ตม.พบหนุ่มเขมรยิงในสนามบอล เข้าเมืองไม่ถูกต้อง พบรวมกลุ่มตั้งแก๊งใส่ชุดเด็กช่างออกเที่ยว มีความขัดแย้งกับแรงงานต่างด้าว อีกหลายกลุ่ม
เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.66 พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง แถลงข่าวการจับกุม นายคม (นามสมมติ) สัญชาติกัมพูชา ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่กลุ่มชาวกัมพูชาที่สนามฟุตบอล จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา
โดยสามารถจับกุมได้ที่บริเวณท่ารถ ใกล้กับด่านตรวจคนเข้าเมืองบ้านแหลมอำเภอโป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ขณะเตรียมหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
โดยหลังสืบสวนสอบสวนร่วมกับตำรวจ สภ.คูคต จังหวัดปทุมธานี จนมีเบาะแสข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับผู้ต้องหาชัดเจนว่า เตรียมหลบหนีออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านทางพรมแดนที่ติดกับประเทศกัมพูชา จึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังติดตามอย่างใกล้ชิด จนกระทั่งพบผู้ต้องหา และนำตัวมาสอบปากคำ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุจริง และหลังเกิดเหตุมีนายเฮงสั่งชาวกัมพูชาเป็นคนพาหลบหนี ก่อนนั่งรถโดยสารสาธารณะไปยังจังหวัดจันทบุรี
นอกจากนี้ จากการสอบสวนขยายผลพบว่า ผู้ก่อเหตุเข้าประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ได้รับการผ่อนผันจากมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2565 ในฐานะผู้ใช้แรงงานต่างด้าว อย่างไรก็ตาม สิทธิ์ดังกล่าวสิ้นสุดไปแล้ว เจ้าหน้าที่จึงจะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือการอนุญาตสิ้นสุด และแจ้ง ข้อกล่าวหาอื่นๆ คือร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น และ ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน
ส่วนการขยายผลกลุ่มแก๊งดังกล่าว ขณะนี้เจ้าหน้าที่มีข้อมูลบางส่วนแล้ว ซึ่งพบว่ามีการรวมกลุ่มกันเพื่อทำกิจกรรม บางครั้งแต่งตัวคล้ายนักศึกษาไทย (เด็กช่าง) เพื่อออกท่องเที่ยวด้วยกัน
เบื้องต้นยังไม่พบว่ากลุ่มดังกล่าวเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับทางอาญา แต่เป็นการประกาศให้รู้ว่าเป็นกลุ่ม BK และยังพบว่ากลุ่มดังกล่าวมีความขัดแย้งกับกลุ่มแรงงานต่างด้าวกลุ่มอื่นๆ ในพื้นที่ด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม กรณีนี้เกิดจากความขัดแย้งส่วนตัว ส่วนจะเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์อื่นๆหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล
ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ตรวจพบที่บ้านพักของผู้ก่อเหตุที่ห้องเช่าภายในซอยพหลโยธิน 83 ใกล้กับตลาดสี่มุมเมือง เป็นอาวุธปืนแบลงค์กันที่ซื้อมาจากโซเชียลมีเดียในราคา 4,500 บาท และหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะขยายผลหาตัวผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่นๆ เพิ่มเติมและเตรียมออกหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องต่อไป


