สํานักงานเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ จัดการประชุม ตามระเบียบวาระการประชุมสัญจร ระดับวัด เจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส เจ้าคณะตำบลทุกตำบล ในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมืองเชียงใหม่ เข้าร่วมประชุมใหญ่ รวมพระสงฆ์จากวัดต่างๆ จำนวนกว่า 300 รูป ร่วมประชุม ณ ศาลาหลังใหม่ วัดสวนดอก อ.เมือง จ.เชียงใหม่

โดยมี พระเทพมังคลาจารย์ (สมาน กิตติโสภโณ) เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมประชุม และ น.ส.กชพร เวโรจน์ ในฐานะที่ปรึษาประธานกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ วัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เข้าให้กำลังใจคณะสงฆ์ ด้วยการมอบปัจจัยค่าใช้จ่ายน้ำปานะและสนับสนุนงบประมาณในการซื้อเครื่องตรวจข้อสอบให้มหาวิทยาลัยสงฆ์ และปัจจัยทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา

สำหรับในที่ประชุมคณะสงฆ์ วาระที่ 3 ได้มีการหารือเรื่องมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 15/2568 มติที่ 495/2568 เรื่องแนวปฏิบัติการเปิดบัญชีเงินฝากธนาคาร การเบิกถอนเงินจากบัญชีเงินฝากธนาคารของวัด และแนวทางการจัดทำบัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย รายงานเงินสดคงเหลือของวัด หรือระบบบัญชีมาตรฐานของวัด ถือว่าเป็นวาระที่สำคัญในการประชุมครั้งนี้ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.2568

พระครูปลัดธีร์นวัช
พระครูปลัดธีร์นวัช ญาณสิทธิวาที เจ้าอาวาสวัดยางกวง กล่าวว่า “เวลาที่พวกเราเห็นอะไรที่มันไม่ดี ก็ขอให้แบ่งใจ ให้เห็นเป็นธรรมดาเป็นธรรมชาติ มีดีบ้างมีไม่ดีบ้าง ส่วนที่ดีเราจะช่วยกันดูแลอย่างไร ส่วนไม่ดีเราก็จะให้กำลังใจเพื่อให้เขาปรับตัวปรับใจ อย่างน้อยที่ผิดพลาดไปแล้วเมื่อกลับตัวกลับใจได้ ก็ยังเป็นประชาชนในสังคมเรา เขาอาจจะไม่สามารถกลับมาบวชได้ แต่ยังจะเป็นประชาชนที่ดีของสังคมต่อไปได้ ขอให้เขามีที่ยืนในสังคม ขณะเดียวกันพระสงฆ์เราก็ต้องกลับมาเน้นหลักธรรม เน้นหลักปฏิบัติให้มากขึ้น แล้ววินัยจะเกิดขึ้นเอง”

“วัดถือเป็นรากฐานพื้นฐานของทุกๆ สิ่งทุกอย่าง มีบทบาทหน้าที่หลายอย่าง เช่น วัดยางกวงของอาตมาเป็นศูนย์รวมเด็กเข้าวัดมาปฏิบัติธรรม เด็กไม่มีกินวัดนำอาหารจากญาติโยมมาทำบุญตักบาตร นำมาให้เด็กได้กิน วัดยังเป็นที่ที่ปลอดภัยสำหรับพวกเขา เช่น ช่วงกลางคืน คุณพ่อคุณแม่เด็กยังไม่กลับมาบ้าน บางคนบ้านอยู่สลัม วัดจะเปิดไฟไว้ให้เด็กมาอยู่รวมกัน เพื่อให้ความปลอดภัยกับพวกเขา และไม่เพียงวัดของอาตมาเท่านั้นยังมีอีกหลายวัดที่ยังเป็นประโยชน์อีกจำนวนมาก อยากให้มองในมุมมองนี้ พยายามแยกแยะด้วยใจของตัวเอง อะไรที่ดีเราต้องส่งเสริม อะไรไม่ดีเราควรจะแก้ไขแล้วพัฒนา แต่หากจะมาย่ำยีเหยียดหยาม อาตมาขอเจริญพร ขอบิณฑบาตให้เขามีที่ยืนในสังคมด้วย”

พระครูปลัดธีร์นวัช กล่าวถึงการที่วัดต้องทำบัญชีรายรับรายจ่าย ว่า “วัดจะต้องทำบัญชีเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2568 เป็นต้นไป เมื่อวิกฤตศรัทธาเกิดขึ้น ญาติโยมมีความเคลือบแคลงสงสัย วัดจัดการรายรับรายจ่ายอย่างไร ในวันที่ 21 ส.ค.2568 ที่ผ่านมา ได้มีการประชุมถึงการทำบัญชีรายรับรายจ่ายของวัดแล้ว เพื่อให้เกิดความโปร่งใส คณะสงฆ์ในเชียงใหม่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางจิตใจแก่ญาติโยมที่มาทำบุญจะได้สบายใจ วัดต้องจัดทำบัญชีแบบรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน ได้สอบถามพระสงฆ์หลายท่านก็ยอมรับว่าเหนื่อยเหมือนกัน แต่พระสงฆ์ก็เต็มใจทำ ทำพร้อมกับคณะกรรมการวัด พร้อมไวยาวัจกร เป็นการนำรองในคณะสงฆ์ของ จ.เชียงใหม่ เราด้วย”
สำหรับการประชุมของคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ มีทั้งหมด 8 ครั้ง ประชุมไปแล้ว 6 ครั้ง ต่อไปครั้งที่ 7 ที่วัดพุทธมณฑลเชียงใหม่ อ.ดอยหล่อ วันที่ 16 ก.ย.2568 และครั้งที่ 8 จัดที่วัดพระธาตุศรีจอมทอง อ.จอมทอง วันที่ 17 ก.ย.2568 ผู้เข้าร่วมประชุมเป็นพระสงฆ์ที่รับผิดชอบบัญชี มีเจ้าอาวาส รองเจ้าอาวาส ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระสังฆาธิการ เจ้าคณะตำบลทุกตำบล พระเลขานุการเจ้าคณะ ในเขตปกครองคณะสงฆ์อำเภอเมืองเชียงใหม่ รวมแล้วมากกว่า 3,000 รูป แบ่งการประชุมเป็น 8 ครั้ง ครั้งละประมาณ 300 รูปดังกล่าว
วิชัย ทาเปรียว