เอสซี ปรับแบรนด์ครั้งใหญ่ในรอบ 20 ปี สร้างสมดุลพอร์ตธุรกิจผ่าน 3 กลุ่มเครื่องยนต์ธุรกิจ ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 ที่ 25,500 ล้านบาท พร้อมวางเป้าดันกำไรนิวไฮ ภายในปี 2573

วันที่ 6 มีนาคม 2569 นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ เอสซี (SC) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ยังต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง 87% ของจีดีพี และการแข่งขันในตลาดที่สูง โดยเฉพาะบ้าน ที่ต้องเผชิญกับสงครามราคา

แต่ทั้งนี้มองว่าในวิกฤตยังมีความหวังในตลาดต่างชาติ จากการท่องเที่ยวไทยยังดีอยู่ และในขณะนี้มีแนวโน้มต่างชาติย้ายถิ่นฐานมาอยู่ไทยมากขึ้น ซึ่งจะชัดเจนมากขึ้นหากการสู้รบในตะวันออกกลางขยายวงและยืดเยื้อ

“จากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง ส่งผลให้ เอสซีปรับตัวล่วงหน้าตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งการปรับโครงสร้างองค์กร จัดระเบียบทางการเงิน เพิ่มพันธมิตรร่วมลงทุน ตลอดจนการริเริ่มในธุรกิจใหม่ๆ ตามยุทธศาสตร์กระจายความเสี่ยง

โดยทยอยปรับโครงสร้างธุรกิจสู่พอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุม 3 กลุ่มเครื่องยนต์ธุรกิจ (Engine) ได้แก่ Engine 1 อสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัย, Engine 2 อสังหาฯ รายได้ประจำ และ Engine 3 ธุรกิจใหม่ เพื่ออนาคตซึ่งตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนกำไรจากธุรกิจ Engine 2 และ Engine 3 ให้มากกว่า 30% เพื่อผลักดันกำไรภาพรวมของ เอสซีให้สร้างนิวไฮอีกครั้งภายในปี 2573”

นายณัฐพงศ์ กล่าวว่า ในปี 2569 บริษัทจึงได้รีแบรนด์ครั้งใหญ่ ในรอบ 20 ปี ปรับเปลี่ยนโลโก้และภาพลักษณ์ในรอบ 20 ปี ตอกย้ำภาพลักษณ์องค์กรที่เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย พร้อมยังกลับมาลงทุนอีกครั้งภายใต้งบ 8,000 ล้านบาทในทุกกลุ่มธุรกิจ จากปีที่แล้วได้ชะลอการลงทุนไป

แบ่งเป็นการลงทุนใน Engine 1 อสังหาฯ เพื่ออยู่อาศัย 75% สำหรับเปิด 6 โครงการใหม่ มูลค่า 28,500 ล้านบาท เป็น แนวราบ 4 โครงการ และคอนโดมิเนียม 2 โครงการ

ซึ่งคอนโดปีนี้จะเป็นที่สุดไฮไลต์ของเอสซี บนทำเลพระราม 4 เป็น Branded Residence ระดับอัลตร้า ลักชัวรี่(Ultra Luxury)แบรนด์ใหม่ และโครงการริมแม่น้ำ ย่านบางโพ มูลค่ารวม 2 โครงการ 25,500 ล้านบาท โดยจะเปิดตัวในครึ่งปีหลัง

ส่วนเงินลงทุนอีก 25% เป็นใน Engine 2 อสังหาฯ รายได้ประจำ ทั้งโรงแรม คลังสินค้า อาคารสำนักงานและอพาร์ตเมนต์ โดยจะขยายธุรกิจ Hospitality เพิ่มอีก 450 ห้อง ในแหล่งท่องเที่ยวชายทะเล เช่น พัทยาและภูเก็ต

พัฒนาคลังสินค้าโซน บางนา-EEC เพิ่มอีก 170,000 ตารางเมตร และลงทุนธุรกิจใหม่พลังงานทางเลือก รองรับการเติบโตของ Data Center ภายใต้บริษัท SCX 360

และ Engine 3 ธุรกิจใหม่ ครอบคลุมธุรกิจบริการหลังการขาย ซึ่งจะขยายธุรกิจจาก 150 โครงการ เป็น 260 โครงการ ทั้งของเอสซี และไม่ใช่เอสซี พร้อมเปิด LINTON บริการคอนเซียร์จ (Concierge) ที่ดูแลกลุ่มลูกบ้านระดับอัลตร้า ลักชัวรี่ รวมทั้งดิจิทัล แพลตฟอร์ม และสุขภาพ

นายณัฐพงศ์ กล่าวต่อว่า ตั้งเป้ารายได้รวมปี 2569 ที่ 25,500 ล้านบาท ส่วนยอดขายในธุรกิจอสังหาฯ ตั้งเป้าที่ 27,000 ล้านบาท เติบโตจากปี 2568 ประมาณ 33% และ เป้ายอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ 23,000 ล้านบาท โดย ณ สิ้นปี 2568 มียอดขายรอโอนกรรมสิทธิ์ (Backlog) อยู่ที่กว่า 18,500 ล้านบาท ซึ่งประมาณ 40% จะทยอยรับรู้ในปี 2569

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน