โควิด: ไฟเซอร์ เผยถึงเวลาฉีดบูสเตอร์โดส หลังพบได้รับสองเข็ม-ภูมิคุ้มกันลด

9 ก.ค. 2564 - 12:45 น.

โควิด: ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ไฟเซอร์ ผู้ผลิตยาสัญชาติอเมริกัน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่นว่า ภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของไฟเซอร์ลดลง และว่ากำลังพยายามพัฒนาวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือบูสเตอร์โดส ที่จะปกป้องผู้ได้รับวัคซีนจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ต่างๆ

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

REUTERS

ไฟเซอร์กล่าวว่า จะขออนุมัติการใช้บูสเตอร์โดสในกรณีฉุกเฉินจากองค์การอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในเดือนสิงหาคม หลังเผยแพร่ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบูสเตอร์โดส ซึ่งเป็นวัคซีนเข็มที่สาม ว่าได้ผลดีอย่างไร

อย่างไรก็ตาม FDA และ CDC (ศูนย์โรคและการควบคุม) สองหน่วยงานระดับสูงของรัฐบาลกลางสหรัฐ ออกแถลงการณ์ว่า ชาวอเมริกันที่ได้รับวัคซีนครบถ้วนไม่จำเป็นต้องได้รับการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในเวลานี้ และว่าไม่ได้ขึ้นอยู่กับบริษัทยาเพียงผู้เดียวที่จะตัดสินใจว่าจำเป็นเมื่อไร

นับเป็นความเคลื่อนไหวผิดปกติที่เกิดขึ้นไม่กี่ชั่วโมงหลังไฟเซอร์ออกมาเปิดเผยเรื่องดังกล่าว

 

ไฟเซอร์ และบิออนเทค บริษัทยาสัญชาติเยอรมันผู้ร่วมการผลิตวัคซีนไฟเซอร์ กล่าวว่า ภูมิคุ้มกันของคนเริ่มลดลงหลังได้รับวัคซีนไฟเซอร์ ซึ่งต้องฉีด 2 โดส เพื่อให้ภูมิคุ้มกันเต็มที่

“ดังที่เห็นในข้อมูลโลกแห่งความจริงที่เผยแพร่โดยกระทรวงสาธารณสุขของอิสราเอล ประสิทธิภาพวัคซีนในการป้องกันทั้งการติดเชื้อและโรคแสดงอาการ ลดลง 6 เดือนหลังการฉีดวัคซีน แม้ว่าประสิทธิภาพในการป้องกันความเจ็บป่วยร้ายแรงยังสูงก็ตาม” ไฟเซอร์ส่งแถลงการณ์ทางอีเมล์ถึงซีเอ็นเอ็น

“นอกจากนี้ ในช่วงเวลานี้ ไวรัสสายพันธุ์เดลตากำลังกลายเป็นสายพันธุ์หลักในอิสราเอลเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ สอดคล้องกับการวิเคราะห์อย่างต่อเนื่องจากการศึกษาระยะที่สามของบริษัท

“แม้ว่าการป้องกันโรคร้ายแรงยังสูงตลอด 6 เดือนเต็ม แต่ประสิทธิภาพในการป้องกันโรคแสดงอาการลดลงเมื่อเวลาผ่านไป และคาดว่าจะเกิดการอุบัติเหตุของสายพันธุ์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จากข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ ไฟเซอร์และบิออนเทคเชื่อว่า การฉีดวัคซีนเข็มที่สามอาจเป็นประโยชน์ภายใน 6-12 เดือน หลังการฉีดวัคซีนเข็มที่สองเพื่อรักษาระดับการป้องกันสูงสุด” แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

AXIOS

ด้านเจ้าหน้าที่รัฐบาลสหรัฐเน้นว่า ผู้ได้รับวัคซีนครบถ้วนมีความเสี่ยงต่ำที่จะติดเชื้อ แม้แต่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์เดลตา ซึ่งแพร่เชื้อง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นๆ นอกจากนี้ การศึกษาหลายชิ้นบ่งชี้ว่า วัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ที่ผลิตโดยไฟเซอร์และโมเดอร์นาให้การป้องกันโควิดระยะยาว

“FDA CDC และ NIH (สถาบันสุขภาพแห่งชาติ) มีส่วนร่วมในกระบวนการทางวิทยาศาสตร์เข้มงวด เพื่อพิจารณาว่าวัคซีนเข็มกระตุ้นจำเป็นหรือไม่ และถ้าจำเป็นต้องฉีดเมื่อไร กระบวนการนี้คำนึงถึงข้อมูลในห้องปฏิบัติการ ข้อมูลการทดลองทางคลินิก และข้อมูลกลุ่มประชากรตามกลุ่ม ซึ่งอาจรวมถึงข้อมูลจากบริษัทเภสัชกรรมบางแห่ง แต่ไม่ได้อาศัยข้อมูลเหล่านั้นเป็นการเฉพาะ”

นับเป็นข้อความชัดเจนถึงไฟเซอร์ที่บอกเป็นนัยถึงความจำเป็นในการฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นเป็นเวลาหลายเดือน

“เรายังตรวจสอบข้อมูลใหม่ๆ เมื่อมีข้อมูลและจะแจ้งให้สาธารณชนทราบ เราเตรียมพร้อมสำหรับวัคซีนเข็มกระตุ้นหากและเมื่อวิทยาศาสตร์แสดงให้เห็นว่าจำเป็น

“สหรัฐอเมริกาโชคดีที่มีวัคซีนประสิทธิภาพสูงที่มีอยู่ทั่วไปสำหรับเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไป ผู้ได้รับวัคซีนครบถ้วนได้รับการป้องกันจากโรคร้ายแรงและการเสียชีวิต รวมถึงจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ต่างๆ ที่วนเวียนอยู่ในประเทศ เช่น สายพันธุ์เดลตา

“ผู้ไม่ได้รับวัคซีนยังมีความเสี่ยง การรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตจากโควิด-19 เกือบทั้งหมดอยู่ในกลุ่มผู้ไม่ได้รับวัคซีน เราสนับสนุนให้ชาวอเมริกันที่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนรับการฉีดวัคซีนโดยเร็วที่สุดเพื่อปกป้องตนเองและชุมชนของพวกเขา” แถลงการณ์ CDC และ FDA ระบุ

ก่อนหน้าในสัปดาห์เดียวกันนี้ กระทรวงสาธารณสุขอิสราเอลออกแถลงการณ์ว่า ประสิทธิภาพของวัคซีนไฟเซอร์ลดลงจากมากกว่าร้อยละ 90% ลงมาที่ราว 64% ขณะที่ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์เดลตาแพร่ระบาด

 

ไฟเซอร์กล่าวว่า การวิจัยแสดงให้เห็นว่า การฉีดวัคซีนไฟเซอร์กระตุ้นจะผลิตแอนติบอดีลบล้างฤทธิ์ (neutralizing antibodies) ในระดับสูงกว่าที่ผลิตหลังฉีดวัคซีน 2 โดส เป็นจำนวน 5-10 เท่า

“ไฟเซอร์และบิออนเทคคาดว่าจะเผยแพร่ข้อมูลที่ชัดเจนยิ่งขึ้นในไม่ช้า เช่นเดียวกับในวารสารที่ผ่านพิชญพิจารณ์ (peer review) และวางแผนที่จะส่งข้อมูลไป FDA และ EMA (องค์การยายุโรป) และหน่วยงานกำกับดูแลอื่นๆ ในไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

นอกจากนี้ ไฟเซอร์กล่าวว่า บริษัทยังกำลังพัฒนาสูตรใหม่สำหรับวัคซีนเข็มกระตุ้นที่อาจปกป้องคนจากไวรัสายพันธุ์ใหม่อย่างทั่วถึงยิ่งขึ้น

MediaNews Group

“แม้ว่าไฟเซอร์และบิออนเทคเชื่อว่า วัคซีนเข็มที่สาม BNT162b2 มีศักยภาพที่จะรักษาประสิทธิภาพการป้องกันในระดับสูงสุดต่อไวรัสสายพันธุ์ที่เป็นที่รู้จักทั้งหมดในปัจจุบัน รวมถึงสายพันธุ์เดลตา แต่ทั้งสองบริษัทยังระมัดระวังและกำลังพัฒนารุ่นปรับปรุงของวัคซีนไฟเซอร์-บิออนเทค โควิด-19 ซึ่งมุ่งเป้าทำลายโปรตีนหนาม (spike protein) ทั้งหมดของไวรัสสายพันธุ์เดลตา

ทั้งนี้ วัคซีนต่างๆ ในปัจจุบันมุ่งเป้าทำลายเพียงชิ้นส่วนของโปรตีนหนาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของไวรัสที่ชิ้นส่วนของโปรตีนหนามใช้ยึดติดกับเซลล์

“วัคซีนล็อตแรกเพื่อทดลองเป็นวัคซีนเข็มกระตุ้นได้รับการผลิตแล้วที่โรงงานของบิออนเทคในเมืองไมนซ์ของเยอรมนี ทั้งสองบริษัทคาดว่า การศึกษาทางคลินิกจะเริ่มต้นในเดือนสิงหาคม ขึ้นอยู่กับการอนุมัติด้านกฎระเบียบ” ไฟเซอร์ระบุ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

ไบเดนผุดไอเดีย ‘เคาะประตู’ ฉีดวัคซีนถึงหน้าบ้าน กระตุ้นยอดฉีดทั่วประเทศ

‘วิโรจน์’ บี้รัฐบาล เปิดราคาไฟเซอร์ ข้องใจหรือกลัว ปชช.รู้ว่า ถูกกว่าซิโนแวค

ระเบิด ลูกใหญ่ วัคซีน ทางเลือก ไฟเซอร์ กระแทก ซิโนแวค

หมอนิธิ ขอโทษหมอ พยาบาล ปมฉีดไฟเซอร์ ย้ำประโยชน์ประชาชนต้องมาก่อน

หมอนิธิ ค้านฉีดไฟเซอร์ ให้บุคลากรแพทย์ อัดอย่าเห็นแก่ตัว ปชช.หลายล้านคนยังไม่ได้ฉีด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ โควิด: ไฟเซอร์ เผยถึงเวลาฉีดบูสเตอร์โดส หลังพบได้รับสองเข็ม-ภูมิคุ้มกันลด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง