จากกรณี น.ส.สุพัก เชิดจอหอ อายุ 18 ปี ถูกพระเร่ร่อนที่มาอาศัยในวัดร้างแห่งหนึ่ง ในหมู่บ้านท่าเว่อ หมู่ 11 ต.เก่าย่าดี อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ อยู่ชั่วคราว ทักว่าโดนคุณไสย์ ก่อนให้กินน้ำมนต์ในบาตร กระทั่งชักตาค้าง และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะเดียวกันพระกลุ่มดังกล่าวก็หลบหนีออกจากพื้นที่ไปแล้ว ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว พ่อแม่ ร้อง ลูกโดนพระเร่ร่อนทักโดนของ ให้กินน้ำมนต์จากบาตรก่อนชักดับต่อหน้า! อ่านข่าว หลักฐานไม่เหลือ! เหตุสาว 18 กินน้ำมนต์จนชักดับ สสจ.ชัยภูมิ ระบุต้องรอ ตร.จับพระให้ได้
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 2 เม.ย. พ.ต.อ.จาตุรนต์ ตระกูลปาน ผกก.สภ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ได้สั่งการให้ พ.ต.ต.วิญญู พื้นหินลาด สว.(สอบสวน) และชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบหาหลักฐานภายในวัดร้างดังกล่าวเพิ่มเติมอีกครั้ง โดยมีผู้นำชุมชน และชาวบ้านพาตรวจสอบ จากนั้นได้ใช้กุญแจเปิดประตูศาลาวัดเข้าไปตรวจสอบ กระทั่วพบบาตรพระ 2 ใบ ที่ใช้ทำน้ำมนต์ให้ น.ส.สุพัก ดื่มจนเสียชีวิต ซึ่งมีร่องรอยการทำน้ำมนต์อีกเป็นจำนวนมาก รวมทั้งกระติกน้ำใบใหญ่ข้างในมีน้ำมนต์เกือบเต็มและพบน้ำมนต์ที่เตรียมกรอกใส่ขวดพลาสติกเก็บไว้ในตู้เย็นอีกเป็นจำนวนมาก
จากการตรวจสอบรอบๆ ศาลาวัดร้าง ยังไปพบโอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่ใช้เก็บทำน้ำมนต์ไว้ให้คนที่ศรัทธากลุ่มพระดังกล่าวมาขออาบและช่วยทำพิธีล้างคุณไสย์อีกจำนวนมากตั้งอยู่ด้านหลังของศาลา เมื่อเปิดพบว่ามีน้ำอยู่เต็มทุกโอ่ง และยังพบร่องรอยการประกอบอาหารแต่ไม่พบว่าไม่มีผู้อาศัยอยู่ในวัด รวมทั้งมีข้าวของเครื่องใช้ถูกทิ้งไว้เป็นจำนวนมาก
ขณะที่ชาวบ้านระบุว่า วัดแห่งนี้จริงๆ แล้วไม่ได้เป็นวัดร้าง เพียงแต่ไม่มีพระจำวัดอยู่และปัจจุบันไม่มีเจ้าอาวาส เนื่องจากเจ้าอาวาสเดิมและพระที่เคยอยู่ประพฤติตัวไม่ค่อยเหมาะสม จนชาวบ้านขาดศรัทธาไม่มีใครไปวัด เจ้าอาวาสและพระจึงพากันปล่อยวัดทิ้งร้างไป โดยปัจจุบันยังมีสามเณรที่ทราบชื่อเพียงว่าสามเณรลีโอ จำวัดอยู่ที่วัดร้างแห่งนี้เหลือเพียง 1 รูป แต่ช่วงเกิดเหตุสามเณรลีโอ ได้เดินทางไปศึกษาธรรมะที่วัดต่างจังหวัดได้กว่า 1เดือนแล้ว จนมีกลุ่มพระธุดงก์จากต่างถิ่นกลุ่มนี้เดินทางมา ขอพักอยู่ที่วัดดังกล่าวและเริ่มตั้งตัวเป็นสำนักสงฆ์ทำน้ำมนต์เสกให้คนดื่ม อ้างว่าช่วยล้างอาถรรพ์
ชาวบ้านกล่าวเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้านี้ที่วัดนี้จะร้างขาด ก็มีพระโล้นที่เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดดังกล่าว ซึ่งเคยถูกกลุ่มชาวบ้านหมู่ 10 ต.ท่ามะไฟหวาน ขับไล่ให้ออกจากวัด หลังปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมหลายๆ อย่าง จนพระโล้นได้ออกจากวัดแห่งนี้ไป หลังจากนั้นทราบข่าวว่าพระโล้นได้ไปจำวัดอยู่ที่ จ.เลย จนกลับมาในพื้นที่อีกครั้ง เมื่อประมาณช่วงตั้งแต่ต้น มี.ค. ที่ผ่านมา โดยมีพระอีกรูปเดินทางมาด้วยชื่อหลวงพ่อบุญ อายุ 61 ปี ซึ่งพระที่มาด้วยนั้นทราบว่าเป็นพระที่มีภูมิลำเนาเป็นชาวบ้านในหมู่บ้านท่าเว่อ ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ที่เคยเป็นคนในท้องถิ่นนี้เช่นกัน
จากนั้นพระทั้ง 2 รูป ก็อ้างว่าเป็นพระเร่ร่อนมาจากต่างถิ่น และมาขออาศัยที่วัดร้างดังกล่าว ซึ่งชาวบ้านก็ไม่ค่อยศรัทธาพระทั้ง 2 รูปนี้เท่าไรนัก เพราะทราบกันดีว่าเป็นพระที่เคยมีประวัติไม่ดี และตอนเช้าๆ พระทั้ง 2 รูป จะออกบิณฑบาตชาวบ้านในหมู่บ้านก็ไม่ค่อยใส่บาตรกัน จนพระทั้ง 2 ต้องออกไปบิณฑบาตนอกหมู่บ้านถึงจะได้อาหารกลับมาฉัน และในที่สุดก็มาก่อเหตุทำน้ำมนต์ให้ น.ส.สุพัก ดื่มจนเสียชีวิต ล่าสุดมีผู้ต้องสงสัยทั้งหมดด้วยกันเพียง 2 รูป คือพระโอภาษ ศรีสง่า อายุ 43 ปี และพระบุญมา อายุ 61 ปี และยังมีลูกศิษย์จากต่างถิ่นที่ตามมาด้วยอีก 3 คน
ด้าน พ.ต.ต.วิญญู กล่าวว่า จากการตรวจสอบพื้นที่เพิ่มเติมภายในวัดอย่างละเอียด พบหลักฐานเด็ดที่จะสามารถนำไปส่งตรวจพิสูจน์เป็นหลักฐานเพิ่มเติมได้อีกจำนวนมาก ซึ่งเป็นบาตรพระ 2 ใบที่ใช้ทำน้ำมนต์ และกระติกน้ำ โดยจะนำคราบน้ำมนต์ที่ได้ส่งไปตรวจตามขั้นตอนหาสารประกอบเพิ่มเติมที่ชัดเจนอย่างละเอียด ว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง โดยจะได้รวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดกับกลุ่มพระดังกล่าวส่งดำเนินคดีต่อไป แต่หากกลุ่มพระดังกล่าวจะติดต่อขอแสดงความบริสุทธิ์ใจก็สามารถมาให้ปากคำโดยเร็วก่อนที่เจ้าหน้าที่จะขออนุมัติขอหมายจับจากศาลต่อไปอีกด้วย