Khaosod
Online

วันพฤหัสบดี ที่ 13 ส.ค. 2563

เพื่อน "พรพิไล" เล่านาที ศาลาริมน้ำถล่ม อยู่ด้วยเป็นคนสุดท้าย เอื้อมมือคว้าไม่ทัน

17 ก.ค. 2562 - 18:19 น.

เพื่อน "พรพิไล" เล่านาที ศาลาริมน้ำถล่ม อยู่ด้วยเป็นคนสุดท้าย เอื้อมมือคว้าไม่ทัน ก่อนน้ำพัดร่างหายไปกับตา เจ้าหน้าที่เร่งค้นหา คาดยังคงอยู่ใต้ซาก

ศาลาริมน้ำถล่ม จากกรณี ศาลาริมน้ำแม่กลอง ใกล้วัดเพชรสมุทรวรวิหาร อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม พังถล่มลงไปในแม่น้ำ ซึ่งศาลาหลังดังกล่าวมีร้านขายของ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 20 คน และยังคงสูญหายไปอีก 2 คน คือ นางสุรีย์ อุราชื่น เป็นแม่ค้าขายอาหาร และ น.ส.พรพิไล เสือเล็ก อายุ 24 ปี เป็นลูกค้าที่มาทานอาหาร เบื้องต้นพบว่าทั้ง 2 คนเสียชีวิตติดอยู่ในซากอาคารในน้ำ กระทั่งกลางดึกเจ้าหน้าที่สามารถกู้ร่าง นางสุรีย์ ขึ้นมาได้ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 ก.ค. นายปิยะลักษณ์ ถิ่นแก้ว หัวหน้ากู้ภัยร่วมกตัญญู พร้อมด้วย นายชลธี เลาหกรรณวนิช หัวหน้าชุดปฏิบัติการกู้ภัย และ นายประจิตร สุขะวัฒนะ นายกสมาคมสว่างมงคลศรัทธา เพชรบูรณ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาร่างของ น.ส.พรพิไล

นายปิยะลักษณ์ กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้ามีการดึงวัตถุขนาดใหญ่ออกมาได้บางส่วน จึงหวังว่าจะมีพื้นที่การทำงานได้มากขึ้น เมื่อเคลื่อนย้ายวัตถุมาแล้ว ทำให้มีความหวังว่าร่างผู้สูญหายอาจจะปริ่มน้ำและลอยขึ้นมาหรือลอยหลุดจากจุดที่ติดอยู่ และในช่วงเวลาประมาณ 14.00 น มีการวางแผนใช้เครนน้ำหนัก 25 กิโลกรัม ยกโครงสร้างอาคารขึ้นมา แต่ไม่เป็นผล เพราะสิ่งปลูกสร้างด้านล่างมีน้ำหนักมาก

ขณะนี้โครงสร้างเอียงมากกว่าเดิมที่เอียงร้อยละ 40 ทั้งนี้วัสดุ เช่น โต๊ะ เคานต์เตอร์ร้านค้า ไหลลงไปกองกันมุมขวาของตัวอาคาร ประกอบกับข้อมูลของญาติที่มาด้วยกันกับผู้สูญหายให้ข้อมูลว่า ขณะเกิดเหตุ ได้พลัดหลงกับผู้สูญหายที่บริเวณจุดดังกล่าว คาดว่าร่างจะถูกวัสดุต่างๆ ทับอยู่บริเวณนั้น หลังจากนี้เจ้าหน้าแบ่งพื้นที่ทำงาน คือด้านในตัวอาคารและด้านนอกตัวอาคาร เพื่อลงปฏิบัติงานทำการค้นหาอย่างละเอียดอีกครั้ง ยังไม่ยืนยันการพบร่างของผู้สูญหายหรือไม่ แต่จุดที่คาดไว้ว่าร่างติดอยู่คือจุดที่กลุ่มวัตถุกลุ่มใหญ่ที่อยู่ใต้น้ำ ขณะนี้อุปสรรคเป็นเรื่องความเอียงของโครงสร้างที่เพิ่มขึ้น

ด้าน นายชลธี กล่าวว่า น้ำกำลังขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งนักประดาน้ำยังคงค้นหาร่างผู้สูญหายที่คาดว่าติดอยู่ใต้หลังคาศาลา เหลือเพียงร้อยละ 30 ที่ยังไม่สามารถเข้าไปสำรวจได้ เนื่องจากมีซากปรักหักพังและสิ่งของเอียงทับกันอยู่ ขณะเดียวกันระดมกำลังนักประดาน้ำเร่งค้นหาในจุดที่คาดว่าร่างจะลอยตามร่องน้ำไป ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นท่าน้ำของวัดที่อยู่บริเวณนี้ รวมถึงค้นหานอกเขตทุ่นหรือนอกเขตจุดที่ศาลาถล่มออกไปแนวหน้ากระดาน 40-50 เมตร ไปจนถึงกลางแม่น้ำที่มีน้ำลึกประมาณ 18 เมตร อุปสรรคยังคงเป็นเรื่องน้ำที่กำลังขึ้นและมีสีขุ่นอยู่

ทางด้าน นายประจิตร กล่าวว่า จากคำให้การของเพื่อนที่อยู่กับ น.ส.พรพิไล เป็นคนสุดท้าย เล่าว่า ได้มานั่งทานข้าวกันที่บริเวณริมศาลา แต่ทันใดนั้นเองได้ยินเสียง "ก๊อก" จากเสาต้นฝั่งตรงข้าม แล้วศาลาก็ถล่มกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวไหลทะลักเข้ามา ทำให้ทั้งคู่แยกออกจากกัน เพื่อนได้พยายามเอื้อมมือไปจับมือของ น.ส.พรพิไล ไว้ แต่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ แล้วเห็น น.ส.พรพิไล ตกไปในจุดทางด้านขวาของศาลา เจ้าหน้าที่จึงคาดว่า น.ส.พรพิไล อาจจะอยู่ที่บริเวณดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณทุกๆ กำลังใจที่ส่งให้กับเจ้าหน้าที่ ยังคงยืนยันว่าจะปฏิบัติการค้นห้าผู้สูญหายจนกว่าจะพบ

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line


ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ เพื่อน "พรพิไล" เล่านาที ศาลาริมน้ำถล่ม อยู่ด้วยเป็นคนสุดท้าย เอื้อมมือคว้าไม่ทัน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง