มีความเคลื่อนไหวน่าสนใจ เกี่ยวกับการแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้
อีกปัญหาสำคัญของประเทศที่ลากยาวมาแล้ว 22 ปี
โดยเมื่อเร็วๆ นี้ รัฐบาลอนุทินปรับเปลี่ยนเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) คนใหม่ ทดแทนคนเก่าที่เป็นพลเรือน
ด้วยการโยกพล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสธ.ทบ. ข้ามห้วยมาเป็นเลขาฯ สมช.
กับอีกรายในส่วนของกองทัพบก ปรับเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 4 ขยับ พล.ต.ชาคริต อุจะรัตน รองแม่ทัพภาคที่ 4 ขึ้นเป็นแม่ทัพ แทนที่ พล.ท.นรธิป โพยนอก ที่ขึ้นผู้ช่วยผบ.ทบ.
ทั้งเลขาฯ สมช. และแม่ทัพภาคที่ 4 นับเป็นเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง ที่จะต้องมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความไม่สงบชายแดนภาคใต้
ทั้ง 2 รายจะเข้ารับตำแหน่ง และเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2569
ต้องติดตามกัน การมาของทั้งคู่จะส่งผลต่อการแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างไรบ้าง
จะสายบู๊ปราบปรามดุดัน หรือไม่
เนื่องจากในห้วงนี้ เหตุรุนแรงยังมีขึ้นเป็นระยะๆ แม้จะไม่ถี่ แต่พอเกิดขึ้นแต่ละที นำไปสู่ความสูญเสีย
ดังล่าสุดกลุ่มคนร้ายดักโจมตีถล่มอส. เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายที่สุคิริน นราธิวาส
ขณะเดียวกัน ก็มีความเคลื่อนไหวอีกด้านน่าสนใจ
สถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา ม.มหิดล ร่วมกับสภาประชาสังคมชายแดนใต้และภาคีเครือข่าย จัดเวทีรวบรวมนำเสนอข้อเสนอเชิงนโยบาย เพื่อการแก้ไขปัญหาชายแดนภาคใต้ ซึ่งครอบคลุมทั้งหมด 16 ประเด็น และในทุกมิติ
โดยจะส่งต่อไปยังตัวแทนพรรคการเมือง และสส.ชายแดนภาคใต้ของแต่ละพรรค เพื่อผ่านต่อไปยังรัฐบาล นายกฯ พรรครัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้าน และสภา
ใน 16 ประเด็น มีตั้งแต่เรื่องการพูดคุยสันติภาพ ความมั่นคงที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เศรษฐกิจท้องถิ่น วัฒนธรรมอัตลักษณ์ ภาษา ศาสนา
การเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วม ปัญหาสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรในพื้นที่ สร้างพลังชุมชนเข้มแข็ง เรื่องเกี่ยวกับครอบครัว พัฒนางานด้านสตรี
ตลอดจนโอกาสทางการศึกษา ส่งเสริมการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น การสื่อสารรู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร หยุดบิดเบือนข้อมูล การเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ
ที่ข้อเสนอสำคัญ คือการกระจายอำนาจปฏิรูปโครงสร้างการบริหาร และการกระจายอำนาจให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่
ประเด็นหลังนี้ หลายประเทศเคยนำไปใช้ และสามารถลด หรือยุติความขัดแย้งได้ในระยะยาว เป็นเรื่องที่ท้าทายรัฐไทยส่วนกลางอย่างยิ่ง
นับเป็นข้อเสนอน่าสนใจจากเครือข่ายในพื้นที่ ซึ่งย่อมจะเข้าใจบริบทต่างๆ ที่นั่นได้มากกว่ารัฐบาลส่วนกลาง
ข้าวตอกแตก