ยื่น6ข้อชูรร.ปลอดภัย
มธ.จัดรำลึก‘44ปี6ตค.’
อีสานรวมพล-มาพรึบ
เครือข่าย ‘ครูขอสอน’ บุกศธ. ยื่น 6 ข้อเรียกร้องต่อกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในสถานศึกษาและการสร้างโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย เริ่มแล้วงานรำลึก 44 ปี เหตุการณ์ 6 ต.ค. 19 ที่ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ นักวิชาการขึ้นเวทีเสวนา ชี้เป้าหมายที่แท้จริงของรัฐประหารคือการทำลายประชาธิปไตย ‘ตู่’ย้ำต้องแก้ด้วยสันติวิธี เวที ‘อีสาน รวมพล คนรักประชาธิปไตย เวทีต้านเผด็จการ’ หวิดวุ่น ไมค์ ระยอง ฮือไล่ตร. พ้นสนามฟ้าตามข้อตกลง
รำลึก 44ปี 6 ตุลา 19
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 4 ต.ค. ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ คณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) จัดงานเสวนาวิชาการรำลึก 44 ปี 6 ตุลา หัวข้อ “หา(ย) : อุดมการณ์-ความจำทรง-รัฐธรรมนูญ” ผู้เสวนาประกอบด้วย ศ.ดร.เกษียร เตชะ พีระ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ผศ.ดร.บัณฑิต จันทร์โรจนกิจ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์หาวิทยาลัย, ผศ.ดร.ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และดร.เข็มทอง ต้นสกุลรุ่งเรือง อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ทั้งนี้อ.เกษียร กล่าวโดยสรุปว่า เหตุการณ์ 6 ตุลา 19 คือการฆ่าหมู่กับการรัฐประหาร โดยรัฐราชการหรือรัฐพันลึก เพื่อทวนกระแสการปฏิวัติ 14 ตุลา 16 และเพื่อหยุดกระแสการย้ายอำนาจจากกลุ่มชนชั้นนำข้าราชการไปยังกระฎุมพีชาวเมือง คือสงครามอุดมการณ์ซ้ายกับขวา ด้าน อ.บัณฑิต กล่าวว่า เหตุการณ์ 6 ตุลา เกินบรรยายถึงความโหดร้าย ความวิปริตของสังคม กระทั่งในครอบครัว ควรทำให้ความเห็นต่าง พูดคุยแลกเปลี่ยนได้ 44 ปี สังคมไทยควรเรียนรู้ การปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลง ข้อเรียกร้อง ที่ควร จะเปลี่ยนไปใช้เพียงสามัญสำนึก ก็ได้ไม่ต้องอาศัยความซับซ้อนทางกฎหมายที่ต้องตีความ อ.ธำรงศักดิ์ เผยเป้าหมายที่แท้จริงของรัฐประหารคือการทำลายประชา ธิปไตย ขณะที่ อ.เข็มทองกล่าวว่า การต่อสู้กับผีกับเหตุการณ์ 6 ตุลา คือการต่อสู้กับกฎหมายในการให้อภิสิทธิ์รัฐในการ ก่อกรรมกับผู้เห็นต่าง เป็นการคิดแบบไทยๆ ว่ากฎหมายออกมาแล้ว มีการนิรโทษกรรมหลัง 6 ตุลาแล้วก็จบ ซึ่งเราจะเห็นสิ่งเหล่านี้ตลอดเวลา เป็นการบอกว่านิติศาสตร์ก็เป็นป้อมปราการหนึ่งที่ยังปกปักษ์ให้อำนาจนั้นดำรงอยู่มาจนวันนี้
กิจกรรมอัดแน่นตลอด 3วัน
ขณะที่โปรแกรมตลอดทั้งวันประกอบด้วยเวลา 12.00-13.00 น. มีการฉายสารคดี “6 ตุลา ต่างความคิด ผิดถึงตาย” เวลา 13.00-14.00 น. วงเสวนา “6 Oct For Her who disappeared แต่ผู้หญิงเหล่านั้นที่ไม่มีตัวตน” โดยกลุ่มผู้หญิงปลดแอก เวลา 14.00-15.30 น. บอกเล่า “ตำนาน 6 ตุลา 2519” และเวลา 15.30-18.30 น. รายการศิลปวัฒนธรรม: การแสดง “THE MONUMENT” โดย BABY MIME SHOW ดนตรี RAP AGAINST DICTATORSHIP
ในวันที่ 5 ต.ค. มีการฉาย ภาพยนตร์ 6 ตุลา 2519 (เหตุการณ์จริง) รายการศิลปวัฒนธรรม (ละคร/ดนตรี) และเวลา 16.00-18.00 น. และงานเสวนา 6 ตุลา ในทัศนคติ คนรุ่นใหม่ โดยภัศราวลี ธนกิจ วิบูลย์ผล (สิรพภ อัตโตหิ) ลภนพัฒน์ หวังไพสิฐ กษิดิศ อนันทนาธร เกียรติชัย ตั้งภรณ์พรรณ ศิวกรณ์ ทัศนศร ดำเนินรายการโดย กุลภา พบูประภาพ
สำหรับกิจกรรมในวันที่ 6 ต.ค. เริ่มตั้งแต่เวลา 06.30-07.00 น. ที่สวนประติมากรรมประวัติศาสตร์ “ธรรมศาสตร์ กับการต่อสู้เพื่อประชาธิป ไตย” ผู้ร่วมพิธีทำบุญตักบาตร พระสงฆ์ จำนวน 19 รูป เวลา 08.00-09.00 น. รองศาสตราจารย์เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดี กล่าวเปิดงาน และร่วมยืนไว้อาลัยแด่ผู้เสียชีวิต นายพลากร จิรโสภณ อ่านรายชื่อผู้วายชนม์ในเหตุการณ์ 6 ตุลา และพิธีวางพวงมาลาและดอกไม้ ณ ประติมานุสรณ์ “6 ตุลาคม 2519” โดยมีผู้แทนองค์กรต่างๆ อาทิ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ญาติวีรชน 6 ตุลา คณะกรรมการญาติวีรชน 6 ตุลา ผู้แทนพรรคการเมือง สมัชชาคนจน เป็นต้น และมีบทกวีรำลึกจากตัวแทนนิสิต นักศึกษา
เวลา 09.00-09.30 น. ปาฐกถารำลึกเหตุการณ์ “6 ตุลา 2519” โดยนาย จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตผู้นำนักศึกษา 6 ตุลา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เวลา 09.30 -10.00 น. พิธีมอบรางวัล “จารุพงษ์ ทองสินธุ์ เพื่อประชาธิปไตย” จัดโดยสภานักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เวลา 10.00-10.30 น. พิธีเปิดนิทรรศการ “6 ตุลา” นิทรรศการวัสดุ และภาพถ่าย ในเหตุการณ์ “6 ตุลาคม 2519” ที่หอประชุมศรีบูรพา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
จากนั้นเวลา 10.30-13.00 น. เวทีอภิปรายสาธารณะ PRIDI Talks ครั้งที่ 6 ในหัวข้อ “จากหนักแผ่นดินสู่โรคชังชาติ : ชาติ ความเป็นไทย และประชาธิปไตย ที่แปรผัน” จัดโดยสถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยศ.พิเศษดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผศ.ดร.กนกรัตน์ เลิศชูสกุล นิธินันท์ ยอแสงรัตน์ ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ธีรชัย ระวิวัฒน์ ดำเนินรายการโดยทศลิ้มสดใส เวลา 14.00-18.30 น. ฉายภาพยนตร์สั้น เหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 จำนวน 2 เรื่อง คือเสียงแห่งความเงียบ และสองพี่น้อง
เวลา 16.00-17.30 น. เวทีเสวนาการเมืองไทยในสายตาคนรุ่นใหม่ โดยธราธร นิลจรัสวานิช, สิรภพ พุ่มพึ่งพุทธ, ณัฏฐา มหัทธนา(โบว์), ลัลนา สุริโย ประธานสภานักศึกษา มธ., พร้อมพร พันธุ์โชติ นายกองค์การนักศึกษา มธ. ดำเนินรายการโดย THE PEOPLE
‘ตู่’ย้ำต้องแก้ด้วยสันติวิธี
วันเดียวกัน นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือนปช. จัดงานวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 54 ปี ที่สถานีโทรทัศน์พีซทีวี โดยกล่าวถึงกรณีสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มประชาชนปลดแอกและธรรมศาสตร์และการชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคมนี้ว่า ถือเป็นการนัดการชุมนุมกันครั้งแรกของทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นการชุมนุมยืดเยื้อ 7 วัน 7 คืน ตนยังคงยืนยันในสิทธิและเสรีภาพ สามารถชุมนุมได้อย่างสงบปราศจากอาวุธตามรัฐธรรมนูญ และตนเคารพการตัดสินใจของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะมาร่วมในการชุมนุม และตนยังขอยืนยันสนับสนุนแนวคิด 3 ข้อ คือ หยุดคุกคามประชาชน ให้นายกรัฐมนตรีลาออก และยุบสภา
นายจตุพรกล่าวว่า แต่นอกเหนือจากนี้ตนไม่เห็นด้วย พร้อมกับมองว่าหากข้อเรียกร้องจุดยืนทั้ง 3 ข้อถูกจำกัดไว้ จะเกิดชัยชนะต่อผู้ชุมนุม และตนจะขอติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหวังว่ารัฐบาลจะไม่ใช้ความรุนแรง ในการปราบปรามประชาชน และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นจะต้องแก้ไขปัญหาด้วยหลักสันติวิธี ซึ่งการใช้หลักนิติศาสตร์นำหลักรัฐศาสตร์สะท้อนให้เห็นชัดเจนแล้วว่าไม่สามารถแก้ไขปัญหาประเทศได้แม้แต่กรณีเดียว

เสวนา 44 ปี – อาจารย์และนักวิชาการชื่อดังร่วมเสวนาวิชาการรำลึก 44 ปี 6 ตุลา หัวข้อ “หา(ย) : อุดมการณ์-ความทรงจำ-รัฐธรรมนูญ” จัดโดยคณะรณรงค์เพื่อรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน (ครช.) ที่มธ. ท่าพระจันทร์ เมื่อวันที่ 4 ต.ค.
อีสานรวมพลที่มหาสารคาม
ส่วนบรรยากาศ เวทีชุมนุม “อีสาน รวมพล คนรักประชาธิปไตย เวทีต้านเผด็จการ” ณ สนามฟ้า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม แกนนำ นักเรียน นิสิต นักศึกษาจากสถาบันการศึกษา ทั้งในจังหวัดมหาสารคาม และเครือข่าย 20 จังหวัดทั่วอีสาน รวมพลแสดงพลังไล่เผด็จการ สำหรับเครือข่ายนักศึกษา 20 จังหวัดอีสาน ประกอบด้วยกลุ่มเครือข่ายจากขอนแก่น โคราช อุดร ร้อยเอ็ด อุบล เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มนักศึกษาที่เคยแสดงพลังและเคลื่อนไหวทางการเมืองร่วมกับกลุ่มแนวร่วม มมส เพื่อประชา ธิปไตย มาในวาระต่างๆ โดยเวทีชุมนุม “อีสานรวมพล คนรักประชาธิปไตย เวทีต้านเผด็จการ” กิจกรรมจะเริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป จะมีผู้ขึ้นเวทีการปราศรัย อาทิ ทนายอานนท์ นำภา ไผ่ ดาวดิน นิค ธนวิชญ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมนิสิต มมส เพื่อประชาธิปไตย เป็นต้น สลับการการแสดงและกิจกรรมรณรงค์จากกลุ่มพลังเครือข่าย พร้อมกิจกรรมส่งเสียงแห่งการปลดปล่อย เพื่อขับไล่เผด็จการ

อีสานรวมพล – นักเรียน นิสิต นักศึกษา และเครือข่าย 20 จังหวัดทั่วอีสาน ร่วมกิจกรรมรณรงค์เรียกร้องประชาธิปไตย ‘อีสานรวมพล คนรักประชาธิปไตย เวทีต้านเผด็จการ’ จนแน่นมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อวันที่ 4 ต.ค.
