วันเสาร์ที่ 20 ก.ย.2568 น้อมรำลึกครบรอบ 106 ปี มรณกาล “หลวงพ่อเงิน พุทธโชติ” วัดบางคลาน จ.พิจิตร พระเกจิอาจารย์ดังแห่งเมืองพิจิตร มีความเชี่ยวชาญวิทยาคมเป็นที่เลื่องลือไปทั่วสารทิศ

เกิดเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ก.ย.2353 เป็นชาวบ้าน ต.บางคลาน จ.พิจิตร บิดาชื่อนายอู๋ มารดาชื่อนางฟัก มีพี่น้องร่วมบิดาเดียวกันทั้งหมด 6 คน

อายุ 3 ขวบ ไปอยู่กับลุง ชื่อนายช่วง ที่กรุงเทพฯ และเข้าเรียนที่บ้านตองปุ (วัดชนะสงคราม) จังหวัดพระนคร

เมื่ออายุ 12 ปี (พ.ศ.2365) บรรพชาเป็นสามเณร ศึกษาธรรมวินัย วิทยาการต่างๆ จนแตกฉาน

เมื่ออายุครบบวช เข้าพิธีอุปสมบทที่วัดชนะสงคราม ได้รับฉายา พุทธโชติ จำพรรษาเพื่อปฏิบัติธรรมวินัยเรียนทางวิปัสสนากัมมัฏฐานอยู่ได้ 3 พรรษา ขณะที่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดชนะสงคราม ได้ไปถวายตัวเป็นศิษย์ เพื่อศึกษาศิลปวิทยาคม ตลอดจนเรียนวิปัสสนาธุระ จากสมเด็จพระพุฒจารย์ (โต) พรหมรังสี วัดระฆังโฆสิตาราม

ต่อมากลับไปจำพรรษาที่วัดคงคาราม (วัดบางคลานใต้) อ.บางคลาน จ.พิจิตร บ้านเดิมของท่าน อยู่ได้ 1 พรรษาก่อนย้ายไปอยู่หมู่บ้านวังตะโก ซึ่งลึกเข้าไปในทางลำน้ำแควพิจิตรเก่า โดยท่านหักกิ่งโพธิ์ไปด้วย 3 กิ่ง และปักลงตรงบริเวณป่าตะโก อธิษฐานจิตว่า ถ้าข้าพเจ้าได้มาสร้างวัด ณ สถานที่แห่งนี้ ถ้ามีความเจริญรุ่งเรืองต่อไปในอนาคตข้างหน้าขอให้กิ่งโพธิ์ทั้ง 3 กิ่ง เจริญงอกงามตามไปด้วย

อริยะโลกที่ 6

ปรากฏว่าเป็นไปตามคำอธิษฐานทุกประการ ท่านสร้างกุฏิ วิหาร อุโบสถและเสนาสนะภายในวัดจนสมบูรณ์ครบถ้วนทุกประการ

ซึ่งต่อมาพื้นที่แถบนั้นปรากฏเป็น “วัดวังตะโก” เกิดขึ้น พระอารามแห่งนี้ เป็นผู้สร้างไว้เมื่อประมาณปี พ.ศ.2377 ต่อมาวัดวังตะโก หรือวัดหิรัญญารามเจริญอย่างรวดเร็ว มีผู้คนเคารพนับถือและถวายตัวเป็นศิษย์ ขอฟังธรรม ขอเครื่องรางของขลัง และขอให้หลวงพ่อช่วยรักษาโรคให้

โดยเฉพาะพวกชาวเรือที่ขึ้นล่องไปมา ได้พากันมาจอดเรือที่หน้าวัดเป็นประจำ เพื่อขอพรและขออาบน้ำมนต์

นับเป็นพระเกจิอาจารย์ ผู้เลื่องชื่อด้านวิทยาคมแห่งเมืองพิจิตร สามารถรู้ผู้มาเยือนด้วยญาณวิเศษ และยังเป็นหมอเชี่ยวชาญในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บให้แก่ชาวบ้านอีกด้วย

กิตติศัพท์ร่ำลือกันไปไกลมาก จนถึงขนาด “เสด็จในกรม” สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ยังเสด็จไปฝากตัวเป็นศิษย์ด้วย

ผลงานที่สำคัญ ด้านการก่อสร้าง มักเป็นธุระในเรื่องการสร้างถาวรวัตถุ เป็นนักก่อสร้างควบคุมการก่อสร้างด้วยตนเอง รวบรวมปัจจัยจากการสร้างวัตถุมงคล เงินบริจาค สิ่งที่ท่านชอบสร้างอีกอย่างหนึ่งนอกจากโบสถ์ วิหาร ศาลา คือ ศาลาพักร้อน เพื่อคนสัญจรไปมา

ด้านการรักษาโรคด้วยวิชาแพทย์แผนโบราณ เป็นหมอแผนโบราณทางด้านการรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วยยาสมุนไพรหรือบางครั้งก็ใช้น้ำมนต์ ซึ่งก็ให้ผลในด้านกำลังใจ

นอกจากนี้ ยังเป็นพระอาจารย์ที่มีชื่อเสียงด้านวิปัสสนา เป็นศิษย์รุ่นเดียวกันกับหลวงพ่อศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จ.ชัยนาท ซึ่งท่านได้แนะนำให้กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้มาเรียนวิชาทางวิปัสสนากับหลวงพ่อเงิน รวมทั้งสมเด็จพระสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส ก็เสด็จมาประทับที่วัดวังตะโกอยู่หลายวันเพื่อเรียนทางด้านวิปัสสนา

ด้านวัตถุมงคล พระเครื่องรุ่นที่สร้างเมื่อครั้งยังมีชีวิตอยู่มีน้อย เนื่องจากไม่นิยมสร้าง

ลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง อาทิ หลวงพ่อพิธ วัดฆะมัง, หลวงพ่อน้อย วัดคงคาราม, พระปลัดชุ่ม วัดท้ายน้ำ, หลวงพ่อหอม วัดหลวง, หลวงพ่อนวล วัดหาดมูลกระบือ, หลวงพ่อฟุ้ง วัดปากน้ำ, หลวงพ่อขำ วัดโพธิ์เตี้ย, หลวงพ่อไป๋ วัดท่าหลวงพล, หลวงปู่ภู วัดท่าฬ่อ เป็นต้น

กาลต่อมาได้รับแต่งตั้งให้เป็นพระอุปัชฌาย์ และได้รับสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ ฝ่ายวิปัสสนาจารย์

มีโรคประจำตัว คือโรคริดสีดวงทวาร รักษาตัวเองบางครั้งก็หาย บางครั้งก็กลับเป็นอีก

เคยกล่าวปรารภว่า “คนอื่นร้อยพันรักษาให้หาย แต่ผงเข้าตาตัวเองกลับรักษาไม่ได้”

ท้ายที่สุดมรณภาพอย่างสงบด้วยโรคชรา เมื่อวันศุกร์เดือน 10 แรม 11 ค่ำ ปีมะแม เวลา 05.00 น. ตรงกับวันที่ 20 ก.ย.2462 ที่วัดวังตะโก อ.บางคลาน จ.พิจิตร

สิริอายุ 109 ปี

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน