ไม่รู้จริงๆ ว่าเป็นเวรเป็นกรรมอะไรของประเทศไทย ที่แม้จะผ่านการเลือกตั้งมาแล้วเดือนกว่า แต่ก็ยังไม่เห็นหน้าค่าตาของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

ซึ่งนอกจากความล่าช้าของกระบวนการต่างๆ ทางกฎหมาย ที่ถูกตั้งคำถามว่าพยายามยื้อเวลา ‘ความเจริญ’ ไว้ให้นานที่สุด

ในขณะที่ปัญหาของประเทศรุมเร้าในทุกหนทาง ไม่ว่าจะเป็นราคาสินค้าแพง ราคาพลังงานที่ยังคงคาราคาซัง ปัญหาส่วย ทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งเรื่องสิทธิเสรีภาพ ปัญหาสิทธิเด็ก ที่ยังรอแก้ไข

ความเดือดร้อนทุกอย่างถั่งโถมลงบนบ่าของประชาชน โดยไม่มีผู้บริหารที่ควรจะมารับผิดชอบหรือแก้ไขปัญหา

แน่นอนรัฐบาลใหม่ ย่อมไม่ใช่ยาวิเศษ ที่เข้ามาแล้วอะไรจะดีหมด

แต่อย่างน้อยก็ได้มีคนทำงานจริงจัง ทำหน้าที่แทนคนที่ไม่ทำ หรือทำไม่เป็น ตามที่สัญญาไว้กับประชาชน

ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ก็อีกเรื่อง แล้วค่อยไปตัดสินอีกครั้งในการเลือกตั้งครั้งหน้า ถ้าครบวาระ ก็ 4 ปี ถ้ายุบสภา ไปไม่ไหวก็เร็วกว่านั้น

เป็นเรื่องง่ายๆ ตามระบอบประชาธิปไตย ที่คนทั่วโลกเขารู้กัน

แต่ในประเทศไทย นอกจากยังตั้งไม่ได้ด้วยความล่าช้าตามเงื่อนเวลา และข้อกฎหมาย

เรายังได้เห็นความเห็นอุบาทว์พิสดาร ไม่ว่าจะเป็นความพยายามพลิกข้าง จากฝ่ายแพ้มาเป็นฝ่ายชนะ ใช้เงื่อนไขตัวเลขทางคณิตศาสตร์พลิกเสียงโหวตจากประชาชน ให้พ่ายแพ้ในการโหวตของรัฐสภา

พูดกันง่ายๆ ก็คือใช้กลไก 250 ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้งของคสช. หรือคณะรัฐประหาร ที่สืบทอดอำนาจมานั่นเอง

พลิกโหวตจากเสียงข้างน้อยให้ได้เป็นนายกฯก่อน

เสนอกันแบบไม่กระมิดกระเมี้ยน ไม่ต้องอายฟ้าอายดิน หรือมโนสำนึกตัวเอง

แค่นั้นไม่พอยังปูดว่าแม้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ก็ขาดอีกแค่ 60 เสียง จ่ายกันไปคนละ 100 ล้าน ใช้แค่ 6 พันล้านบาท

เท่านี้ก็เสร็จสมอารมณ์หมาย!!

ก็ได้แต่เฝ้าดูว่าข้อสรุปจะเป็นอย่างไรกันแน่ จะเป็นเพียงการปั่นกระแส หรือปูทางเพื่อจะเดินไปตามสูตรดังกล่าว

แต่ที่แน่ๆ ถ้าจะปล้นเสียงประชาชนแบบหน้าด้านๆ คงไม่ราบรื่นอย่างที่คาดหวัง

เตรียมรับแรงกระแทกกันได้เลย!!!

รุก กลางกระดาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน