ด่ามาด่ากลับ น้ำตาล ชลิตา เมินคนแซะหมดภาพนางงาม เตรียมติดกล้องฯสร้างรั้ว จบศึกป้าข้างบ้าน เปิดใจร่วมงานศพคุณพ่อ
จากกรณีที่ น้ำตาล ชลิตา ออกมาโพสต์ต่อว่าป้าข้างบ้านที่เอาเรื่องเธอไปเล่าใส่สีตีไข่ พร้อมทั้งไลฟ์เดือดใส่ไม่ยั้ง หลังถูกใส่ร้ายด้วยว่าไล่แม่ออกจากบ้าน เพราะจะพาผู้ชายมา
ล่าสุด เธอมาร่วมงาน พิธีตั้งเสาเอกบวงสรวงเทวดาบูชาฤกษ์เพื่อสร้าง “The Art Hospital” ณ บริเวณสถานที่ก่อสร้างโรงพยาบาล The Art Hospital เขตดอนเมือง และเปิดใจถึงเรื่องนี้ เพราะภายหลังเธออกมาไลฟ์ มีกระแสตีกลับเธอค่อนข้างหนัก พร้อมฝากเธอไปถามแม่ ว่าไปพูดไปเม้าธ์อะไรบ้าง ป้าข้างบ้านถึงได้รู้ พร้อมกันนี้เธอยังเผยถึงกรณีที่ฟาดแฟนนางงามที่เข้ามาแซะเธอ ตกกระป๋อง รวมทั้งเรื่องที่เธอไปร่วมงานศพคุณพ่อ ซึ่งเป็นการเจอกันครั้งแรก และครั้งสุดท้าย

“หนูก็ไม่อยากพูดอะไรเยอะ ถ้าพูดเยอะเขาฟ้องหนูขึ้นมาทำยังไง คือจริงๆหนูไม่เคยไปยุ่งวุ่นวายกับบ้านเขาและไม่เคยไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขาแล้วพอเรารู้ว่าเขายุ่งเรื่องส่วนตัวเรา แล้วไปพูดที่มันไปในทางเสียหายสำหรับเรา เราก็รู้สึกว่ามันไม่ดีสำหรับเรา”
คือเป็นบ้านตรงข้ามเป็นจริงเลยใช่ไหม แล้วไปเคลียร์หรือยัง?
“ใช่ คือหนูก็ไม่รู้จะไปเคลียร์กับเขาทำไมเพราะหนูเองก็ไม่ได้สนิทกับเขาด้วย”
แล้วด้วยความที่มันบ้านใกล้กันมีเรื่องกันแบบนี้ไม่อึดอัดหรอ?
“จริงๆก็อึดอัดค่ะ แต่ทำยังไงได้ ซื้อบ้านตรงนั้นแล้วยังผ่อนไม่หมดเลย”
เห็นว่าจะสร้างรั้วให้สูงขึ้น?
“ใช่ค่ะ จริงๆวันนี้ก็นัดช่างมาดูประเมินราคาว่าเท่าไหร่ ถ้าราคาไม่สูงมากก็ทำค่ะ จริงๆคือจะทำเป็นสวนให้มันสูง จะได้รู้สึก private มากขึ้น (ก็ไม่ต้องมาส่องกันแล้ว?) คือจริงๆอีกนิดนึงจะเป็นญาติอีกฝ่ายหนึ่งของเราแล้ว(หัวเราะ)”
รู้สึกโดนรุกล้ำการเป็นส่วนตัวไหม?
“ก็นิดนึงค่ะ เพราะอย่างที่บอกว่าตาลไม่เคยไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา”

น้ำตาลและแม่
แล้วไม่ลองคุยเหรอ ทำแบบนี้ไม่โอเคนะ?
“คือหนูก็ไม่รู้จะไปพูดอะไรกับเขา เพราะเขาก็ไม่ได้มีอิทธิพลอะไรในชีวิตหนู ไม่ได้ให้เงินเลี้ยงดูเราก็เลยรู้สึกว่าเราควรจะต่างคนต่างอยู่ ในเมื่อเราอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันแล้ว เราควรที่จะทำดีต่อกัน ตาลเองก็ไม่เคยไปทำอะไรไม่ดีกับเขา ไม่เคยยุ่งอะไรกับเขาด้วยซ้ำ”
ได้ตามข่าวไหม ตอนนี้มันก็ลุกลามบานปลายไป มีเรื่องกล้องวงจรปิด?
“อ๋อหนูกำลังจะติดเหมือนกันค่ะ หนูคิดหลายอย่างมากเลย ทั้งจะเปลี่ยนรั้วให้มันสูงขึ้นและติดกล้องวงจรปิดหรือว่าทำสวนให้มันสูงขึ้น”
ยังไม่มีถึงขั้นปาของใช่ไหม?
“ยังไม่มีค่ะ ถ้าปาก็คือน่าจะ ..ฮือ”
ทิ้งขยะหน้าบ้าน?
“ยังค่ะ มีแต่ขยะหนู คือมันแบบนั้นมันน่าจะรุนแรงไป ต่างคนต่างอยู่ดีกว่า”
แล้วแม่เรายังไปเสวนากับเขาอยู่ไหม?
“ก็น่าจะเสวนาอยู่หรือเปล่าคะ เพราะว่าตอนนี้แม่ออกไปข้างนอก ไปอยู่ข้างนอก”
ได้สั่งแม่ไหมว่าไม่ต้องไปยุ่งกับเขาแล้ว ไม่เอาแล้วอย่าตีกันเลย?
“คือหนูก็บอกแม่ไม่ได้”

น้ำตาลไลฟ์สด
อย่างล่าสุดตอนเราไลฟ์สดแล้วมีคนเข้ามาคอมเมนต์ เหมือนเราตอบกลับไปแรงเหมือนกัน?
“ไม่แรงเลย หนูพูดด้วยปกติมากๆ(พูดว่า?) คุณแม่(หัวเราะ)”
หลายคนบอกว่าน้ำตาลเปลี่ยนไปไม่รักษาภาพพจน์ความเป็นนางงาม?
“คือจริงๆคนจะมองภาพว่า นางงามจะต้องเรียบร้อย อยู่ในเวย์ที่เป็นตัวอย่าง แล้วตอนนี้ตาลอำลาตำแหน่งแล้ว เราก็อยู่ในบริบทที่ว่า ใครที่เราควรทำดีด้วย แล้วก็ทำ แต่ใครไม่ดี เราก็ไม่”
ตอนนี้เราอยู่ในเวอร์ชั่นไหน?
“เรียบร้อยค่ะ หนูแต่งตัวเรียบร้อยขนาดนี้(หัวเราะ)”
แสดงว่าวันนั้นซอฟต์สุดแล้ว?
“จริงๆ ถ้าใครมาด่าหนู หนูก็ด่ากลับ ด่ากลับแบบเรียบร้อยๆน่ารักๆ คือคนนั้นอ่ะเป็นฟีลแบบแฟนนางงาม แล้วเป็นประเภทชอบกด ‘เนี่ยถ้าสมมติว่า แอนโทนี่ มง น้ำตาลก็จะตกกระป๋อง’ ก็เลยถามว่าเป็นอะไรอ่ะ ต้องการอะไร แล้วมาบอกว่าหนูพูดภาษาไม่ได้ ภาษาไม่ได้เก่งเลย ก็เลยบอกไปว่า ‘เออไม่มีใครเก่งเท่าแม่มึงหรอก’
เสียงแบบนี้เหรอ?
“ใช่ หนูพูดแบบนี้ พูดแบบเบาๆเพราะว่าทำผมอยู่เดี๋ยวผมไม่สวย (ยิ้ม)”
ถ้าใครคอมเมนต์ไม่ดีมาเราก็พร้อมตอบกลับตลอด?
“ต้องดูด้วยค่ะว่าแรงมากแค่ไหน ถ้าอะไรปล่อยผ่านได้ก็ปล่อย (ฟาดมาฟาดกลับ?) แกล้งๆหยอกๆ (หัวเราะ)”
รู้สึกยังไงบ้างเวลาเราพูดถึงนางงามแล้วมีดราม่าตลอด?
“นั่นนะสิคะ หนูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงดราม่ากับหนูมาก (ยิ้ม) คือทำอะไรก็คือดราม่าเกี่ยวกับนางงามไปหมด”
วิเคราะห์แต่ละคนแม่นตลอดนะ?
“น่าจะฟลุคมั้งคะ (หัวเราะ) เราก็ดูเหมือนเป็นแฟนนางงามไปด้วยค่ะเราก็เหมือนผ่านมาในฐานะของการเป็นตัวแทนแล้วไปประกวดก็เลยมีประสบการณ์ตรงนั้นเราเลยเอาจากประสบการณ์ตรงนั้นมาลองปรับใช้จากที่เรามองมันเป็นยังไงบ้าง เพราะคนก็ถามไม่งั้นหนูก็ไม่ตอบหรอก”
กับประเด็นไม่รักษาภาพลักษณ์การเป็นนางงาม?
“หนูอำลาตำแหน่งแล้วค่ะ (หัวเราะ) ตอนนี้ 6 ปีแล้ว (ยิ้ม)”
มีสิทธิ์ที่จะพูดอะไรก็ได้ใช่ไหม?
“อยู่แล้ว (ยิ้ม) ฟรีด้อมออฟสปีชค่ะ (หัวเราะ)”

