ความสำเร็จของหนัง “ธี่หยด2” ที่ทำรายได้ทั่วประเทศไทยทะลุ 700 ล้านบาทภายใน 19 วัน รวมถึงรายได้ทำลายสถิติในหลายประเทศ และละคร “นางนาคพระโขนง” ที่ทำเรตติ้งนิวไฮต่อเนื่อง งานนี้ต้องยกนิ้วรัวๆ ให้กับ ‘บอสแป๊บ’ ณฤทธิ์ ยุวบูรณ์ ในฐานะโปรดิวเซอร์ภาพยนตร์ “ธี่หยด2” และผู้จัดละคร “นางนาคพระโขนง” ในนามค่ายมายน์แอทเวิร์คส์ ที่ตีโจทย์แตกทำให้ทั้งหนังและละครโดนใจคนดู จนประสบความสำเร็จ
ประสบความสำเร็จทั้ง นางนาค และ ธี่หยด 2?
ณฤทธิ์ – “มันเกินที่คิดไว้ อย่างธี่หยด 2 มันก็ทำให้ผมรู้สึกเกินคาดมาก ส่วนละคร นางนาคพระโขนง ผมก็ดีใจมากๆ ไม่คิดว่าจะมีคนให้การต้อนรับได้ขนาดนี้ เพราะว่ามันมีการเลื่อนฉายด้วย”

ตั้งเป้าไว้เท่าไหร่
ณฤทธิ์ – “ผมไม่กล้าคิดไว้ อย่าง ธี่หยด การทำภาค 2 มันโหดนะ ก็ทำดีที่สุด ผมก็คิดไว้ในใจของผม ขอให้ทำได้เท่าภาคแรกแล้วกัน ภาคแรกทำไว้ 500 ล้าน ถ้าภาค 2 ได้ 500 ล้านอีก ก็เกินคาดแล้ว ส่วนละครสมัยนี้มันหลายช่องทางแพลตฟอร์ม มีการแข่งขันกันสูง เขามาได้ขนาดนี้ และไปได้ทุกวัน มันก็เป็นนิวไฮของเรตติ้ง”
การที่ทำหนังภาค 2 กังวลไหม หลายคนพูดว่าภาคสองจะมีอาถรรพ์?
ณฤทธิ์ – “ผมไม่ได้คิดเรื่องอาถรรพ์ แต่คิดเรื่องสถิติมากกว่า มันท้าทาย อย่าง ธี่หยด คนดูให้การตอบรับได้ดี เรากดดันตรงที่ว่ามีคนคาดหวังเยอะ แล้วจะทำได้ดีเท่าภาคแรกอย่างที่ทุกคนตั้งใจรอหรือเปล่า ทำให้เราต้องทำการบ้านเยอะ”
“อย่างภาคหนึ่งผมตั้งใจให้คนดูได้รับความบันเทิงเหมือนหนังรถไฟเหาะ ภาค 2 ผมก็ตั้งโจทย์ว่าให้นั่งรถไฟเหาะหนักกว่าเก่า ให้มันตีลังกาไม่รู้กี่รอบ ให้มีความบันเทิงเต็มที่แล้วกัน เรื่องของโปรดักชั่นเราก็อยากที่จะให้มันดีขึ้นไปอีก ผู้ใหญ่ทางเอ็มสตูดิโอเขาจัดให้เต็ม ให้ไปโรง iMax”

ธี่หยด 2 ขายต่างประเทศอยู่ด้วย?
ณฤทธิ์ – “ไปแล้ว 20 ประเทศ กระแสอย่างที่ เวียดนาม ก็เป็นอันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์ของหนังไทยแล้ว เรื่องสถิติความเร็วเราทำลายหมดเลย ตอนนี้ที่ลาวเราก็เหมือนกัน กัมพูชา ก็กำลังจะเข้าครับ แล้ว อีกอย่างที่ ธี่หยด 2 ประสบความสำเร็จได้ เพราะเขามีแฟนของแต่ละคน อย่างที่พี่ยักษ์ ก็มีคนรักเขาเยอะ ตอนนี้น้องยี่ ก็มีคนเอาใจเชียร์ มันก็ยิ่งแมสขึ้นไปอีก”
ภาค 2 ประสบความสำเร็จมาก ทำให้เราเริ่มที่จะทำภาค 3 ?
ณฤทธิ์ – “เรากำลังพัฒนาบทกันอยู่ครับ เราต้องคิดหนักกว่า เพราะภาค 1 และภาค 2 ประสบความสำเร็จ จะทำภาค 3 เราก็ต้องทำงานหนัก เครียดกว่าเก่าอีก หลายคนที่เราดูจากฟีดแบ็ก เขาค่อนข้างที่จะอิ่มแล้ว มันก็เลยเป็นโจทย์ที่หนักมากของการทำภาค 3 แต่เราทำให้ดีที่สุด”

เรามองธุรกิจของหนังในปีนี้เป็นอย่างไรบ้าง ?
ณฤทธิ์ – “ตอนที่ทำ ธี่หยดภาคแรก ผมก็เสียวเหมือนกันนะ คือก่อนที่เรื่อง สัปเหร่อ จะประสบความสำเร็จ ผมคิดว่าคนเข้าโรงหนังยาก แต่พอหนัง ของแขก เริ่มมา เราก็รู้สึกว่าแล้วมันก็น่ากลัวนะเรื่องของตัวเลข แล้วก็ตามด้วย สัปเหร่อ ยอดรายได้ขนาดนั้นอีก ถ้าเราทำแล้วมันถูกใจคนดูจริงๆ เขาก็พร้อมที่จะออกมา แต่ผมก็ยังมองว่ามันเป็นสิ่งที่ยาก เขาก็จะรอดูในแพลตฟอร์มต่างๆ ก็ได้ ผมเลยตั้งใจว่าเราต้องทำอย่างไรเพื่อให้คนดูเข้ามาชมในโรงหนังจริงๆ”
“ผมก็ได้คุยกับทั้งทางสตูดิโอและทางช่อง 3 เขาคิดที่จะสร้างประสบการณ์การดูหนังในโรง iMax ถ้าเราทำอะไรที่เขาชอบเขาก็พร้อมที่จะออกมาดู มันไม่ได้ทำง่ายๆ สังเกตได้หนังมันก็มีทั้งโดนและไม่โดนก็เยอะ ผมคิดว่ามันต้องเข้าใจคนดูจริงๆ ว่าเขาต้องการที่จะดูอะไร”

{“ARInfo”:{“IsUseAR”:false},”Version”:”1.0.0″,”MakeupInfo”:{“IsUseMakeup”:false},”FaceliftInfo”:{“IsChangeEyeLift”:false,”IsChangeFacelift”:false,”IsChangePostureLift”:false,”IsChangeNose”:false,”IsChangeFaceChin”:false,”IsChangeMouth”:false,”IsChangeThinFace”:false},”BeautyInfo”:{“SwitchMedicatedAcne”:false,”IsAIBeauty”:false,”IsBrightEyes”:false,”IsSharpen”:false,”IsOldBeauty”:false,”IsReduceBlackEyes”:false},”HandlerInfo”:{“AppName”:2},”FilterInfo”:{“IsUseFilter”:false}}
อะไรที่ทำให้คนดูอยากเข้าไปดูหนัง?
ณฤทธิ์ – “ผมคิดว่าเราต้องทำให้แมสที่สุด คนต่างจังหวัดต้องดูได้และคนในเมืองก็ต้องดูได้ สำหรับผมความสุดยอดของหนังจริงๆ คือถ้าเราได้เห็นเพื่อนจูงมือกันไปหรือครอบครัวพากันไป มันคือโกล์ที่ประสบความสำเร็จแล้ว ถ้าเราได้เห็นภาพอย่างนั้น ตอนจบหนังมันก็ต้องมีหัวใจของมันที่ทำให้คนซาบซึ้ง หรือว่ามีอะไรที่จะบอกคนดูจริงๆ อย่าง ธี่หยด 2 ผมประทับใจในความรักของครอบครัว ที่เขาสู้ร่วมกัน ตายแทนกันได้ นั่นคือหัวใจของมัน และผมก็คิดว่าให้คอยสังเกตเมื่อหนังจบแล้ว คนดูเดินออกมาทำหน้าอย่างไรคือสิ่งสำคัญ ถ้าทำหน้าอึนๆ นั่นน่ากลัวแล้ว แต่ถ้าออกมาแล้วก็แฮปปี้ หรือด่า นั่นคือส่วนประกอบทุกอย่าง คือหนังต้องทำให้คนเข้ามาดูจริงๆ”

{“ARInfo”:{“IsUseAR”:false},”Version”:”1.0.0″,”MakeupInfo”:{“IsUseMakeup”:false},”FaceliftInfo”:{“IsChangeEyeLift”:false,”IsChangeFacelift”:false,”IsChangePostureLift”:false,”IsChangeNose”:false,”IsChangeFaceChin”:false,”IsChangeMouth”:false,”IsChangeThinFace”:false},”BeautyInfo”:{“SwitchMedicatedAcne”:false,”IsAIBeauty”:false,”IsBrightEyes”:false,”IsSharpen”:false,”IsOldBeauty”:false,”IsReduceBlackEyes”:false},”HandlerInfo”:{“AppName”:2},”FilterInfo”:{“IsUseFilter”:false}}
คิดว่าจะมีอะไรที่ทำให้หนังไทยเติบโตมากกว่านี้?
ณฤทธิ์ – “ผมว่าครีเอทีฟ คนเขียนบท ซึ่งผมคิดว่ามันยาก การที่เราได้คนเขียนบทที่ดี และการเลือกเรื่องที่ดีมันคือหัวใจ ถ้าเรามีเรื่องที่ดีก็ระดับหนึ่ง มีทีมงานที่ดีก็ช่วยเราไปอีกแบบหนึ่ง ผมว่าการเลือกเรื่องมันยากนะ ที่จะเลือกเรื่องดีๆ แล้วทำให้คนดูแมส”

หนังบูมขึ้น แต่ละครดูซบเซาลง?
ณฤทธิ์ – “มันต้องเลือกเรื่องให้มาตรงใจ ตลาดคนดูจริงๆ แล้วมันก็น่าจะไปได้ ผมว่ายังไง คนไทยก็ยังดู เสพละคร เพียงแต่ว่าทำให้เขาถูกใจไหมเท่านั้นเองครับ”

คิดว่าอะไรทำให้คนดูละครน้อยลง ?
ณฤทธิ์ – “มันมีแพลตฟอร์มเยอะขึ้น คนเลือกที่จะรอดูรวดเดียวจบทั้งเรื่อง ไม่อยากมารอดูทีละตอน แล้วเรื่องจะต้องไม่มาวนเหมือนเดิม ก็น่าจะมีอะไรใหม่ๆ ที่น่าสนใจ ที่จะดึงให้เขากลับมาดู ผมว่า ยังไงคนไทยก็ยังต้องเสพทีวีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเราทำให้ถูกใจเขาไหม ผมเชื่อว่าละครก็จะกลับมาบูมอีกครั้ง”

แพลนปีหน้างานมีอะไรบ้าง?
ณฤทธิ์ – “ตอนนี้ก็กำลังพัฒนาบทธี่หยด 3 แล้วผมจะมีจักรวาลของธี่หยด ที่แตกออกไปได้ อาจจะมีคาแร็กเตอร์ของตัวละครอื่นๆ ที่เรานำไปพัฒนาต่อ และมีหนังผีอีกเรื่องหนึ่ง ส่วนละครก็กำลังพัฒนาบท รอที่จะเสนอเป็นโรแมนติกคอมเมดี้”

กับความสำเร็จของเรามีเคล็ดลับไหม?
ณฤทธิ์ – “ผมว่าเราพยายามหาประสบการณ์เยอะๆ ตั้งแต่เด็กผมก็ดูหนังเยอะ อ่านเยอะ อันนี้สำคัญ ไม่ว่าจะเรียนขนาดไหน หลักการที่เรียนมากับประสบการณ์มันผิดกันนะครับ เวลาเราดูหนังเยอะ อ่านเยอะ เราสื่อสารกับผู้กำกับฯ หรือทีมงาน เราจะสื่อสารกันรู้เรื่องกว่าปกติ แล้วก็จริงใจกับการทำงาน ผมว่าการที่เราทำหนังประสบความสำเร็จแต่ละเรื่อง มันก็ขึ้นอยู่กับว่าเราได้ทีมที่ดีด้วย เราต้องมีความจริงใจกับคนที่ทำงาน ให้เขารู้สึกแฮปปี้ที่ทำงานกับเรา ทำงานด้วยความรัก และผลักดันงานให้ออกมาดีด้วยกัน”
กรผกา ธีระจารุวรรณ