ทั้งนี้บรรยากาศโดยรอบมีมวลชนเดินทางมาร่วมงานกันอย่างคึกคัก มีการตั้งบูธกิจกรรมและจำหน่ายของที่ระลึก สลับกับกิจกรรมย่อยของกลุ่มมวลชนเสื้อแดง กลุ่มความหลากหลายทางเพศ กลุ่มภาคีเสื้อแดงอีสาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมปาถุงสีใส่รูปบุคคลสำคัญทั้งนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี รมว.สธ.เป็นต้น ในส่วนของการดูแลความปลอดภัย ทางตำรวจภูธรจังหวัดมหาสารคาม ได้สนธิกำลังจากสถานีตำรวจภูธร อ.เมือง อ.กันทรวิชัย ตำรวจสันติบาล และพื้นที่ใกล้เคียงกว่า 500 นาย กระจายกำลังไปทั่วบริเวณจัดงาน พร้อมสั่งการเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนายไม่ห้ามพกอาวุธ มีการตรวจค้นอาวุธผู้เข้าร่วมงานและตั้งเครื่องตรวจจับโลหะก่อนเข้าไปในพื้นที่จัดงาน นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ร่วมกับทีมอาสาของผู้จัดงานเดินตรวจวัตถุต้องสงสัยทั่วบริเวณงาน ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดแผ่นป้ายโปสเตอร์ และหนังสือปกแดงของกลุ่มผู้ที่เดินทางมาร่วมชุมนุม ซึ่งอ้างถึงเรื่องของความมั่นคงในราชอาณาจักรอีกด้วย
เริ่มด้วยการปราศรัยเรียกน้ำย่อยของนักเรียนจากกลุ่มสหภาพร้อยเอ็ดปลดแอก และกลุ่ม มรม.เสรีเพื่อประชาธิปไตย เพื่อให้ความรู้และร่วมกันต่อสู้ขับไล่รัฐบาลเผด็จการ สำหรับกำหนดการของกลุ่มแกนนำ และกลุ่มผู้แทนจากแนวร่วมนิสิต มมส เพื่อประชาธิปไตย ได้เริ่มทยอยขึ้นเวทีกล่าวปราศัยในเวลา 18.00 น. โดยเริ่ม จากการร้องเพลงชาติและชูสามนิ้วเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ต่อสู้กับเผด็จการ ซึ่งไฮไลต์การปราศรัยใหญ่ครั้งนี้จะเป็นการขึ้นเวทีของ ไผ่ ดาวดิน ทนายอานนท์ นำภา และ นิค ธนวิชญ์ เสพสุข ตามลำดับ ทั้งนี้ระหว่างการปราศัยได้มีฝนตกโปรยลงมา สร้างความชุ่มชื่นให้แก่ผู้ชุมนุม ซึ่งผู้ชุมนุมทั้งหมดต่างโห่ร้อง และยืนปักหลัก ฟังปราศรัยอย่างเหนียวแน่นโดยไม่หนี ไปไหน
ม็อบวุ่นหวิดปะทะตร.
ต่อมาเวลาประมาณ 19.00 น. เกิดเหตุ กระทบกระทั่ง ระหว่างผู้จัดการชุมนุมและเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยผู้จัดงานได้เชิญ เจ้าหน้าที่ออกจากบริเวณจัดงาน ตามที่ได้ตกลงกันไว้ว่าหากมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดในงานแล้ว จะต้องไม่มีตำรวจเข้ามาเดินตรวจตราในบริเวณพื้นที่ชุมนุม จากนั้นการ์ดของกลุ่มผู้จัดได้ช่วยกันยกเครื่องตรวจโลหะที่อยู่บริเวณหน้างานทั้ง 2 เครื่องออกไป พร้อมกำชับทีมอาสาสังเกตเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อาจพยายามปะปนเข้ามาในพื้นที่จัดงาน

ระบาย – ผู้เข้าร่วมชุมนุม ‘อีสานรวมพล คนรักประชาธิปไตย เวทีต้านเผด็จการ’ ใช้ถุงบรรจุสีปาใส่กำแพงภาพระบายอารมณ์ ระหว่างรอแกนนำขึ้นปราศรัยเรียกร้องประชาธิปไตย ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เมื่อวันที่ 4 ต.ค.
ด้านไมค์ ระยอง นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ที่ได้เดินทางมาสังเกตการณ์ ได้นำมวลชนผลักดันเจ้าหน้าที่ออกจากบริเวณหน้าสถานที่จัดงาน หลังการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจก่อให้เกิดความตึงเครียดแก่ผู้ชุมนุม และอาจเป็นการข่มขู่ประชาชนที่กำลังจะเข้ามาร่วมงานจนเกิดความกลัวและกลับไป ถือเป็นการปิดล้อมการชุมนุมอันบริสุทธิ์ และที่สำคัญพื้นที่มหาวิทยาลัยถือเป็นพื้นที่ได้รับอนุญาตแล้ว เป็นพื้นที่เสรี สามารถแสดงความคิดเห็นภายใต้กฎหมายและข้อตกลง
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งแก่ผู้ชุมนุมว่าการนำกำลังเข้ามาบริเวณรอบนอก ถือเป็นการดูแลรักษาความปลอดภัย และเป็นการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบที่กำหนด ซึ่งในเวลาต่อมาหลังจากกลุ่มการ์ดของ ผู้จัดได้ผลักดันเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนยอมออกจากพื้นที่ทางเข้างาน
ครูขอสอนบุกศธ.
ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ กลุ่มเครือข่ายครูขอสอน ได้เดินทางมาจัดกิจกรรมบริเวณหน้าอาคารราชวัลลภที่ทำการของกระทรวงศึกษาธิการ โดยจัดกิจกรรมหุ่นมนุษย์ให้คนมาเขียนคำที่เคยถูกกระทำในช่วงวัยเด็กจากโรงเรียนลงบนผ้ามาติดที่ตัวนักเรียน ร้องเพลงลามะลิลาสะท้อนความรุนแรงของครูที่มีต่อนักเรียน และแสดงละครสะท้อนปัญหาการศึกษาในท้องเรื่องพื้นที่ปลอดภัย
เพื่อแสดงเชิงสัญลักษณ์เคยผ่านมาในโรงเรียน เป็นข้อความความจากทวิตเตอร์ ความรุนแรงเห็นเชิงกายภาพยังมีความรุนแรงที่ไม่ถูกทำให้เห็น จากคำพูดผู้ใหญ่ จึงอยากแสดงให้เห็นว่ามันมีอยู่ โดยไม่เห็นด้วยกับระบบการศึกษาอยากให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นในโครงสร้างการทำงานในชีวิตประจำวันในอาชีพครู นอกจากนี้ยังมีการเคารพธงชาติชูสามนิ้วในช่วงเวลา 18.00 น.
ยื่น 6 ข้อเสนอร.ร.ปลอดภัย
ด้านนายธนวรรธน์ สุวรรณปาล อายุ 28 ปี กลุ่มเครือข่ายครูขอสอน กล่าวว่า เครือข่ายครูขอสอนมีข้อเรียกร้องต่อกรณีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในสถานศึกษาและการสร้างโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย 6 ข้อคือ 1.ขอให้รัฐมนตรีว่การกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องกำหนดนโยบาย และกำกับดูแลให้สถานศึกษาปฏิบัติตามกฎ ระเบียบข้อบังคับของกระทรวงศึกษาธิการ และให้เป็นไปภายใต้บทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 4 ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคล ย่อมได้รับความคุ้มครอง และ หมวด 3 สิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย
2.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องดำเนินนโยบายจำนวนนักเรียนต่อห้องเรียนให้เหมาะสมกับการบริหารจัดการชั้นเรียนเชิงบวก 3.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะต้องดำเนินนโยบายวางมาตรการในกระบวนการสรรหาและพัฒนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงเรียนให้มีความพร้อมในการทำงานอย่างเหมาะสมกับบริบทสถานศึกษา 4.คณะกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร จะต้องพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และกฎหมายการศึกษาอื่นให้ยึดหลักสิทธิมนุษยชน และมีกลไกป้องกันการละเมิดสิทธิดังกล่าว วางกรอบโครงสร้างองค์กรทางการศึกษาให้มีการ กระจายอำนาจไปยังเขตพื้นที่และสถานศึกษา ให้มีอิสระในการบริหางาน และ ส่งเสริมให้นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทาง และตรวจสอบสถานศึกษาได้อย่างแท้จริง
5.คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ให้เป็นผู้แทนนักเรียน ในการตรวจสอบและให้คำแนะนำแก่คุรุสภาในการกำหนดให้หลักสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนหนึ่งขอมาตรฐานและจรรยาบรรณของ ผู้ประกอบวิชาชีพทางการศึกษา 6.คณะกรรมการหรือสโมสรนิสิตนักศึกษา คณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ ทุกสถาบัน จะต้องดำเนินงานกิจกรรมนิสิตนักศึกษาโดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชน และยกเลิกกิจกรรมที่มีลักษณะส่งเสริมวัฒนธรรมอำนาจนิยม
ทั้งนี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนครูที่ปฏิบัติหน้าที่ในการพัฒนาและดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างเต็มความสามารถบนหลักสิทธิมนุษยชน ยืนยันเราจะไม่หยุดเคลื่อนไหว จนกว่ครูจะได้ทำหน้าที่สอนและพัฒนานักเรียนอย่างแท้จริงต่อไป
เลขาฯกพฐ.พร้อมหารือแก้ปัญหา

ม็อบครู – กลุ่มเครือข่ายครู ร่วมชุมนุมแสดงจุดยืนต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชน ต่อกรณีการแสดงออกทางการเมืองของเยาวชนในสถานศึกษา พร้อมยื่น 6 ข้อเรียกร้อง ขอโรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย ที่กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันที่ 4 ต.ค.
ด้านดร.อัมพร พิณะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวว่า โดยกรณีดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เป็นผู้รับผิดชอบ ความรุนแรงระหว่างครูกับนักเรียน ส่วนข้อต่อมาความปลอดภัยในโรงเรียนนั้น กระทรวงศึกษาธิการไม่ได้มีความนิ่งนอนใจในกรณีดังกล่าวฐานะตนรับผิดชอบโรงเรียนของสพฐ.ทั่วประเทศของรัฐ จะดำเนินการเปิดเวทีหารือแนวทางแก้ไขปัญหาพื้นที่โรงเรียนที่ไม่ปลอดภัย รวมถึงสิ่งที่ทำให้นักเรียนเหล่านั้นไม่พอใจ สาเหตุเกิดจากอะไร โดยจะทำเป็นวาระเร่งด่วนเพื่อพิจารณากรณีดังกล่าว
โดยมีการประชุมเพื่อออกแนวทาง การปฏิบัติและตรวจพื้นที่ที่มีปัญหา ส่วนกรณีที่ครูอยู่นอกระบบก็จะดึงกลับเข้ามาให้อยู่ในระบบการศึกษาอยู่กรอบของ คณะกรรมการขับเคลื่อนเรื่องดังกล่าว ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยมีการกำหนดความต้องการเพื่อบริหารจัดการ ผลิตบุคลกรในการสอนจำนวนเท่าไร่ ทำอย่างไรถึงจะมีคุณภาพ ในส่วนของรัฐยังไม่มีปัญหาเกี่ยวกับใบประกอบวิชาชีพครู