น้ำตาล ชลิตา
ถามถึงเรื่องคุณพ่อที่ไปร่วมงานศพ เป็นการเจอกันครั้งแรกและครั้งสุดท้าย?
“ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียใจค่ะที่เราได้เจอกันตอนที่มันสายไปแต่จริงๆคือตาลเองเหมือนมีการติดต่อมาเยอะเหมือนกันที่อยากจะเจอแต่คือด้วยตัวตาลเองไม่เคยเจอพ่อตั้งแต่เด็กแล้วก็อยู่กับแม่มาตลอดด้วยค่ะเลยไม่รู้ว่าถ้าสมมุติถ้าเราเจอเราจะต้องเรียกพ่อหรือเรียกยังไง ต้องทำตัวยังไง คือหนูทำตัวไม่ถูกแล้วบวกเราทำงานด้วยเลยไม่ได้มีโอกาสได้ไปเจอแต่พอพ่อเสียก็เหมือนมีเพื่อนพ่อทักมาในดีเอ็มเราเลยเอาให้แม่ดูว่าเป็นเรื่องจริงไหมเพราะแม่เขาก็น่าจะรู้จักแวดวงของพ่ออยู่แล้วเลยให้แม่ติดต่อดู ปรากฏว่าเป็นเรื่องจริงเลยได้ไปงานศพเขา ไปทำให้ครั้งสุดท้ายค่ะ”
ความรู้สึกเป็นยังไงในฐานะลูกคนนึง?
“ก็รู้สึกใจหายเหมือนกันนะคะเพราะเหมือนคำว่าพ่อแต่เราอาจจะไม่มีความผูกพันอะไรตรงนั้นเราเลยไม่ได้เฮิร์ตอะไรมากนอกจากแม่ที่ร้องไห้เขาอาจจะมีความผูกพันกัน”
กับคำว่าเจอครั้งแรกและครั้งสุดท้าย?
“ก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน ก็ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ค่ะ”
ได้บอกอะไรเขาไหม?
“จริงๆหนูก็ไม่รู้ว่าต้องพูดหรือทำตัวยังไงมีทางพี่ที่เป็นลูกพ่อบอกว่าก็ไปขอขมาให้อโหสิกรรมต่อกันจะได้ไม่มีอะไรผูกมัดกัน”
เราทราบมาตลอดไหมว่าพ่อไม่สบาย?
“ไม่เลยค่ะ ไม่ทราบ (เสียกะทันหัน?) ใช่ค่ะ คือที่ไปถามทางลูกของพ่อเขาก็บอกว่าพ่อยังแข็งแรงเพราะเป็นคนที่ไม่ได้ดูดบุหรี่ ดื่มเหล้า เลยงงว่าทำไมถึงน็อคไปเลย”

น้ำตาลร่วมงานศพคุณพ่อ
เรื่องความรัก หนุ่มที่คุย?
“ก็คุยไปเรื่อยๆ”
แล้วนัมเบอร์วันหรือยัง?
“ก็คุยไง (ยิ้ม)”
มันสถานะไหนแล้วตอนนี้?
“ก็เป็นคน.. คุยๆ (ยิ้ม) ก็อย่างที่บอกเหมือนเป็นกำลังใจของเรา”
ยังไม่พร้อมเปิด?
“คือหนูก็ไม่ได้อยากเปิดออกสื่ออะไรแบบนั้นเผื่อเลิกกันแล้วขี้เกียจมานั่งสัมภาษณ์อะไร”
แต่เรียกแฟนได้?
“หา เนี่ยก็พร้อมแหย่อ่ะ (หัวเราะ)”

น้ำตาล ชลิตา -ตะวัน ณวินวิชญ์
สถานะอะไร?
“คนรู้ใจ (ยิ้ม)”
ไม่พร้อมเปิดตัวคนรู้ใจ?
“พยายามมาก (หัวเราะ)”
เรารู้ใจเราขนาดไหน?
“ไม่ทุกเรื่องหรอก (หัวเราะ) เห็นป่ะก็พูดคำนี้ไม่ได้อีก”
หรือเราอยากให้เขาออกมาพูดก่อนเรื่องสถานะ?
“คือตอนนี้หนูอยากให้โฟกัสงานก่อน อุ๊ย ตอบดาราอีกแล้ว (หัวเราะ) ความฝันหนูเลยนะตอบแบบดารา จริงๆ หนูไม่ได้อยากให้ไปทางความรักหรืออะไรมันก็เป็นอีกพาร์ทในชีวิตนึงที่ไม่ได้เป็นจุดใหญ่มากขนาดนั้นของหนูตอนนี้คือยังโฟกัสงา (แม่ว่าไง?) แม่เหรอ ก็เรื่อยๆ (หัวเราะ) ก็ไม่ได้ไฟเขียวขนาดนั้น (หัวเรา) เขาก็อยากให้เรามีหน้าที่การงานอะไรมั่นคงในชีวิต”
