“ศาลเจ้าพ่อพญาแล” ตั้งอยู่บริเวณใต้ต้นมะขามใหญ่ ริมหนองปลาเฒ่า บ้านหนองหลอด ต.รอบเมือง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ห่างจากตัวเมืองชัยภูมิประมาณ 3 กิโลเมตร ตามเส้นทางสายชัยภูมิ-บ้านเขว้า เป็นที่สถิตดวงวิญญาณของพระยาภักดีชุมพล (แล) และเป็นศูนย์กลางที่ยึดเหนี่ยวจิตใจชาวเมืองชัยภูมิ

กล่าวสำหรับ “เจ้าพ่อพญาแล” (พระยาแล) หรือพระยาภักดีชุมพล (แล) เป็นอดีตเจ้าเมืองของชัยภูมิคนแรก ผู้มีความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน

ย้อนไปเมื่อครั้งแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช แห่งกรุงศรีอยุธยา บริเวณเมืองชัยภูมิ ยังเป็นดินแดนรกร้าง จนล่วงมาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ มีชายผู้หนึ่งชื่อ “แล” เคยเป็นข้าราชสำนักในเวียงจันทน์ อพยพมาตั้งถิ่นฐานที่บ้านน้ำขุ่น หนองอีจาน (ปัจจุบันคือบ้านชีลอง) แต่ก็ยังส่งส่วยให้เจ้าอนุวงศ์มิได้ขาด จนได้รับตำแหน่งเป็นเจ้าเมืองชัยภูมิ แล้วตั้งบ้านเมืองใหม่ขึ้นที่ ‘บ้านหลวง’

ในปี พ.ศ.2367 บ้านหลวงได้ยกฐานะเป็นเมืองชัยภูมิ ขึ้นตรงต่อนครราชสีมา และนายแลได้สวามิภักดิ์ต่อกรุงเทพฯ

ชวนกันมา พากันมู

เมื่อเจ้าอนุวงศ์ยกทัพเข้ามาตีกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ.2369 โดยมีอุบายว่าจะมาช่วยกรุงเทพฯ รบกับอังกฤษ และสามารถยึดเมืองนครราชสีมาได้ โดยกวาดต้อนผู้คนจะนำไปเวียงจันทน์ จนเกิดวีรกรรมของคุณหญิงโม หรือท้าวสุรนารีที่ทุ่งสัมฤทธิ์ขึ้น

บรรดาเมืองใกล้เคียง รวมทั้งชัยภูมิได้ยกกำลังไปช่วยชาวไทยสยามตีกระหนาบจนทัพเจ้าอนุวงศ์แตกพ่ายไป

ชวนกันมา พากันมู

พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แต่งตั้งนายแลเป็นพระยาภักดีชุมพล (แล) เป็นเจ้าเมืองชัยภูมิคนแรก แต่ทหารเจ้าอนุวงศ์ที่ยังกระจัดกระจายอยู่แถบนั้นเกิดความแค้น ยกทัพบุกเข้าจับพระยาภักดีชุมพลทำการประหารเสีย ณ บริเวณใต้ต้นมะขามใหญ่ ริมหนองปลาเฒ่า

การเสียชีวิตของพระยาภักดีชุมพล (แล) ในครั้งนั้น เป็นเหตุการณ์สำคัญที่ชาวเมืองชัยภูมิจดจำตลอดมา และระลึกถึงว่าเป็นวีรกรรมครั้งสำคัญ

ชวนกันมา พากันมู

ต่อมาชาวเมืองชัยภูมิจึงเรียกว่า เจ้าพ่อพญาแล และได้สร้างศาลไว้ตรงสถานที่ที่พระยาภักดีชุมพล (แล) ถูกประหารชีวิต ที่บ้านหนองปลาเฒ่า อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ริมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 225 (ชัยภูมิ-บ้านเขว้า)

ต่อมา พ.ศ.2511 ทางราชการได้สร้างศาลขึ้นใหม่ ให้ชื่อว่า ศาลพระยาภักดีชุมพล (แล) และจัดให้มีงานสักการะทุกปี โดยเริ่มจากวันพุธแรกของเดือน 6 เป็นเวลา 7 วัน เรียกว่า “งานเทศกาลบุญเดือนหก ระลึกถึงความดีของเจ้าพ่อพญาแล” ถือเป็นงานใหญ่ประจำปีของชาวชัยภูมิ

ชวนกันมา พากันมู

พ.ศ.2518 ทางราชการร่วมกับพ่อค้าและประชาชนชาวชัยภูมิสร้างอนุสาวรีย์ของพระยาภักดีชุมพล (แล) ประดิษฐานอยู่ตรงวงเวียนศูนย์ราชการ ปากทางเข้าสู่ตัวเมืองชัยภูมิ

กาลเวลาล่วงเลยผ่านมา ศาลเจ้าพ่อพญาแล ที่บริเวณริมหนองปลาเฒ่า ก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2511 เกิดการชำรุดเนื่องจากอายุการใช้งาน และจากโครงสร้างที่เป็นไม้ จึงมีปัญหาเรื่องปลวกกัดแทะเนื้อไม้ และการผุกร่อนของโครงสร้าง

ทางราชการเกรงว่าจะไม่ปลอดภัยกับประชาชนที่มาสักการะเจ้าพ่อพญาแล คณะกรรมการศาลเจ้าพ่อพญาแลจึงได้จัดทำประชาพิจารณ์ว่าจะมีการก่อสร้างศาลเจ้าพ่อพญาแลหลังใหม่ แทนที่หลังเดิม ซึ่งผลประชาพิจารณ์เสียงข้างมากเห็นด้วยกับการก่อสร้างศาลเจ้าพ่อพญาแลหลังใหม่

ชวนกันมา พากันมู

ดังนั้น จึงได้ก่อสร้างอาคารศาลเจ้าพ่อพญาแลหลังใหม่ ตั้งอยู่ที่บริเวณหนองปลาเฒ่า อ.เมือง จ.ชัยภูมิ เป็นอาคารสถาปัตยกรรมร่วมสมัยผสมผสานศิลปะล้านนา ล้านช้าง และอีสาน ขนาดกว้าง 16.50 เมตร ยาว 30 เมตร สูง 24.25 เมตร

วันพฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2567 เวลา 09.39 น. จังหวัดชัยภูมิ ประกอบพิธีมหามงคลเปิดป้ายอาคารศาลเจ้าพ่อพญาแล หลังใหม่ โดยได้รับเมตตาจากพระธรรมภาวนาวชิรคุณ (บุญมา ปุญญาภิรโต) ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 11 และเจ้าอาวาสวัดชัยภูมิพิทักษ์ เป็นประธาน ฝ่ายสงฆ์และเจิมอาคารศาลเจ้าพ่อพญาแล พร้อมทั้งพรมน้ำพระพุทธมนต์ โดยมีนายอนันต์ นาคนิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส เวลา 15.09 น. ประกอบพิธีอัญเชิญรูปหล่อเจ้าพ่อพญาแลขึ้นประดิษฐาน ณ อาคารศาลเจ้าพ่อพญาแลหลังใหม่ มีส่วนราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมพิธี ณ มณฑลพิธีศาลเจ้าพ่อพญาแล จ.ชัยภูมิ

ชวนกันมา พากันมู

ทั้งนี้ ผู้ที่ไปบนบานขอพรที่ศาลเจ้าพ่อพระญาแล มักจะขอพรเรื่องการค้าขาย ขอให้ช่วยปกป้องคุ้มครอง และขอพรเพื่อความสิริมงคลแก่ตนเองและครอบครัว

เมื่อผู้บนบานประสบผลสำเร็จตามประสงค์ มักนำเครื่องเซ่นไหว้ที่ตนเองบนไว้กับเจ้าพ่อพญาแลมาถวายแก้บน อาทิ พวงมาลัยดอกไม้สด บายศรีดอกไม้สด ผลไม้สด อาหาร และหมากพลู

โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวงมาลัยและบายศรีดอกไม้สดจากดอกดาวเรือง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน