ศาล สั่งประหารชีวิต พี่ชายฆ่าน้องในไส้-ผัวฝรั่ง ก่อนนำศพไปฝังดินริมลำห้วย

สั่งประหารชีวิต

ศาลจังหวัดแพร่ สั่งประหารชีวิต พี่ชายฆ่าน้องในไส้-ผัวฝรั่ง เผยคนร้ายใช้ปืนยิงฝรั่ง ก่อนที่พี่ชายจะใช้ประแจทุบหัวน้องสาวจนสิ้นใจ แล้วใช้รถแบ๊กโฮขุดดินฝังศพริมน้ำ

สั่งประหารชีวิต / เมื่อวันที่ 31 พ.ค. ที่ศาลจังหวัดแพร่ ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีฆาตกรรมชาวต่างชาติที่จังหวัดแพร่ โดยเจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดแพร่ นำตัวนายหนัด หรือหนานหนัด หรือนายวารุต รัตนสัจจกิจ อายุ 63 ปี จำเลยที่ 1 พร้อมทั้ง นายเปี้ยะ คำใส หรือ เสือทอง อายุ 63 ปี จำเลยที่ 2 และนายกิตติพงษ์ คำหวัน หรือ ไอ้ใหญ่ อายุ 24 ปี จำเลยที่ 3 และนายสีมา อุดพามูล อายุ 60 ปี ชาวบ้านแม่กะต๋อม ต.สรอย อ.วังชิ้น จ.แพร่ จำเลยที่ 4 ผู้ต้องหาคดีบงการฆ่านายอลัน สก็อต ฮ็อกก์ อายุ 61 ปี และนางหน็อต สุดแดน ภรรยาชาวจังหวัดแพร่ ไปที่ศาลจังหวัดแพร่ เพื่อฟังคำพิพากษา

ในขณะที่มีญาติของผู้ต้องหาและญาติผู้ตายเดินทางมาร่วมฟังทั้ง 2 ฝ่าย ญาติของนายอรัน สก็อต ฮ็อค มีนางอริซาเบส เกร เดินทางมาจากประเทศออสเตรีย นายริชาท โทรมัส เวอริค และนายเดวิช ฟินสตอนฮ็อก มาจากประเทศอังกฤษ เข้าร่วมฟังคำพิพากษา โดยมีนายสุเนตร สาทา น.ส.ฑิตา ตันคณิตเลิศ ทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาบัลลังก์ที่ 1 ศาลอ่านสำนวนประกอบคำพิพากษานานประมาณ 1 ชั่วโมง

โดยสรุปว่า จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และ จำเลยที่ 3 เตรียมการและร่วมกันสังหารอย่างไตร่ตรองไว้ก่อน โดยไปเตรียมการที่บ้านจำเลยที่ 1 เข้าไปในบ้านผู้ตายจำเลยที่ 2 ใช้ปืนลูกซองหัวปลายยิงนายอลัน สก็อต ฮ็อกก์ 2 นัดตรงเล้าเป็ด จำเลยที่ 3 ล็อคแขนนางหน็อต สุดแดน จำเลยที่ 1 ใช้เครื่องมือซ่อมรถ (กุญแจเลื่อน) ทุบศีรษะด้านหลัง บริเวณโรงรถขณะกำลังคัดมะนาว

จากนั้นจำเลยทั้ง 3 ช่วยกันนำผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ไปใส่หลุมริมห้วยกวางเน่าโดยใช้รถแบ๊กโฮ ของจำเลยที่ 1 ฝัง เหตุเกิดเมื่อ 18.00 น. วันที่ 19 ก.ย.61 เจ้าหน้าที่พบเบาะแสจากรอยเลือดติดที่เท้าสุนัขในบ้าน เป็นต้นเหตุของการสืบสวนในคดีดังกล่าว ส่วนจำเลยที่ 4 ก่อนหน้าเกิดเหตุจำเลยที่ 1 ไปว่าจ้างให้ฆ่าคนข้างบ้านด้วยราคา 100,000 บาท เมื่อทราบว่าเป็นน้องของจำเลยที่ 1 จึงไม่รับงาน แต่พาไปหาจำเลยที่ 2 และที่ 3 โดยจำเลยที่ 4 รับเงินไปก่อนแล้ว 50,000 บาท และค่ารถอีก 2,000 บาท ทำให้จำเลยที่ 4 มีส่วนในการวางแผนฆ่าครอบครัวฝรั่งดังกล่าว

ศาลมีคำพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และ จำเลยที่ 3 มีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พิพากษาให้ประหารชีวิตทั้ง 3 คน ส่วนจำเลยที่ 4 มีความผิดสนับสนุนฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน พิพากษาให้มีความผิดจำคุกตลอดชีวิต แต่เนื่องจากจำเลยที่ 4 ให้การเป็นประโยชน์ ศาลลดโทษให้กึ่งหนึ่งเหลือจำคุก 25 ปี เนื่องด้วยคดีดังกล่าวเป็นคดีที่สร้างความสะเทือนขวัญประชาชน และเป็นการสังหารชาวต่างชาติ สร้างความเสียหายให้กับชื่อเสียงประเทศชาติ ถือว่ามีความผิดร้ายแรง ศาลจึงไม่ลดโทษให้ลงโทษประหารชีวิตสถานเดียว

ในทางแพ่งได้รับฟังข้อเท็จจริงจากคดีอาญาฟังได้ว่า จำเลยทั้ง 4 ร่วมกันฆ่าผู้อื่น จึงต้องใช้สินไหมทดแทนแก่ลูกสาวของผู้ตายจำนวน 644,255.20 บาท ในการใช้จ่ายพิธีศพ และการเดินทางมาจากต่างประเทศ เพื่อดำเนินคดีของบิดา ฯลฯ ส่วนค่าที่จอดเรือยอร์ช ของผู้ตายไม่สามารถเรียกสินไหมทดแทนได้ประมาณ 60,000 บาทเศษ เนื่องจากไม่เกี่ยวกับการก่อคดีในครั้งนี้ ศาลยกคำร้อง

เหตุการณ์สะเทือนขวัญชาวไทยและกลุ่มชาวต่างชาติที่เข้ามาอาศัยในประเทศไทย เมื่อมีข่าวการหายตัวไปของครอบครัวฝรั่งชาวอังกฤษคือนายอลัน สก็อต ฮ็อกก์ และนางหน็อต สุดแดน ภรรยาชาวจังหวัดแพร่ หายไปจากบ้านเลขที่ 207/4 หมู่ 6 ต.ช่อแฮ อ.เมือง จ.แพร่ เมื่อวันที่ 18 ก.ย.พ.ศ.2561 ทีมสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ทำงานร่วมกับ ชุดสืบสวนจากสำนักงานตำรวจภูธรภาค 5 สำนักงานตำรวจแห่งชาตินานหลายวันได้ค้นหาจนเจอเมื่อวันที่ 25 ก.ย.61

ซึ่งทั้ง 2 คนกลายเป็นศพถูกฝังอยู่ริมลำธารห้วยกวางเน่า บริเวณที่เลี้ยงเป็ดใกล้บ้านของผู้ตายทั้ง 2 นั่นเอง ตำรวจจึงควบคุมตัวนายวารุต รัตนสัจจกิจ อายุ 63 ปี เป็นพี่ชายของนางหน็อต ในฐานะเป็นผู้บงการฆ่า ร่วมกับนายเปี้ยะ คำใส หรือ เสือทอง อายุ 63 ปี ชาว ต.วังชิ้น อ.วังชิ้น จ.แพร่ มือปืนผู้ลงมือสังหารนายอลัน นายกิตติพงษ์ คำหวัน หรือ ไอ้ใหญ่ อายุ 24 ปี ชาว ต.วังชิ้น อ.วังชิ้น จ.แพร่ ผู้ร่วมกระทำผิดโดยเป็นคนจับกุมนางหน็อต ให้นายวารุตใช้เครื่องมือช่างตีที่ศีรษะด้านหลังจนถึงแก่ความตาย

หลังจากนั้นทั้ง 3 คนก็ช่วยกันอำพรางศพ โดยการลากทั้ง 2 คนไปฝังลงหลุม ที่เตรียมไว้ริมลำห้วยกวางเน่าฝังกลบจนเสร็จเมื่อเวลา 20.00 น. วันเดียวกันจึงแยกย้ายกันกลับ โดยนำรถยนต์ ยี่ห้อฟอร์ด 4 ประตูสีขาว ทะเบียน กต3181 แพร่ ของนายอลันออกไปขายในตลาดมืด ซึ่งหลังจากคดีฆาตรกรรมดังกล่าวตกเป็นข่าว ทำให้ผู้ซื้อรถไปทราบว่าเป็นรถยนต์มาจากเหตุฆาตกรรม จึงนำรถส่งให้กับตำรวจภูธรจังหวัดอยุธยา เพื่อส่งคืนเจ้าของต่อไป

การดำเนินคดีดังกล่าวใช้เวลานานราว 8 เดือน ศาลจังหวัดแพร่จึงมีคำพิพากษาลงโทษผู้กระทำผิด นายธนเทพ สุทธิประภา ทนายความของของผู้เสียชีวิต ส่งน.ส.ปวีณา เชื้อเย็น ทีมทนายความเข้าฟังคำพิพากษาและเป็นพี่เลี้ยงญาติผู้เสียชีวิต

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

น.ส.ปวีณา กล่าวว่า ญาติผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติมีความอ่อนไหวต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างมาก ซึ่งไม่พร้อมให้ข้อมูล ซึ่งการฟังคำพิพากษาแล้วรู้สึกพอใจการตัดสินของศาลไทย

นายนิพนธ์ คำใส อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58/2 หมู่ 8 ต.แม่เกิ๋ง อ.วังชิ้น จ.แพร่ กล่าวว่า ตนเป็นลูกของนายเปี้ยะ คำใส จำเลยที่ 2 ที่ถูกศาลพิพากษาประหารชีวิต กล่าวว่า ตนทำงานอยู่ในประเทศเกาหลี ทราบข่าวว่าพ่อมีคดี นางจันทร์แสง ยศวงศา อายุ 66 ปี และโทรศัพท์ไปบอกและให้ติดตามข่าวทางยูทูป ทำให้ตนทราบว่า พ่อต้องคดี จึงเดินทางมาประเทศไทยเพื่อช่วยเหลือพ่อ

แต่มาที่ศาลไม่ได้เข้าฟังคำพิพากษามาทราบทีหลังว่า พ่อถูกศาลพิพากษาประหารชีวิตแล้ว ตนไม่มีความรู้พอไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ต้องช่วยเหลือพ่อให้ถึงที่สุด คงต้องติดต่อดูว่ามีช่องทางอย่างไร อาจจะยื่นอุทธรณ์ต่อไปก็เป็นได้

บทความก่อนหน้านี้‘พรเพชร’ลั่น โหวตนายกฯ คือเอกสิทธิ์ 250 ส.ว. ตอบแทนไม่ได้เลือก ‘บิ๊กตู่’ มั้ย?
บทความถัดไปสยามแอ็ทสยาม ตอบโจทย์การทำงานแบบไม่มีสะดุด! Co-Working Space