกมาในลำน้ำ เพื่อไม่ให้ตะกอนลงมาทับถมอีก โดยกำแพงป้องกันมีความหนาประมาณ 1 เมตร

นายสุเทพ รอสีทอง นายกสมาคมเชียงแสนเมืองน่าอยู่ กล่าวว่า มาฟังหลายวันแล้วตั้งแต่ที่เวียงแก่นและเชียงของ โดยทั้งสองอำเภอมีข้อกังวลเรื่องปลา ไก ซึ่งมูลค่าไม่เกินสองล้านบาทต่อปี หากใช้เหตุผลแค่ผู้บริหารระดับบนเอาด้วยกับโครงการระเบิดแก่งแน่เพราะมูลค่ามันน้อยมาก

สำหรับเรื่องที่เป็นห่วง คือตามเส้นแม่น้ำโขง เขตไทย 96 กิโลเมตร จากเชียงแสน เชียงของ ถึงเวียงแก่น โดยหลักการแล้วในเอกสาร ที่ระบุว่าพื้นทราย มีกรวด หากขุดทรายออก แล้วทรายกี่ล้านๆ คิวที่จะสูญหายไป ที่จะไหลกลับมาทดแทนคืออะไร

ใต้แผ่นดินไทย คือกรวดทราย กระแสน้ำก็ดึงออกมา ทรายจากแม่น้ำโขงหายไป ร่องน้ำลึกปัจจุบัน 150 ตัน เรือผ่านได้ แต่จะเอา 500 ตันมาผ่านไทยไปหลวงพระบาง ลองคำนวนว่าต้องขุดลงไปในพื้นทรายไม่ต่ำกว่า 3 เมตร เราต้องมองภูมิทัศน์ ทำผนังเขื่อน ลึกไม่เกิน 2 เมตร หากลึกกว่านั้นทรายก็จะไหลลงไปแทน แผ่นดินไทยจะอยู่ตรงไหน คนเชียงแสนจะอยู่อย่างไร นี่คือประเด็นที่คนเชียงแสนจะเดือดร้อนมาก

เรื่องเศรษฐกิจปีหนึ่งๆของเชียงแสนมีมูลค่ากว่า 14,000 กว่าล้านบาท ถ้าเรือใหญ่ 500 ตัน เขาระเบิดแล้ว เขาต้องการไปหลวงพระบาง เศรษฐกิจ 14,000 ล้านบาทก็จะหายไปหมด เรื่องศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นจะล่มสลาย แถมยังมีปัญหาความมั่นคง ทุกวันนี้เรือไทยดูแลริมน้ำโขงไม่เกิน 1 ตัน แต่ถ้าขุดลอกแล้ว เรือปืน 100 ตันวิ่งเข้ามา แล้วความมมั่นคงเราจะอยู่ตรงไหน

ตรงที่เขาต้องการไปหลวงพระบางเพราะอะไร ทำไมเขาใช้ชื่อแม่น้ำล้านช้าง ทำไมไม่ใช่แม่น้ำโขงเหมือนกัน ทั้งที่เป็นแม่น้ำนานาชาติ เราสงสัยว่ามีเลศนัยอย่างไรหรือไม่ จากเวียงแก่นไปปากแบงจะสร้างเขื่อน แล้วเรือจะผ่านยังไง จีนก็ทำให้ยกเรือผ่านได้ ทำบันไดปลา แล้วปัญหาว่าคนเวียงแก่นจะเกิดผลกระทบอย่างไร เขื่อนความสูงเท่าไหร่ ความสูงเวียงแก่นเท่าไหร่ นั่นคือข้อมูลที่คนไทยต้องรู้” นายสุเทพ กล่าว

พระฐาปนพงศ์ ฐานิสสโร ที่ปรึกษากลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อมเชียงแสน กล่าวว่า นายทุนที่มาทำโครงการนั้นโลภเพราะจะเอาเรือถึง 500 ตันมาใช้ เพราะมีแต่นายทุนได้ประโยชน์ แต่ชาวบ้านแทบไม่ได้อะไร การพัฒนาควรศึกษาผลได้ผลเสียมากกว่านี้ ไม่ใช่มาลักไก่กัน และธรรมชาติไม่ได้ล้าหลังแต่ใจของพวกที่มาทำโครงการต่างหากที่ล้าหลัง

นายภานุวัฒน์ ศรีสุข อดีตผู้ใหญ่บ้าน ที่ปรึกษาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเชียงแสน กล่าวว่า เขตแดนที่ทำไว้กับฝรั่งเศส ถ้าทำโครงการระเบิดแก่งจะทำให้ร่องน้ำลึกเปลี่ยนและเขตแดนประเทศไทยก็จะเปลี่ยน สังคมวัฒนธรรมเปลี่ยนมานานแล้ว

ที่บริษัทพยายามอธิบายว่าปรับปรุงเคลื่อนย้ายหินนั้น คือจะทำให้แม่น้ำโขงเป็นมอเตอร์เวย์ให้เรือจีนวิ่งผ่านไป แต่ประเทศไทยจะเสียสมดุลธรรมชาติและเศรษฐกิจ ถ้าประเทศไทยต้องการได้ทุนเศรษกิจ ขอให้หน่วยงานรัฐทบทวนเพราะหากเรือจีนขนค้ามาถึงแค่เชียงแสน เราก็ยังได้ดุลการค้า แต่ถ้าขนทะลุไปถึงอ่าวไทยเราได้อะไร

นายทนง จำปาเงิน นายกเทศมนตรีตำบลแม่เงิน กล่าวว่า หากขุดทรายไปหมด บ้านชาวบ้านที่ตนดูแลจะไปหมดแน่ ทุกวันนี้เรือวิ่ง แถวบ้านมีแต่ทราย การขุดทรายออกไปหมดแล้วอะไรจะเกิดขึ้น และหากมีการระเบิดหินก็จะมีปลาตายอีกมหาศาล

ผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า ตอนนี้เรายังเจรจาในเรื่องเขตแดนกันอยู่ หากยังไม่มีความชัดเจนทั้งสองฝ่ายเห็นชอบร่วมกันว่าจะยังไม่มีการปรับปรุงร่องน้ำและมีกระบวนการอีกมากมาย ที่สำคัญคณะกรรมาธิการปักปันเขตแดนไทย-ลาวต้องหารือกันอย่างละเอียด

ขณะที่ ผู้แทนสมช. กล่าวว่า จะศึกษาข้อมูลโครงการระเบิดแก่งแม่น้ำโขงอย่างละเอียดและรอบคอบที่สุด ส่วนที่เป็นห่วงว่าเรือป้องกันของจีนจะเข้ามาในเขตแดนไทยนั้น ไม่สามารถทำได้เพราะมีข้อตกลงกันอยู่

ทั้งนี้ก่อนปิดการประชุม พระฐาปนพงศ์ได้กล่าวกับที่ประชุมว่าหากใครไม่เห็นด้วยขอให้ยกมือทำท่ากากบาท ปรากฏว่าผู้ร่วมประชุมทั้งหมดต่างพร้อมใจกันยกมือในท่าดังกล่าว

__________________________________________________________________

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน