ซาอุฯโหมเร่งรับมืออิหร่าน จี้ตัดสินใจฉับไว-เด็ดขาด

Still image taken from a U.S. military handout video purports to show Iran's Revolutionary Guard (IRGC) removing an unexploded limpet mine from the side of the Kokuka Courageous Tanker, June 13, 2019. Courtesy U.S. Military/Handout via REUTERS

ซาอุฯโหมเร่งรับมืออิหร่าน จี้ตัดสินใจฉับไว-เด็ดขาด

ซาอุฯโหมเร่งรับมืออิหร่าน – เมื่อ 16 มิ.ย. อัลจาซีรา รายงานว่า รัฐบาลซาอุดีอาระเบียออกโรง เรียกร้องให้ชาติที่เกี่ยวข้องตัดสินใจฉับไวและเด็ดขาดเพื่อรับมือกับเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมาน น่านน้ำอาหรับ หลังจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเปิดคลิปกล่าวหาอิหร่าน ว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำของนอร์เวย์และญี่ปุ่นในอ่าวโอมาน เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ยังทวีตย้ำว่า “อิหร่านนั่นแหละทำ”

อ่านข่าว : ทัพสหรัฐปล่อยคลิปซัดอิหร่าน ดึงระเบิดจากเรือ ทำลายหลักฐานโจมตี

นายคาลิด อัลฟาลีห์ รมว.พลังงานซาอุดีอาระดบีย กล่าวว่า ต้องมีการรับมือกับภัยคุกคามเสถียรภาพของตลาดพลังงานและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคนี้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

 ส่วนรัฐบาลยูเออีเรียกร้องให้ชาติมหาอำนาจช่วยสร้างจราจรทางทะเลและการขนส่งพลังงาน เพื่อความปลอดภัยของประชาคมโลก

ซาอุฯโหมเร่งรับมืออิหร่าน
An Iranian navy boat tries to stop the fire of an oil tanker after it was attacked in the Gulf of Oman, June 13, 2019. Tasnim News Agency/Handout via REUTERS ATTENTION EDITORS – THIS IMAGE WAS PROVIDED BY A THIRD PARTY.

ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐเผย มีมีขีปนาวุธยิงจากแดนอิหร่าน น่าจะเป็นของกบฏฮูตีที่อิหร่านสนับสนุนอยู่พุ่งใส่โดรนของสหรัฐในบริเวณดังกล่าวแต่พลาดเป้า ซึ่งเป็นข้อมูลที่เพิ่งเผยแพร่ หลังจากลูกเรือลำประสบเหตุของญี่ปุ่นยืนยันว่า มีวัตถุพุ่งผ่านบนฟ้าเหนือเรือก่อนการโจมตี

ด้านรัฐบาลรัสเซียแถลงเตือนสหรัฐอย่าเร่งด่วนสรุปกล่าวโทษใคร เพราะอาการเกลียดกลัวอิหร่านของสหรัฐจะยิ่งสร้างความตรึงเครียดให้ภูมิภาคยิ่งขึ้น ตอนนี้ขอให้ทุกฝ่ายอดกลั้น สงบสติอารมณ์ นอกจากนี้รัสเซียยังขอบคุณอิหร่านที่ส่งทีมไปช่วยลูกเรือชาวรัสเซีย 11 คนที่อยู่บนเรือประสบเหตุดังกล่าว

บทความก่อนหน้านี้สัญญาณไม่ดี น้ำแข็งกรีนแลนด์ละลายพรวด 2 พันล้านตัน! 40%
บทความถัดไปรัฐบาลฮ่องกงระงับร่างกฎหมายส่งผู้ร้ายข้ามแดน หลังประชาชนเรียกร้องให้ “หยุดและคิด”