ล่ากระชั้น! มือ สังหารหมู่ชรบ. 15 ศพ พบเป็นกลุ่มเดิมๆ ยันไม่ได้ประกาศเคอร์ฟิวร์ เผยสามารถระบุตัวได้แล้ว 12 คน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างกดดัน หลังพบหนีในพื้นที่ป่ารอยต่อจ.สงขลา และบ้านญาติ

จากกรณีกลุ่มคนร้ายบุกถล่มป้อม ชรบ.บ้านทุ้งสะเดา หรือบ้านย่อยทางลุ่ม ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อกลางดึกวันที่ 5 พ.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 15 ราย บาดเจ็บ 5 ราย หลังเกิดเหตุสะเทือนขวัญ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกเศร้าและสะเทือนใจกับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมรวมตัวกันเพื่อแสดงพลังต่อต้านไม่เอาความรุนแรง ที่วัดสิริปุณณาราม ต.ลำพะยา อ.เมือง จ.ยะลา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

สังหารหมู่ชรบ.15ศพ / ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 8 พ.ย. พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อต่างๆ ว่ากองทัพภาคที่ 4 ประกาศเคอร์ฟิวส์ทั่วพื้นที่เพื่อตามล่ากลุ่มโจรบีอาร์เอ็นที่ก่อเหตุสะเทือนขวัญสังหารหมู่ประชาชน 15 ศพ ในช่วงที่ผ่านมา นั้น

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้การนำเสนอข่าวดังกล่าวอาจสร้างความสับสน และความตื่นตระหนกแก่พี่น้องประชาชน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จึงขอชี้แจงให้ทราบดังนี้ 1.ภายหลังเกิดเหตุ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 /ผอ.รมน.ภาค 4 สั่งการให้บูรณาการกำลังเข้าบังคับใช้กฎหมายขั้นเด็ดขาด กับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง

โดยปัจจุบันหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สามารถระบุกลุ่ม และตัวบุคคลที่ร่วมก่อเหตุได้แล้วจำนวนหนึ่ง อย่างน้อย 12 ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างเข้ากดดัน และติดตามจับกุมในพื้นที่ต้องสงสัยในหมู่บ้านให้การสนับสนุนอีก ชุดหนึ่งทั้งหมดประมาณ 30 ราย ที่กำลังหลบหนีในพื้นที่ป่าภูเขาช่วงรอยต่อจ.สงขลา และบ้านเครือญาติ

โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พ.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยได้ 1 รายเป็นราษฎรพื้นที่ ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับจุดที่คนร้ายก่อเหตุวางระเบิด โปรยตะปูเรือใบและเปายางรถยนต์เพื่อสกัดกั้นการเข้าช่วยเหลือ พร้อมยึดของกลางได้หลายรายการ ขณะหลบหนีไปซ่อนตัวที่ อ.ธารโต จ.ยะลา ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างกระบวนการซักถาม เพื่อขยายเครือข่ายก่อเหตุที่หน่วยซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 43 ค่ายอิงคยุทธบริหาร จ.ปัตตานี

ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าอาวุธปืนเอ็ม16 จำนวน 1 กระบอกที่คนร้ายก่อเหตุครั้งนี้ เชื่อมโยงว่าเคยใช้ก่อเหตุโจมตี ในจ.ปัตตานี ยิงตู้ เอทีเอ็มและ ปล้นร้านทอง อ.นาทวีในจ.สงขลา เป็นของกลุ่มเดิมๆ ที่เคลื่อนไหวก่อเหตุในรอยต่อ ยะลา อ.โคกโพธิ์ หนองจิก จ.ปัตตานี และเขต อ.จะนะ อ.เทพา จ.สงขลา

ส่วนอาวุธอื่นๆ จะเชื่อมโยงอีกเหตุการณ์อื่นอย่างไรนั้น ต้องรอทางเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ซึ่งขณะนี้กำลังเร่งปฏิบัติหน้าที่เต็มที่ จากพยานหลักฐานอื่นด้วย รวมทั้งตามรอยพิสูจน์จากคราบเลือด ตกอยู่ตามจุดเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี ซึ่งได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้ คาดว่ายังหลบหนีอยู่ในพื้นที่ อีก 2-3 วันน่าจะมีความชัดเจนขึ้น

โฆษกกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าจะใช้มาตรการทางกฎหมายภายใต้อำนาจที่มีอยู่ด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน ทั้งนี้ ปัจจุบันการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ภายใต้อำนาจทางกฎหมายที่มีอยู่ ไม่ได้ถูกจำกัดโดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคล จึงไม่มีเหตุผลและความจำเป็นอันใด ที่จะต้องประกาศใช้เคอร์ฟิวส์ในพื้นที่ตามที่เป็นข่าว

อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอความร่วมมือกับพี่น้องประชาชนให้ช่วยกันตรวจสอบและแจ้งเบาะแสกลุ่มคนร้าย ให้เจ้าหน้าที่ทราบเพื่อเข้าดำเนินการตามกฎหมายต่อไป สำหรับบุคลคลที่คอยให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนหรือให้ที่พักพิง มีความผิดตามกฎหมายในอัตราเดียวกับฐานความผิดของผู้ก่อเหตุรุนแรงด้วย

พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาคที่ 4 เน้นย้ำถึงมาตรการในการรักษาความปลอดภัย เรียกประชุมฝ่ายปกครอง 3 ฝ่าย ปรับแผนให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น ด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ทหารเข้าเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านกับชุมชนให้รัดกุมมากขึ้น จะขยายจากที่มีอยู่ 118 หมู่บ้านเพิ่มมากขึ้นไปอีก โดยการใช้ทหารหน่วยลาดตระเวนให้มากขึ้น ไม่ยอมตกเป็นเป้านิ่ง โดยเฉพาะเป้าหมายอ่อนแอ และจุดล่อแหลม ตามหมู่บ้านที่เป็นจุดเสี่ยงต่างๆ

ทั้งนี้ สร้างความเข้าใจด้วยว่าเพราะชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน (ชรบ.) เป็นเพียงประชาชนจิตอาสาที่เสียสละ และอุทิศตนเข้ามาช่วยกันดูแลความปลอดภัยชุมชนของตนเอง ไม่ใช่เป็นกองกำลังติดอาวุธฝ่ายพลเรือนดังที่องค์กรแนวร่วมและกลุ่ม PerMas นำมาบิดเบือนเพื่อสร้างความชอบธรรม ในการก่อเหตุของกลุ่มขบวนการบีอาร์เอ็น ดังที่ปรากฏให้เห็นในช่วงที่ผ่านมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน