“หลวงพ่อสว่าง อุตตโร” หรือ “พระวิบูลวชิรธรรม” วัดท่าพุทรา ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร พระเกจิอาจารย์ชื่อดังที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาอย่างยิ่ง
มีนามเดิมว่า สว่าง เจริญศรี เกิดที่บ้านน้ำหัก ต.ท่างิ้ว อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 17 มิ.ย.2426
ย่างเข้าสู่วัยเยาว์ เมื่อมีอายุพอสมควรที่จะเล่าเรียนศึกษาได้ ก็เริ่มศึกษาเล่าเรียนอักขรสมัย และหนังสืออักขระขอมเบื้องต้นจากขุนเจริญสวัสดิ์ ผู้เป็นบิดา
ต่อมาญาติสนิทได้นำไปฝากกับหลวงพ่อเผือก (พระครูบรรพโตปมญาณ) วัดหัวดงเหนือ ต.หัวดง อ.บรรพตพิสัย จ.นครสวรรค์
ศึกษาเล่าเรียนมูลกัจจายน์ และหนังสืออักขระขอมอยู่ที่วัดหัวดงเหนือเป็นเวลานาน 7 ปี มีพระอาจารย์สด (ต่อมาได้เลื่อนฐานะเป็นพระครูสวรรค์วิถี) เป็นครูสอน
ครั้นอายุ 20 ปีบริบูรณ์เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันพุธที่ 3 ธ.ค.2445 ที่พัทธสีมาวัดขุนญาณ ต.คลองเมือง อ.กรุงเก่า จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีพระญาณไตรโลก (สะอาด) วัดศาลาปูน จ.พระนครศรีอยุธยา เป็นพระอุปัชฌาย์, พระวินัยธรศรี วัดศาลาปูน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระปลัดแพ วัดศาลาปูน เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า อุตตโร

หลวงพ่อสว่าง อุตตโร
ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติธรรมอยู่ที่สำนักเรียนวัดศาลาปูนเป็นเวลา 2 ปี และได้กลับมาอยู่กับหลวงพ่อเผือก ที่วัดหัวดงเหนือ จ.นครสวรรค์ ตามเดิม โดยศึกษาจากพระครูสวรรค์วิถี (พระอาจารย์สด) ก่อนย้ายมาจำพรรษาอยู่ที่วัดท่างิ้ว จ.นครสวรรค์ เป็นเวลา 2 พรรษา
ต่อมา พระอาจารย์ปั้น เจ้าอาวาสวัดท่างิ้วมรณภาพ จึงได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสวัดท่างิ้ว
ในช่วงนั้นได้จัดข้อระเบียบปฏิบัติสำหรับพระภิกษุสามเณรภายในวัด จัดการบูรณะซ่อมแซมกุฏิ ศาลาการเปรียญ อุโบสถให้เรียบร้อย ได้ตั้งศาสนศึกษาขึ้นที่วัดท่างิ้ว โดยรับหน้าที่เป็นครูสอน
ต่อมาในปี พ.ศ.2468 ได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าคณะอำเภอขาณุวรลักษบุรี จ.กำแพงเพชร พ.ศ.2468 เป็นพระอุปัชฌาย์
พ.ศ.2470 ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรในราชทินนามที่ พระครูวิบูลวชิรธรรม

ในปี พ.ศ.2500 คณะสงฆ์อำเภอคลองขลุง และชาวตำบลท่าพุทรา ได้อาราธนาให้ย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดคฤหบดีสงฆ์ ต.ท่าพุทรา อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร สร้างความเจริญให้กับวัดแห่งนี้จวบจนวาระสุดท้าย
พ.ศ.2501 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญที่ พระวิบูลวชิรธรรม
จากความเคร่งครัดในพระธรรมวินัย ทำให้หลวงพ่อสว่างมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักในวงกว้างอย่างรวดเร็ว
จัดสร้างเหรียญปลอดภัย และเหรียญที่ระลึกรูปเหมือนขนาดต่างๆ นอกจากเหรียญวัตถุมงคล ยังมีผ้ายันต์ ธงทิว และยันต์หนังเสือ เป็นต้น

ที่ได้รับความนิยมคือ พระผงว่าน 108 ชนิด ผสมผงมหาราช เป็นรูปพระพุทธแบบสามเหลี่ยม และเม็ดน้อยหน่า หลวงพ่อสว่าง จัดสร้างในปี พ.ศ.2480-2483 เมื่อครั้งอยู่จำพรรษาที่วัดท่างิ้ว
รุ่นนี้เคยมอบให้ พ.อ.พระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น นำไปแจกทหารที่ไปรบในสงครามอินโดจีน ท่านสร้างครั้งเดียวแล้วไม่ได้สร้างอีก สร้างสมัยท่านอยู่วัดท่างิ้ว นับว่าเป็นพระผงที่ควรหาไว้ใช้เป็นอย่างยิ่ง
ช่วงปัจฉิมวัยหลวงพ่อสว่างอาพาธบ่อยครั้ง สุดท้ายถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ วันอังคารที่ 1 ก.พ.2520 เวลา 14.30 น.
สิริอายุ 94 ปี พรรษา 74
เมื่อปี พ.ศ.2515 มีอายุวัฒนมงคล 90 ปี จัดสร้างเหรียญฉลองอายุครบ 90 ปีขึ้นเป็นที่ระลึก
ลักษณะเป็นทรงรูปไข่ ไม่มีหูห่วง เนื้อทองเหลืองกะไหล่ทอง
ด้านหน้าตรงกลางเป็นรูปนูนหลวงพ่อสว่างนั่งขัดสมาธิเต็มองค์ รอบเหรียญมีตัวหนังสือเขียนว่า “เหรียญ ๙๐ ปี หลวงพ่อพระวิบูลวชิรธรรม (สว่าง อุตฺตโร)”

เหรียญ ๙๐ ปี หลวงพ่อพระวิบูลวชิรธรรม (สว่าง อุตฺตโร)
ด้านหลังมีขอบรอบเช่นกัน ตรงกลางเป็นยันต์น้ำเต้า หรือยันต์องค์พระ มีอักขระภายใน มะ อะ อุ อะ ระ หะ ที่ยอดยันต์องค์พระมียันต์นะซ่อนหัว ล้อมรอบด้วยอักขระ ทุ สะ ปุ ติ และมียันต์เฑาะว์ หรือยันต์ปลอดภัย กำกับซ้าย-ขวา ด้านบนมีตัวหนังสือ “วัดคฤหบดีสงฆ์ (ท่าพุทรา)” ด้านล่างยันต์มีตัวหนังสือและเลขไทยว่า “พ.ศ.๒๕๑๕”
เหรียญ 90 ปี พระวิบูลวชิรธรรมปลุกเสกเดี่ยวตลอดไตรมาส ก่อนจะเปิดให้คณะศิษย์และประชาชนทั่วไปได้เช่าบูชาเหรียญรุ่นดังกล่าว มีพุทธคุณโดดเด่นรอบด้าน ผู้ที่มีไว้ติดตัวล้วนมีประสบการณ์
ปัจจุบันเป็นเหรียญที่หายาก แวดวงนักนิยมสะสมพระเครื่องต่างออกปากว่ารุ่นนี้ ราคาเช่าบูชาติดลมบนไปแล้ว
จัดเป็นเหรียญยอดนิยมในพื้นที่อีกเหรียญของกำแพงเพชร