กรมการค้าต่างประเทศ แจงข้อกำหนด ห้ามนำเข้า รถยนต์มือ 2 มีผล 10 ธ.ค. นี้

กรมการค้าต่างประเทศ แจงข้อกำหนด ห้ามนำเข้า รถยนต์มือ 2
กรมการค้าต่างประเทศ แจงข้อกำหนด ห้ามนำเข้า รถยนต์มือ 2

กรมการค้าต่างประเทศ แจงข้อกำหนด ห้ามนำเข้า รถยนต์มือ 2 มีผล 10 ธ.ค. นี้

รถยนต์มือ 2 / วันที่ 28 พ.ย. นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.) เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ออกประกาศกำหนดให้รถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร ซึ่งจะมีผลใช้บังคับวันที่ 10 ธันวาคม 2562 เป็นต้นไป โดยกำหนดห้ามนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วหลายชนิด โดยเฉพาะรถยนต์นั่งใช้แล้วส่วนตัว ซึ่งใบอนุญาตนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วทุกประเภทที่ออกตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกฎหมายฉบับเดิม จะมีอายุไม่เกินวันที่ 9 ธันวาคม 2562 ดังนั้น ผู้ได้รับใบอนุญาตแล้วจะต้องนำเข้ารถยนต์ให้แล้วเสร็จภายในอายุใบอนุญาตด้วย

สำหรับการนำเข้ารถยนต์ลักษณะพิเศษใช้แล้ว อาทิ รถหัวลาก รถเครนและปั่นจั่น และการนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วที่ได้รับบริจาคของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การสาธารณกุศล อาทิ รถพยาบาลและรถดับเพลิง อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงพาณิชย์ยังคงสามารถขออนุญาตนำเข้าได้

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

สำหรับการนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วประเภทอื่น อาทิ การนำเข้ารถยนต์ที่มีเอกสิทธิ์ทางการทูต การนำเข้ารถยนต์ชั่วคราว การนำเข้ารถยนต์ต้นแบบเพื่อวิจัยและทดสอบ การนำเข้ารถยนต์เพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก การนำเข้ารถยนต์เพื่อจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์ และการนำเข้ารถยนต์ที่เป็นยุทธภัณฑ์ จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามรายละเอียดในประกาศกระทรวงฯ ฉบับดังกล่าว

กรณีการนำเข้ารถยนต์เพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก ตั้งแต่วันที่ 10 ธ.ค.62 เป็นต้นไป ผู้ประกอบอุตสาหกรรมปรับสภาพรถยนต์หากประสงค์จะนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วเพื่อปรับปรุงหรือซ่อมด้วยวิธีการใดๆ ให้มีสภาพใช้งานได้ในเขตประกอบการเสรีหรือเขตปลอดอากรแล้วส่งออกไปนอกราชอาณาจักร ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรและการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด

โดยเมื่อวันที่ 19 พ.ย.62 กรมฯ ประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับประกาศกระทรวงฯ ฉบับดังกล่าว ที่ประชุมขอให้กรมการค้าต่างประเทศซักซ้อมความเข้าใจแนวปฏิบัติในกรณีการนำเข้ารถยนต์ใช้แล้วเพื่อปรับปรุงหรือซ่อมด้วยวิธีการใดๆ ให้มีสภาพใช้งานได้ในเขตประกอบการเสรีหรือเขตปลอดอากร ดังนี้

1. ผู้นำเข้ารถยนต์ใช้แล้วเพื่อปรับปรุงหรือซ่อมด้วยวิธีการใดๆ ให้มีสภาพใช้งานได้ในเขตประกอบการเสรีหรือเขตปลอดอากรแล้วส่งออกไปนอกราชอาณาจักรตามกฎหมายว่าด้วยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือกฎหมายว่าด้วยศุลกากร จะต้องมีหนังสือแสดงเจตนาหรือวัตถุประสงค์ประกอบใบขนสินค้าขาเข้า และจะต้องมีสถานประกอบการในเขตดังกล่าวด้วย

2. ตามพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 “ปรับปรุง” หมายความว่า แก้ไขให้เรียบร้อยยิ่งขึ้น “ซ่อม” หมายความว่า ทำสิ่งที่ชำรุดให้คืนดี ดังนั้น “การปรับปรุงหรือซ่อมด้วยวิธีการใดๆ ให้มีสภาพใช้งานได้” หมายความถึง การแก้ไขหรือปรับปรุงของที่ชำรุดหรือเสียหายให้คืนดีหรือเรียบร้อยยิ่งขึ้น แต่ไม่รวมถึง การบำรุงรักษาทั่วไปหรือตรวจสภาพการใช้งาน

อาทิ การทำความสะอาด การขัดสีที่มิได้อยู่ในกระบวนการทำสีและซ่อมสี การตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ การทดสอบระบบการขับเคลื่อน การตรวจสอบระบบไฟฟ้า เป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้นำเข้าจะต้องแสดงเอกสารหรือหลักฐานการปรับปรุงหรือซ่อมเมื่อดำเนินการแล้วเสร็ ผู้ประกอบการรายใดที่ได้รับอนุญาตจากกรมการค้าต่างประเทศให้นำเข้ารถยนต์เพื่อปรับสภาพแล้วส่งออกก่อนวันที่ 10 ธันวาคม 2562 จะต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนดตามกฎหมายเดิมจนกว่าจะพ้นภาระและความรับผิด ทั้งนี้ รวมถึงการนำเข้ารถยนต์เป็นการชั่วคราวด้วย

นายกีรติ กล่าวเพิ่มเติมว่า การฝ่าฝืนนำเข้าสินค้าต้องห้ามจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติการส่งออกไปนอกและการนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งสินค้า พ.ศ.2522 ดังนั้น หากผู้ประกอบการรายใดฝ่าฝืนนำเข้าสินค้ารถยนต์ใช้แล้วตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภท 87.01 (ยกเว้นรถหัวลาก) ประเภท 87.02 ประเภท 87.03 (ยกเว้นรถพยาบาล) ประเภท 87.04 และรถยนต์ใช้แล้วที่มีอายุเกินหนึ่งร้อยปี (รถโบราณ) ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภท 97.06 ซึ่งเป็นสินค้าต้องห้ามนำเข้าแล้ว

กรมศุลกากรจะดำเนินการทำลายรถยนต์ดังกล่าว ผู้ประสงค์นำเข้าจึงต้องตรวจสอบประเภทรถยนต์ใช้แล้วให้เรียบร้อยก่อนนำเข้าว่าเข้าข่ายต้องห้ามนำเข้าหรือไม่

บทความก่อนหน้านี้คนไทยหนี้ท่วมหัว! ขยายตัว 7.4% แตะ 3.4 แสนบาทต่อครัวเรือน สูงสุดเป็นประวัติการณ์
บทความถัดไปแจ้งจับ สาวเจ้าของรร.สอนการแสดง อ้างชื่อผกก.ดัง ตุ๋นมัดจำถ่ายโฆษณาที่ญี่ปุ่น