ปวดเมื่อยจากช็อปปิ้ง เดินมาก-ซื้อมาก-เจ็บมาก

ปวดเมื่อยจากช็อปปิ้ง

ปวดเมื่อยจากช็อปปิ้ง เดินมาก-ซื้อมาก-เจ็บมาก 

ปวดเมื่อยจากช็อปปิ้ง – กิจกรรมคู่กับผู้หญิง คือ ช็อปปิ้ง เพื่อผ่อนคลายอารมณ์จากงานที่เคร่งเครียด หรือมีหน้าที่จับจ่ายเลือกของกินของใช้ที่จำเป็นสำหรับครอบครัว ช็อปไปช็อปมารู้ตัวอีกทีก็ของเต็มมือแล้ว กลับบ้านมาอาการก็เริ่มกำเริบทั้งปวดแขนปวดขา

คุณเพ็ญพิชชากร แสนคำ นักกายภาพบำบัด จากคลินิกกายภาพบำบัดอริยะ ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี) ให้ข้อมูลว่า

การช็อปปิ้งแต่ละครั้งผู้หญิงต้องแบกรับน้ำหนักจากการถือของที่หนัก และมีการเดินมาก จึงเป็นต้นเหตุของอาการปวดเมื่อยและเจ็บปวดตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย ที่ตามมา ร่างกายที่อาจเกิดอาการปวดเมื่อยได้ มีดังนี้

1.ปวดเมื่อยแขน เพราะเกร็งจากการถือของ คล้องกระเป๋าหรือถุงต่างๆ กล้ามเนื้อแขนก็จะทำงานตลอดเวลา ยิ่งหิ้วหนักกล้ามเนื้อก็ยิ่งหดเกร็งมาก ปวดแขนได้ง่ายๆ

2.ปวดข้อมือลามไปถึงปวดนิ้วมือ เพราะต้องใช้ข้อมือรวมไปถึงนิ้วมือในการช่วยเกี่ยวถุง ทำให้เส้นประสาทถูกกดทับ อาจเกิดอาการชาตามปลายนิ้วได้ บางทีอาจปวดร้าวเหมือนถูกไฟชอร์ตวิ่งอยู่ตลอดเวลา ถ้าเป็นมากอาจทำให้มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้ออุ้งมือได้ เป็นปัจจัยให้เกิดนิ้วล็อก เอ็นในข้อนิ้วอักเสบ เรื้อรังเป็นนิ้วล็อกได้

3.ปวดบ่า-ไหล่-คอ เป็นอวัยวะที่สัมพันธ์เกี่ยวเนื่องจากแขนข้อมือ ด้วยมีกล้ามเนื้อที่ยึดติดกัน ซึ่งจุดเกาะปลายสุดของกล้ามเนื้อไหล่ไปเกาะที่กระดูกต้นคอ หากไหล่ต้องแบกหรือหิ้วหนักๆ ก็ส่งผลให้ปวดเมื่อยคอ หรือปวดร้าวจากการตึงของเส้นประสาทลงไปที่มือได้ หากหิ้วหรือสะพายหนักเกิน หรือนานต่อเนื่องเกิน

4.ปวดหลัง เวลาเดินนานๆ หลังช่วงล่างจะรับน้ำหนักมาก ทุกครั้งที่ก้าวขาลงน้ำหนักเท้าก็จะเกิดแรงกระแทกส่งไปหลัง ทำให้ปวดเมื่อยหลัง ยิ่งถ้าหิ้วของหนักๆ หลังก็จะแบกรับน้ำหนักมาก กล้ามเนื้อจะยิ่งเกร็งตัวมาก หรืออาจส่งผลให้หมอนรองกระดูกถูกกดอัดมาก อาจปวดร้าวลงสะโพกหรือลงขาได้

5.ปวดน่อง ขา จากการยืนเดินเลือกซื้อของ เพราะกล้ามเนื้อน่องเป็นกล้ามเนื้อที่ใช้ในการยืน-เดิน อาจเกร็งตัว ทำให้ปวดน่องหรือเป็นตะคริวที่น่องได้

6.ปวดเข่า เข่าเป็นข้อต่อที่เหมือนรับน้ำหนักตัว ถ้าเดินเยอะ แล้วน้ำหนักมากก็มักทำให้น้ำหนักเทลงที่เข่าเกิดอาการปวดเข่า ได้ง่ายๆ

วิธีเตรียมความพร้อมและป้องกันอาการปวดเมื่อยจากการช็อปปิ้ง

1.วางแผน จดรายการ กำหนดเวลาที่ช็อปปิ้ง จะได้มีเป้าหมายไม่ช็อปปิ้งจนเพลิน, 2.จำกัดงบประมาณ เพื่อช่วยบริหารเงินและใช้เวลาช็อปปิ้งไม่นานเกินไป, 3.หลีกเลี่ยงกระเป๋าใบใหญ่ เพราะจะเผลอตัวใส่ของมาก น้ำหนักก็จะมากตาม

4.กรณีต้องช็อปปิ้งนาน อาจใช้บริการฝากของหรือรถเข็น เพื่อร่างกายจะได้ไม่ทำงานหนักเกินไป5.เลือกใส่รองเท้าสบายๆ ส้นไม่สูงมากยามเดินช็อปปิ้ง จะช่วยให้กล้ามเนื้อส่วนต่างๆ ไม่ต้องทำงานหนัก ป้องกันการเมื่อยล้าได้

6.บริหารข้อนิ้ว ข้อมือ ข้อศอกและไหล่ เพื่อป้องกันการเคล็ดหรือเอ็นอักเสบง่ายๆ เช่น ยืนชิดผนังแล้วใช้นิ้วโป้ง นิ้วชี้ และนิ้วกลาง ทาบและไต่ขึ้น-ลงบนผนัง 10 ครั้ง หมุนข้อมือเป็นวงกลม ซ้าย-ขวา 10 ครั้ง บริหารไหล่ หมุนแขนไปข้างหน้า-หลัง เป็นวงกลมข้างละ 10 ครั้ง

7.บรรเทาอาการปวดเมื่อยขาด้วยท่าบริหารเข่า นั่งเตะขาขึ้นจากพื้นกระดกข้อเท้าเข้าหาตัว ยืดเหยียดน่องและเป็นการบริหารกล้ามเนื้อเข่า

และ 8.หลังการช็อปปิ้ง หากรู้สึกปวดกล้ามเนื้อมาก ใช้แผ่นประคบเย็น เพื่อลดอาการปวดบวมใน 1-2 วันแรก หลังจากนั้นใช้แผ่นประคบร้อน พร้อมยืดกล้ามเนื้อเบาๆ หรือจะใช้ยานวดหรือรับประทานยาแก้ปวดบรรเทาด้วยก็ได้ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรรีบปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

อ่านข่าว

 

บทความก่อนหน้านี้‘ฟ้าใส’สัญญา คว้ามงที่ 3 มิสยูนิเวิร์ส
บทความถัดไป“เลขาศาลฯ” เผยผลสรุปปม ผมเพื่อนโชค ต้องรอ ก.ต.ศาล พิจารณา ไม่ชัวร์เสร็จเมื่อไหร่