เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 20 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้พิการทางสายตาจำนวน 300 คน และจิตอาสา 100 คน จากสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีดาราสาว ประกอบด้วย ไอซ์-ปรีชญา พงษ์ธนานิก, นิวเคลียร์-หรรษา จึงวิวัฒนวงศ์ และน้ำชา-ชีรณัฐ ยูสานนท์ ร่วมเป็นจิตอาสา
น้ำชา เผยความรู้สึกว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเชิญจากโครงการแวร์ริ่งแอนด์แชร์ริ่ง ให้มาช่วยเป็นจิตอาสาจูงคนตาบอดเข้าสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รู้สึกดีและตื้นตันใจมากที่ได้ช่วยคนตาบอดและมีโอกาสได้สักการะพระบรมศพด้วย

s__9085001
“พระองค์ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีในการดำเนินชีวิตของชา เวลาชามีปัญหาและนึกถึงพระองค์ก็ทำให้สามารถทำสิ่งที่ดีและถูกต้องได้ ก่อนหน้านี้ชาเคยมาแจกอาหารและน้ำให้ประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพ ทำให้ชาได้เห็นความรักของคนไทยที่มีต่อพระมหากษัตริย์ ชารู้สึกปลื้มใจมาก โชคดีที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยและได้อยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร เท่านี้ก็คุ้มค่ากับการเกิดมาแล้ว” น้ำชากล่าวทั้งน้ำตา
ด้านนายรัชตะ มงคล อุปนายกสมาคมศิษย์เก่าโรงเรียนสอนคนตาบอดฯ กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีต่อผู้พิการทางสายตาด้วยความซาบซึ้งว่า โรงเรียนสอนคนตาบอดฯ ถือกำเนิดขึ้นมาด้วยแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงเห็นคุณค่าของผู้พิการทางสายตา ซึ่งสามารถมีศักยภาพในการเรียนหนังสือ มิใช่เพียงอยู่บ้านเฉยๆ เท่านั้น เพราะเมื่อพวกเขาเหล่านั้นสำเร็จการศึกษาก็จะสามารถดูแลตัวเองและผู้อื่นได้เป็นอย่างดี พระองค์จึงมีพระราชดำริให้จอมพลป.พิบูลสงคราม ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น สร้างโรงเรียนคนตาบอดในกรุงเทพฯ ขึ้นมา

s__9085000
“สมัยก่อนพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินไปที่โรงเรียนบ่อยมาก เพื่อทรงเยี่ยมเยียนนักเรียนผู้พิการทางสายตา หลายครั้งที่พระองค์โปรดที่จะเล่นกับเด็กๆ โดยทรงส่งสัญญาณมายังอาจารย์ที่สายตาปกติว่าไม่ให้บอกว่าพระองค์คือใคร จากนั้นก็จะทรงใช้พระนามย่อว่า “พล” เล่นกับเด็กๆแทน อีกทั้งยังทรงเป็นพระอาจารย์ทรงสอนวิชาดนตรีให้แก่ผู้พิการทางสายตาอีกด้วย” นายรัชตะกล่าวและว่านอกจากนี้ยังทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อผู้พิการทางสายตาเรื่อยมาทุกปี โดยพระราชทานเลี้ยงอาหารอาจารย์และนักเรียนผู้พิการทางสายตาที่พระราชวังพญาไทย พร้อมทรงแซกโซโฟนพระราชทานแก่ทุกคน

 

นายรัชตะ กล่าวต่อว่า ที่สำคัญพระองค์มีพระราชประสงค์อยากให้ผู้พิการทางสายตาทุกคนลุกขึ้นมาต่อสู้กับชีวิตไม่ท้อถอยกับโชคชะตา พระองค์จึงทรงพระราชนิพนธ์บทเพลง “ยิ้มสู้” ขึ้นมาเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ผู้พิการทุกคนมีกำลังใจในชีวิตต่อไป วันนี้ถือเป็นอีกครั้งที่ผู้พิการทางสายตาทุกคนที่เคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จะมาแสดงความกตัญญูและร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นครั้งสุดท้าย ในฐานะลูกที่ดีของพ่อ จากนี้ต่อไปถึงแม้จะไม่มีพ่ออยู่แล้ว แต่พวกเราทุกคนจะน้อมนำหลักคำสอนของพระองค์มาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตต่อไป

s__9084999

“ที่ผ่านมาเราจะเห็นว่า แม้พระองค์จะมีอาการพระประชวรมากเพียงใด แต่ก็มิเคยหยุดการทรงงานเพื่อประโยชน์และความสุขของประชาชนเลย ดังนั้นพวกเราทุกคนที่ร่างกายไม่ได้ป่วยไข้ เพียงแค่มีความบกพร่องทางสายตา เราจะมุ่งมั่นทำสิ่งที่ดีเพื่อตอบแทนสังคมเท่าที่จะทำได้ ไม่ใช่ทำหน้าที่เป็นเพียงผู้รับเพียงฝ่ายเดียว ต้องเป็นผู้ให้ที่ดีด้วย” นายรัชตะกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

 

ส่วน น.ส.สุชัญญา วิศรุตไภศาล อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนศรีอยุธยาในพระอุปถัมภ์ และนายวุฒิชัย แซ่ลี้ อายุ 19 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเซนต์คาเบรียล ซึ่งเป็นผู้พิการทางสายตา ร่วมกันกล่าวว่า รู้สึกดีใจมากที่ได้มาสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นับเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตที่ได้มากราบพระองค์ ตั้งแต่ตอนที่พวกตนยังเด็กก็ได้ทราบข่าวพระราชกรณียกิจต่างๆ จากข่าวพระราชสำนัก ทำให้ทราบว่าพระองค์ทรงงานหนักมาก แม้ว่าพวกตนเป็นผู้พิการทางสายตา แต่พระองค์ก็ยังทรงนึกถึงและไม่ทอดทิ้ง พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์เพลง “ยิ้มสู้” เพื่อให้กำลังใจคนตาบอดด้วน ยิ่งทำให้พวกตนรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน