ย้อนคดี‘โมนา’นายจ้างโหด

ฆ่าฝังดิน‘น้องน้ำ’สาวใช้

ศาลตัดสินคุกตลอดชีวิต

คอลัมน์ สดจากสนามข่าว

ย้อนคดี‘โมนา’นายจ้างโหด – ชื่อของ น.ส.กฤษณา หรือ โมนา สุวรรณพิทักษ์ อดีตผู้เข้าประกวดสาวงาม กลับมาเป็นข่าวอีกครั้งหลังเงียบหายไปเกือบ 2 ปี หลายคนลืมเลือนกันไปแล้วกับคดี ฆ่าฝังดิน น้องน้ำ น.ส.จริยา ศรีศักดิ์ อายุ 15 ปี ลูกจ้างสาว ที่เป็นข่าวโด่งดังช่วงปลายปี 2560

แต่สำหรับ นางจันทิรา ศรีศักดิ์ ชาวจังหวัดเพชรบุรี มารดาของน้องน้ำ มันเหมือนกับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก วนเวียนอยู่ภายในจิตใจของตน

ย้อนคดี‘โมนา’นายจ้างโหด ฆ่าฝังดิน‘น้องน้ำ’สาวใช้ ศาลตัดสินคุกตลอดชีวิต : สดจากสนามข่าว

สภาพศพที่พบ

ย้อนไปเมื่อวันที่ 3 พ.ย. 2560 พ.ต.อ.วิศาล พันธุ์มณี รรท.ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท.ผบก.ป. พ.ต.อ.ศิลปชัย มีช่วย ผกก.สภ.เมืองเพชรบุรี ยศและตำแหน่งขณะนั้น นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองเพชรบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจบก. 5 ป. เดินทางไปยังพื้นที่ไร่ บริเวณซอยศาลาลอย 4 บ้านนามอญ หมู่ 7 ต.หนองโสน อ.เมือง จ.เพชรบุรี

หลังได้รับการประสานจากนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรีว่า ได้รับแจ้งจากนางจันทิราว่าทราบเบาะแสมาว่าน.ส.จริยา หรือน้องน้ำ บุตรสาวที่หายสาบสูญไปนานกว่า 5 ปี ถูกทำร้ายเสียชีวิตและนำศพมาซุกซ่อนอำพรางไว้ที่บริเวณดังกล่าว

ย้อนคดี‘โมนา’นายจ้างโหด ฆ่าฝังดิน‘น้องน้ำ’สาวใช้ ศาลตัดสินคุกตลอดชีวิต : สดจากสนามข่าว

น้องน้ำ น.ส.จริยา ศรีศักดิ์

ตำรวจประสานเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างสรรเพชญธรรมสถานเพชรบุรี ขุดค้นหาบริเวณใต้ต้นตาลท้ายไร่ ใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง ขุดลึกไปประมาณ 1 เมตร พบห่อพลาสติกขนาดใหญ่ เปิดดูพบผ้าห่มห่อหุ้มถุงขยะพลาสติกดำ คลี่ออกพบโครงกระดูกมนุษย์ทั้งตัว สวมเสื้อเชิ้ตสีขาว สวมกางเกงในสีเนื้อ ไม่พบเสื้อผ้าและหลักฐานอื่น แพทย์ชันสูตรศพ พบกรามด้านซ้ายหัก ซี่โครงขวาหัก

นางจันทิรา ยืนยันว่าเสื้อผ้ารูปร่างและเส้นผมที่ยังหลงเหลืออยู่เป็นของบุตรสาว ก่อนเผยว่า เมื่อปี 2554 มีคนรู้จักพาบุตรสาวมาทำงานบ้านที่บ้านของมารดา น.ส.กฤษณา หรือ โมนา สุวรรณพิทักษ์ อดีตผู้เข้าประกวดสาวงามในอำเภอเมืองเพชรบุรี เมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ 2554

จากนั้นน.ส.กฤษณาเดินทางจากกทม. มารับลูกสาวตนขึ้นไปทำงาน โดยสัญญาว่าจะดูแลบุตรสาวตนเป็นอย่างดี และจะพากลับมาหาทุกอาทิตย์ แต่ปรากฏว่าไม่เคยพาลูกสาวกลับมาสักครั้ง ในช่วง 2 เดือนแรกได้ติดต่อกับลูกสาวเพียงโทรศัพท์ 2 ครั้ง ผ่านเบอร์โทร.ของน.ส.กฤษณา

ย้อนคดี‘โมนา’นายจ้างโหด ฆ่าฝังดิน‘น้องน้ำ’สาวใช้ ศาลตัดสินคุกตลอดชีวิต : สดจากสนามข่าว

น.ส.กฤษณา หรือโมนา สุวรรณพิทักษ์

นางจันทิรากล่าวต่อว่า ครั้งสุดท้ายวันที่ 13 เม.ย. 2554 ลูกสาวบอกว่าอยากกลับบ้าน จากนั้นโทรศัพท์ได้ตัดไป ตนพยายามติดต่อแต่ไม่สามารถติดต่อได้ เกรงลูกจะเป็นอันตราย จึงได้ให้เพื่อนติดต่อน.ส.กฤษณาแต่ก็ติดต่อไม่ได้

ต่อมาน.ส.กฤษณาติดต่อมาอ้างว่าลูกสาวตนหนีออกจากบ้านไป ตนจึงเข้าแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.เมืองเพชรบุรี และพยายามตามหาแต่ไม่มีวี่แวว กระทั่ง ช่วงกลางเดือนตุลาคม 2560 มีพลเมืองดีให้เบาะแสว่าลูกสาวตนถูกซ้อมจนเสียชีวิต และนำศพมาฝังไว้ใกล้กับต้นตาลหลังบ้านของน.ส.กฤษณา จึงประสานไปยังมูลนิธิปวีณาฯ เพื่อช่วยเหลือ

ตํารวจกองปราบฯรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนติดตามจับกุมตัวน.ส.กฤษณา ในข้อหาฐานฆ่าผู้อื่นฯ นายปราโมทย์ สุวรรณพิทักษ์ พี่ชาย และน.ส.ปรารถนา หรือเมาท์ ท้วมทรัพย์ สาวหล่อคนสนิท ในข้อหาร่วมกันช่วยเหลือผู้อื่นไม่ให้ต้องรับโทษอาญาหรือรับโทษน้อยลง ขณะที่มีการกันบุตรสาวของน.ส.กฤษณา เอาไว้เป็นพยาน หลังให้การมีประโยชน์ต่อรูปคดี

หลังถูกจับกุมน.ส.กฤษณา ยืนการปฏิเสธ ส่วนที่เหลือให้การตรงกันว่า น.ส.กฤษณาเป็นคนอารมณ์ร้าย หากไม่พอใจใครก็จะใช้กำลังทำร้าย ซึ่งน้องน้ำก็ถูกทำร้ายอยู่บ่อยครั้ง เมื่อช่วงก่อนวันสงกรานต์ ปี 2555 เห็นน.ส.กฤษณาลงมือทำร้ายน้องน้ำ โดยใช้กระป๋องสเปรย์ปรับอากาศ ทุบตีที่ศีรษะหลายครั้ง อีกทั้งใช้กระบอกพลาสติกแข็งทุบตีบริเวณต้นขา และใช้ที่หนีบผมขณะที่ยังมีความร้อนจี้ตามลำตัวจนได้รับอาการบาดเจ็บสาหัส หลังจากนั้นก็ไม่ได้นำตัวส่ง โรงพยาบาล แต่นำตัวขังไว้ในบ้าน จนกระทั่งเสียชีวิต จึงช่วยกันนำศพน้องน้ำจากบ้านที่ย่านจตุจักร กทม. ไปฝังยังจุดเกิดเหตุที่ จ.เพชรบุรี

วันที่ 20 ก.พ. ที่ห้องพิจารณา 811 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลตัดสินให้จำคุกตลอดชีวิตน.ส.กฤษณา และต้องชดใช้ให้มารดาผู้ตาย ที่ต้องขาดไร้อุปการะจากบุตรสาวที่เสียชีวิต รวมทั้งค่าปลงศพ เป็นเงินทั้งสิ้น 1,065,776 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีที่ผิดนัดชำระ นับตั้งแต่วันที่มารดาผู้ตายยื่นคำร้องให้ชดใช้ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 55

ย้อนคดี‘โมนา’นายจ้างโหด ฆ่าฝังดิน‘น้องน้ำ’สาวใช้ ศาลตัดสินคุกตลอดชีวิต : สดจากสนามข่าว

โมนา มาขึ้นศาล

ส่วนน.ส.ปรารถนาและนายปราโมทย์ ถูกจำคุกคนละ 2 ปี แต่ คำให้การของน.ส.ปรารถนาในชั้นสอบสวนมีประโยชน์ต่อการพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกไว้ 1 ปี 4 เดือน ขณะที่นายปราโมทย์ รับสารภาพก่อนสืบพยาน ลดโทษให้ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ศาลยังระบุว่าแม้นายปราโมทย์จะเคยเป็นผู้ใหญ่บ้าน ทำคุณงามความดีมาก่อนและเยียวยามารดาผู้ตายแล้วก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาพฤติการณ์แล้วเป็นการกระทำที่ร้ายแรง จึงไม่มีเหตุให้รอการลงโทษ

สิ้นคำตัดสินเจ้าหน้าที่คุมตัวทั้งหมดส่งเข้าเรือนจำเพื่อรับโทษตามความผิด ขณะที่ทั้งหมดยังสามารถยื่นอุทธรณ์ได้ตามสิทธิ์

คำตัดสินของศาล น่าจะช่วยเยียวยาจิตใจของมารดาผู้สูญเสีย ให้บรรเทาความเจ็บปวดลงได้ ไม่มากก็น้อย

ธานี ทวีเกิด

เรื่อง/ภาพ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน