นายวสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เบทาโกร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้าตามแผนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก หรือ ไอพีโอ (IPO) จำนวนไม่เกิน 500 ล้านหุ้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนที่สนใจได้ร่วมเป็นเจ้าของและเติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนไปกับเบทาโกร พร้อมต้องการยกระดับองค์กร เพื่อไปสู่การเติบโตที่ยั่งยืน ในฐานะบริษัทอาหารชั้นนำระดับสากลที่มีโมเดลธุรกิจแบบครบวงจร
บริษัทกำหนดราคาเสนอขายที่ 40.00 บาทต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่าการเสนอขายรวมไม่เกิน 20,000 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เป็นวันแรกในวันที่ 2 พ.ย. 2565 โดยสามารถจองซื้อหุ้นได้ในระหว่างวันที่ 10-12 และ 17 ต.ค.นี้
“เบทาโกรมีแผนสร้างศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในและต่างประเทศ ด้วยแผนการขยายกำลังการผลิต การสร้างความแข็งแกร่งให้กับช่องทางการจัดจำหน่ายโดยเฉพาะช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีมูลค่าสูง การมุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง เช่น ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป และผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง รวมทั้งแสวงหาและต่อยอดโอกาสการเติบโตใหม่ในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง”
นางศิริวรรณ อินทรกำธรชัย ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มงานบริหารการเงิน กล่าวว่า สำหรับเงินที่ได้รับจากการระดมทุนในครั้งนี้ จะใช้ไปลงทุนเพื่อการเข้าซื้อ หรือก่อสร้างฟาร์มและโรงงานแห่งใหม่ประมาณ 8,000 ล้านบาท การปรับโครงสร้างเงินทุนผ่านการชำระหนี้สินระยะสั้น หรือระยะยาวให้สถาบันการเงินประมาณ 8,960-10,500 ล้านบาท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับการดำเนินงานไม่เกิน 1,021 ล้านบาท ในขณะที่แผนการลงทุนระยะ 5 ปียังวางไว้ 5,000 ล้านบาทต่อปี
สำหรับผลประกอบการในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565 เบทาโกรมีรายได้รวม 54,193.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ส่วนแนวโน้มครึ่งปีหลังอัตราทำกำไรน่าจะใกล้เคียง หรือดีขึ้น แม้มีปัจจัยเรื่อต้นทุนที่ยังมีความผันผวน แต่ปัจจุบันราคาวัตถุดิบอ่อนลงกว่าครึ่งปีแรก ประกอบกับบริษัมมีการบริหารต้นทุน การนำเทคโนโลยีมาใช้ และดูแลการใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ จึงเชื่อว่าจะเติบโตได้ต่อเนื่อง