เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก พระเถราจารย์แห่งวัดโพนสะเม็ก กรุงเวียงจันทน์ ประเทศสปป.ลาว เลื่องลืออิทธิฤทธิ์ไปทั่วสองฝั่งแม่น้ำโขงในอดีต พระเถระที่มีคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา

เป็นที่รู้กันในชื่ออื่น เช่น ญาครูขี้หอม พระครูขี้หอม พระครูยอดแก้วโพนสะเม็ก เป็นต้น

เป็นพระสงฆ์ที่มีบทบาทสำคัญในชุมชนและการเมืองสองฝั่งโขง ยุคสมัยของพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราช ครองกรุงเวียงจันทน์

รายงานพิเศษ

มีตำนานและเรื่องราวอันแสนพิสดาร เล่าขานกันมาปากต่อปาก จนมีการจดบันทึกในพงศาวดารทั้งของลาวและสยาม

เกิดเมื่อจุลศักราช 993 ปีมะแม ตรงกับ พ.ศ.2174 สมัยพระเจ้าสุริยวงศาธรรมิกราชแห่งล้านช้าง เวียงจันทน์ ที่เมืองโพพันลำ เทือกเขาภูพาน (ปัจจุบันคือบ้านกะลืม หมู่ 5 เทือกเขาภูพาน เมืองพาน อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี)

วัยเยาว์ขณะมีอายุ 13-14 ปี บรรพชาเป็นจัวเณร มีพระครูลืมบอง เป็นพระอุปัชฌาย์ ก่อนข้ามแม่น้ำโขงไปจำพรรษากับพระครูยอดแก้ว ที่เวียงจันทน์ฝั่งลาว ร่ำเรียนศึกษาท่องบทสวดมนต์ ท่องตำราพระปาฏิโมกข์ จดจำได้แม่นยำและช่ำชอง

 

พระครูยอดแก้วพร่ำสอนเนื้อหาในพระไตรปิฎก และนำหนังสือธรรมจากหอไตรมาให้ท่อง ปรากฏว่าจดจำได้หมดจนแตกฉาน กิตติศัพท์เลื่องลือถึงพระเจ้ากรุงเวียงจันทน์ ทรงเลื่อมใสและจัดผ้าไตรมาถวาย ยกย่องให้เป็นชาจั่ว (พระราชาจัวเณร)

พออายุครบ 20 ปี พระเจ้ากรุงเวียงจันทน์และพระครูยอดแก้วจัดพิธีอุปสมบท อยู่จำพรรษาที่วัดโพนสะเม็ก เวียงจันทน์ นับจากนั้นญาติโยมจึงเรียกชื่อท่านว่าพระครูโพนสะเม็ก ต่อมาจึงเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นเจ้าราชครู ผู้คนจึงเรียกท่านว่าเจ้าราชครูโพนสะเม็กเรื่อยมา

พ.ศ.2233 เหตุการณ์ในเวียงจันทน์วุ่นวาย แบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย จึงได้อพยพบริวารและผู้ติดตาม 3,000 คน เดินทางไปถึงชายแดนเขมร ระหว่างทางท่านและลูกศิษย์ได้สร้างเมือง ก่อตั้งวัดวาอารามหลายแห่ง จึงเกิดชุมชนลาวตั้งขึ้นสองฝั่งแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา

รายงานพิเศษ

แรงศรัทธาและบารมีที่มีต่อเจ้าราชครูโพนสะเม็กมากขึ้น ท่านจึงได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นพระราชา ปกครองเมืองนครจำบากนาคบุรีศรี ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นนครจำปาศักดิ์ในเวลาต่อมา

อาณาจักรดังกล่าวแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็ว ลูกศิษย์ท่านได้ไปสร้างเมืองใหม่สองฝั่งน้ำโขง มีสัมพันธไมตรีกับเขมร ขณะที่เจ้าราชครูดำรงตำแหน่งฝ่ายสงฆ์ ทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา โดยการสร้างพระพุทธรูป สร้างวัดวาอารามหลายแห่ง

ตามตำนานพระธาตุพนมระบุว่า ช่วงปลายศตวรรษที่ 22 ประมาณ พ.ศ.2233-2235 พระครูขี้หอม หรือเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก บูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุพนม ครั้งที่ 5

ในครั้งนั้นเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก พร้อมคณะศิษย์ประมาณ 3,000 คนจากนครเวียงจันทน์ บูรณะองค์พระธาตุพนมตั้งแต่ชั้นที่ 2 ขึ้นไปจนถึงยอดพระธาตุ ท่านให้หล่อเหล็กเปียก-เหล็กไหลขึ้นสวมยอด พร้อมด้วยฉัตรยอดองค์พระธาตุด้วย ทำให้องค์พระธาตุสง่างามและมั่นคงยิ่งน ท่านราชครูใช้เวลาบูรณะองค์พระธาตุพนมเป็นเวลา 3 ปี และได้แบ่งครอบครัวชาวเวียงจันทน์จำนวนหนึ่งเพื่ออยู่เฝ้ารักษาองค์พระธาตุพนม

ท่านสร้างคุณูปการมากมายจนได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูหลวงโพนสะเม็ก เป็นสังฆราชแห่งนครจำปาสัก

พระครูขี้หอมมรณภาพอย่างสงบ สิริอายุ 90 ปี

ปัจจุบันยังมีผู้เคารพเลื่อมใส และรำลึกถึงท่านอยู่ไม่น้อย หากใครได้ไปนมัสการพระธาตุพนม คงได้เห็นรูปหล่อพระครูขี้หอมเท่าองค์จริงของท่านยืนสง่าเหลืองอร่ามอยู่ทางด้านทิศเหนือของพระธาตุพนม วัดพระธาตุพนมริมฝั่งแม่น้ำโขง

ในปี พ.ศ.2512 พระเทพรัตนโมลี (แก้ว อุทุมมาลา) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม จ.นครพนม จัดสร้างวัตถุมงคล เหรียญเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก (พระครูขี้หอม) เพื่อรำลึกถึงบูรพาจารย์และผู้บูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุพนม

รายงานพิเศษ

ลักษณะเป็นทรงรูปอาร์ม มีหูห่วง ด้านหน้าตรงกลางมีพระครูขี้หอมนั่งท่าลักษณะคล้ายพระพุทธรูปปางมารวิชัยเต็มองค์บนแท่นฐาน ด้านล่างสลักตัวหนังสือ 2 บรรทัดคำว่า “หลวงปู่เจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก”และ “หลวงปู่ขี้หอม”

ด้านหลังแบนราบ ตรงกลางประดิษฐานพระธาตุพนมลอยนูนเด่น องค์เดิมที่ยังไม่ล้มทลายลง มีลวดลายจุดไข่ปลาจากชั้นที่ 2 ขึ้นไปสู่ยอดฉัตรที่เจ้าราชครูฯ ได้บูรณะไว้ ด้านล่างสลักตัวหนังสือนูน “วัดพระธาตุพนม”

อาราธนานิมนต์พระเกจิอาจารย์ชื่อดังหลายรูปประกอบพิธีพุทธาภิเษก

ถือเป็นสุดยอดวัตถุมงคล ปัจจุบันเหรียญพระครูขี้หอมพบเห็นในแผงพระได้น้อยมาก

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน