วันปีใหม่ (ตอนจบ)

ฉบับวานนี้ “มะยม” เขียนมาว่า ประเทศ ไทยเปลี่ยนวันปีใหม่หลายครั้ง อย่างไรและเพราะอะไร เมื่อวานตอบถึงวันปีใหม่สมัยรัชกาลที่ 5 วันนี้อ่านกันต่อ คำตอบนำมาจากบทความ “จุดเปลี่ยนไทยย้ายวันขึ้นปีใหม่ จากยุคโบราณสู่ 1 เม.ย. ปรับไปมาจนเป็น 1 มกราคม” โดย ส.พลายน้อย

ดังได้กล่าวมาแล้ว จะเห็นว่าวันขึ้นปีใหม่ไม่ได้กําหนดแน่นอนจนกว่าโหรจะคํานวณวันแล้วประกาศให้ทราบ ชาวบ้าน ชาวเมืองก็ยากที่จะรู้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระบรมราชโองการประกาศให้ใช้กันอย่างใหม่

ให้เลิกใช้จุลศักราชในทางราชการ เปลี่ยนมาใช้รัตนโกสินทรศก เริ่มในปีรัตนโกสินทรศก 108 (พ.ศ. 2432) และเรียกชื่อเดือนว่าเมษายน พฤษภาคม ฯลฯ ตามทางสุริยคติ รวมทั้งเรียกวันเป็นวันที่ 1 วันที่ 2 ฯลฯ แต่ยังคงให้ใช้วันเดือนปีตามจันทรคติคือวันขึ้นแรม เดือนอ้าย เดือนยี่ และปีชวด ฉลู หรือจุลศักราชต่อไปได้ เพราะเป็นหลักทางโหราศาสตร์ซึ่งราษฎรเคยใช้มาแล้ว

เมื่อลำดับเรื่องดูแล้วได้ความว่า สมัยโบราณคงถือเอาวันแรมค่ำเดือนอ้ายเป็นวันขึ้นปีใหม่ แล้วเปลี่ยนมาเป็นวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 รวมทั้งมีวันสงกรานต์ด้วย ต่อมาในพ.ศ. 2432 วันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 5 ตรงกับวันที่ 1 เมษายนพอดี รัชกาลที่ 5 จึงโปรดให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่เป็นวันที่ 1 เมษายน

การใช้รัตนโกสินทรศก ได้ใช้มาถึงปี ร.ศ. 131 (พ.ศ. 2455) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพิจารณาเห็นว่าปีรัตนโกสินทรศกนับย้อนไปในอดีตได้เพียงร้อยปีเศษเท่านั้น จึงให้ใช้พุทธศักราชแทน ส่วนวันเดือนปีคงใช้ไปตามเดิม

แต่การกำหนดเอาวันที่ 1 เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่ ก็ดูเหมือนจะถือกันเคร่งครัดเฉพาะในวงราชการงานเมืองเท่านั้น ประชาชนพลเมืองทั่วไปยังคงถือเอาวันสงกรานต์เป็นวันขึ้นปีใหม่ ทำบุญตักบาตรสนุกสนานรื่นเริงกัน

ครั้นเมื่อเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยเมื่อ พ.ศ. 2475 แล้ว ทางราชการได้พิจารณาเห็นว่าควรเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่ที่ซบเซาไปนานแล้วนั้นให้ฟื้นขึ้นมาอีก จึงประกาศให้มีงานรื่นเริงปีใหม่ในวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2477 ขึ้นในกรุงเทพฯ กระทั่งปีพ.ศ. 2479 ก็ได้จัดงานรื่นเริงปีใหม่ในทุกจังหวัด

ต่อมาพ.ศ. 2482 คณะรัฐมนตรีมีมติให้เปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายน เป็นวันที่ 1 มกราคม โดยให้ถือวันที่ 1 เมษายนเป็นวันขึ้นปีใหม่ใน พ.ศ. 2483 เป็นปีสุดท้าย ฉะนั้นในปี 2483 ก็จะมีเพียง 9 เดือน คือตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน ไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2483 เมื่อถึงวันที่ 1 มกราคม ก็เริ่มต้นพุทธศักราช 2484 เลยทีเดียว

ราชการให้เหตุผล ดังนี้ 1. การเปลี่ยนแปลงไม่ขัดกับพระพุทธศาสนา 2. เป็นการเลิกวิธีที่เอาลัทธิพราหมณ์มาคร่อมพระพุทธศาสนา 3. เป็นการถูกต้องตามหลักวิชาที่ใช้มาแต่โบราณกาล ซึ่งถือเอาดินฟ้าอากาศเป็นสําคัญ

4. เป็นการทําให้เข้าสู่ระดับสากลที่ใช้อยู่ในประเทศที่เจริญแล้วทั่วโลก 5. เป็นการฟื้นฟูวัฒนธรรม คตินิยม และจารีตประเพณีของชาติไทย 6. เป็นการแสดงให้โลกเห็นว่าวิธีโบราณของเราก็ต้องตรงตามวิธีสากล แสดงให้เห็นความเจริญรุ่งโรจน์แห่งวัฒนธรรมของชาติไทยในอดีตกาล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน