พรรคแกนนำรัฐบาลคว้าชัยชนะเลือกตั้งถล่มทลาย 193 เสียง เป็นเครื่องพิสูจน์ความไว้วางใจจากประชาชนท่วมท้น
คาดหวังให้พรรคบริหารประเทศตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ไม่ว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะทางการเมืองครั้งนี้จะยืนยาวหรือไม่ ยังขึ้นอยู่กับการจัดวางบุคคลในตำแหน่งรัฐมนตรีแต่ละกระทรวงอีกด้วย
การแต่งตั้งรัฐมนตรีไม่ใช่แค่การแบ่งเก้าอี้ตามสูตรคณิตศาสตร์ แต่ต้องคำนึงถึงศักยภาพ ประสบการณ์ ความรู้ความสามารถ และความเชี่ยวชาญที่ตรงกับภารกิจกระทรวงนั้นๆ
สิ่งเหล่านี้คือพื้นฐานทำให้การขับเคลื่อนประเทศมีประสิทธิภาพ หากเลือกคนไม่ตรงกับงาน ผลลัพธ์คือนโยบายล้มเหลว งบประมาณจากภาษีประชาชนสูญเปล่า
นอกจากนี้ ความซื่อสัตย์สุจริตยังเป็นหัวใจสำคัญ รัฐมนตรีต้องไม่มีประวัติด่างพร้อย ไม่เคยถูกกล่าวหาทุจริตคอร์รัปชั่น
หากเลือกคนที่มีสีกระดำกระด่าง แม้มีฝีมือแค่ไหน ก็จะถูกตั้งคำถามจากสังคม กลายเป็นตัวเซาะกร่อนบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาลทั้งคณะ
ที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างสำหรับพรรคแกนนำ ก็คือกับดักการจัดสรรตำแหน่งตามโควตาบ้านใหญ่-บ้านกลาง-บ้านเล็ก รุ่นเก่า-รุ่นใหม่ หรือแม้แต่สีน้ำเงินแท้ กับสีน้ำเงินพลัดถิ่น
การแบ่งแบบนี้ในอดีตเคยมี สุดท้ายได้คนไม่เหมาะสมกับตำแหน่ง ผลเสียหายเบาๆ คือได้รับฉายา “รัฐมนตรีโลกลืม” ที่สื่อมอบให้ตอนปลายปี
แต่ผลเสียหายหนัก อาจเกิดความขัดแย้งภายในรัฐบาล นโยบายไม่เข้าเป้า ประชาชนผิดหวัง กระทบยาวไปไกลถึงการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคแกนนำรัฐบาลอาจเสียคะแนนจากความผิดหวังสะสม
พรรคแกนนำควรถอดบทเรียนในอดีต ใช้กระบวนการคัดเลือกที่โปร่งใส มุ่งเน้นคุณภาพและความซื่อสัตย์ มากกว่าเน้นเส้นสาย เครือญาติ หรือขนาดของบ้าน ก็จะตอบโจทย์ความหวังของประชาชนได้จริง
การจัดวางตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาล ไม่ใช่เรื่องของการตอบแทนบุญคุณ ปลอบขวัญ ต่อรองทางการเมือง หรือจัดสมดุลภายในพรรค
แต่ต้องยึดผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นหลัก จัดวางอยู่เหนือผลประโยชน์ของพรรคและพวกพ้อง
มันฯ มือเสือ