จ่อประชิด‘จปร.’ระดมฮ.ช่วยดับบิ๊กตู่สงมท.ป๊อก
ลงพื้นที่สั่งการถกเลขาอาเซียนแก้ควันข้ามแดน

ทบ.-ปภ.ระดมฮ.โปรยน้ำดับไฟป่านครนายก ไหม้ทั้งคืนลามเขา 3 ลูก ข้างโรงเรียนนายร้อย จปร. ‘บิ๊กตู่’ สั่ง ‘พี่ป๊อก’ ลงพื้นที่แทน ถกเลขาฯ อาเซียนแก้ปัญหาควันข้ามแดน ‘เชียงใหม่’ ที่ 1 โลก 6 วันติดอากาศยอดแย่ ‘ปาย’ อ่วมควันพิษรมทั้งเมือง ‘ภูลมโล’ วอดแล้ว 170 ไร่ ระดมจนท.-ชาวบ้านเดินเท้าดับไฟป่า

ถกเลขาฯอาเซียน-ควันข้ามแดน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 30 มี.ค. ที่ห้อง สีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ดร. เกากิม ฮวน (Dr.Kao Kim Hourn) เลขาธิการอาเซียน เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ในโอกาสเยือนประเทศไทยตามคำเชิญของรองนายกฯ และรมว.ต่างประเทศ

โอกาสนี้ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวเน้นย้ำถึงสถานการณ์หมอกควันข้ามแดนที่เป็นความท้าทายที่รุนแรงของภูมิภาค พร้อมขอรับการสนับสนุนจากเลขาธิการอาเซียนในการผลักดันการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยขอให้ช่วยประสาน หารือ หรือสนับสนุนการจัดการประชุมจัดอย่างเร่งด่วนกับประเทศสมาชิก เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการแก้ไขปัญหาและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

จว.เหนือยังจมควันพิษ
ศูนย์แก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานสถานการณ์คุณภาพอากาศพื้นที่ทั่วประเทศ ภาคเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 34-425 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 26 พื้นที่ โดยเป็นพื้นที่สีแดง (กระทบต่อสุขภาพ) 18 พื้นที่ ได้แก่ ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ค่าฝุ่น 425 มคก./ลบ.ม. มีค่าฝุ่นสูงสุดในไทย ต.จองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ค่าฝุ่น 298 มคก./ลบ.ม., ต.แม่คง อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน ค่าฝุ่น 235 มคก./ลบ.ม., ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ค่าฝุ่น 294 มคก./ลบ.ม. ต.เวียง อ.เชียงของ จ.เชียงราย ค่าฝุ่น 298 มคก./ลบ.ม., ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย ค่าฝุ่น 231 มคก./ลบ.ม., ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ค่าฝุ่น 149 มคก./ลบ.ม.,

ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ค่าฝุ่น 155 มคก./ลบ.ม., ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ค่าฝุ่น 131 มคก./ลบ.ม., ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ค่าฝุ่น 360 มคก./ลบ.ม., ต.สุเทพ อ.เมือง ค่าฝุ่น 128 มคก./ลบ.ม., ต.ช่างเคิ่ง อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ค่าฝุ่น 101 มคก./ลบ.ม., ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง ค่าฝุ่น 92 มคก./ลบ.ม., ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน ค่าฝุ่น 96 มคก./ลบ.ม., ต.ลี้ อ.ลี้ จ.ลำพูน ค่าฝุ่น 103 มคก./ลบ.ม., ต.ในเวียง อ.เมือง จ.น่าน ค่าฝุ่น 96 มคก./ลบ.ม., ต.ห้วยโก๋น อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.น่าน ค่าฝุ่น 196 มคก./ลบ.ม. และ ต.บ้านต๋อม อ.เมือง จ.พะเยา ค่าฝุ่น 138 มคก./ลบ.ม.

เฝ้าระวังถึง 6 เม.ย.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตรวจวัดค่าฝุ่นระหว่าง 23-52 มคก./ลบ.ม. พบเกินมาตรฐาน 1 พื้นที่ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครพนม สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ คุณภาพอากาศอยู่ในระดับคุณภาพดีมากถึงคุณภาพดี

คาดพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มที่ควรเฝ้าระวังในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านในวันที่ 31 มี.ค.-6 เม.ย. อย่างไรก็ตาม ระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-2 เม.ย. สถานการณ์อาจบรรเทาลงได้บ้าง เนื่องจากสภาพอากาศที่เปิดมากขึ้น

เว็บไซต์ www.iqair.com รายงานผลการตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ใน อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน วัดได้ 734 มคก./ลบ.ม. ส่วน อ.เมืองวัดได้ 523 มคก./ลบ.ม. ชาวเมืองประสบปัญหาด้านสุขภาพอย่างหนัก ทั้งนี้ ค่าฝุ่นพิษดังกล่าวได้เกินมาตรฐานต่อเนื่องเกินกว่า 1 เดือนแล้ว ขณะที่ ไฟป่ายิ่งโหมหนักกว่าเดิม ล่าสุดวานนี้ พบจุดไฟป่า จำนวน 522 จุด ตั้งแต่ พื้นที่ อ.สบเมย ยัน อ.ปาย

เชียงใหม่รั้งที่ 1 โลก-อากาศแย่
รายงานข่าวแจ้งว่า นับเป็นวันที่ 6 เชียงใหม่ ขั้นอยู่อันดับ 1 ของเมืองที่มีคุณภาพอากาศ แย่ที่สุดของโลก จากการตรวจรายงานของเว็บไซต์ https://www.iqair.com ตรวจวัดคุณภาพอากาศ US AQI ทุกช่วงเวลา เชียงใหม่ ช่วงเวลา 08.00 น. มีค่า 237 มคก./ลบ.ม. ขณะที่สถานการณ์หมอกควันและไฟป่าทวีความรุนแรงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะไฟป่าที่เกิดขึ้นขยายวงกว้างไปในหลายอำเภอ เช่น เชียงดาว, แม่ออน, สะเมิง, หางดง และดอยสะเก็ด พื้นที่ดังกล่าวอยู่ล้อมรอบตัวเมืองเชียงใหม่ ส่งผลให้ควันจากไฟป่าพื้นที่ต่างๆ ส่วนหนึ่งถูกกระแสลมพัดเข้ามาสะสมตัวในเขตอำเภอเมือง ซึ่งมีภูมิประเทศเป็นลักษณะของแอ่งกระทะมีภูเขาล้อมรอบ จนเช้านี้พบหมอกควันสะสมตัวหนาแน่นขึ้น และในแนวโน้มว่าจะสูงที่สุดในรอบปีนี้ คาดการณ์ว่าค่ามลพิษ และพีเอ็ม 2.5 ในเขตตัวเมืองเชียงใหม่วันนี้จะพุ่งสูงที่สุดของปี

ด้านเทศบาลนครเชียงใหม่ เตรียมหน้ากากอนามัย 1 แสนชิ้น แจกจ่ายให้ประชาชนตามจุดต่างๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่ ส่วนหลายโรงเรียนที่ช่วงนี้มีการเปิดการเรียนการสอนในภาค ฤดูร้อน หรือซัมเมอร์ ล่าสุดจัดให้นักเรียนเรียนและอยู่แต่ในห้องเรียนที่เปิดเครื่องปรับอากาศ และเครื่องกรองอากาศ หลีกเลี่ยงการออกมานอกอาคารโดยไม่จำเป็น แต่เริ่มมีการทบทวนว่าหากสถานการณ์รุนแรงขึ้นอาจจะต้องปิดการเรียนการสอนลง

วันเดียวกัน นายลำยอง ศรีเสวก หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ระดมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติฯ ระดมกำลังหน่วยงานราชการและประชาชนในพื้นที่กว่า 80 คน ดับไฟป่ายอดเขาภูลมโล สร้างความเสียหายไปแล้วกว่า 170 ไร่ เพื่อสกัดกั้นแนวป่าไม่ให้ลุกลามต่อไปมากกว่าเดิม โดยเฉพาะที่ไฟป่าที่กำลังลุกไหม้อยู่ใกล้กับทุ่งพญาเสือโคร่ง หรือทุ่งซากุระเมืองไทย ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของภูหินร่องกล้า พร้อมเร่งทำแนวป้องกันไฟลุกลาม หากมีการปะทุขึ้นมาอีก ไฟได้ไหม้ป่าเฉพาะพื้นที่รอบข้างเท่านั้น นอกจากนั้นได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเป็นระยะ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะไม่เกิดไฟป่าขึ้นซ้ำอีก

ไหม้ทั้งเขา – เฮลิคอปเตอร์บินโปรยน้ำดับไฟป่าเขาแก้ว เขาแหลม และเขาตะแบก 3 ภูเขาด้านหลัง โรงเรียนนายร้อย พระจุลจอมเกล้า อ.เมือง จ.นครนายก ซึ่งไฟไหม้ข้ามคืน เสียหายแล้ว กว่า 700 ไร่ เมื่อวันที่ 30 มี.ค.

ระดม ฮ.ดับไฟป่านครนายก
สำหรับสถานการณ์ไฟไหม้ป่าเขาแหลม ที่ยังมีกระแสลมแรง ไฟลุกลามเป็นวงกว้างอย่างรวดเร็ว ประชาชนในพื้นที่ ต.พรหมณี และ ต.เขาพระ จ.นครนายก เริ่มได้รับผล กระทบต่อสุขภาพจากหมอกควันไฟ พล.ท.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า เผยถึงกรณีเหตุไฟป่าได้ไหม้ลุกลามต่อเนื่องผ่านเขาแก้ว เขาแหลม ลามไปที่เขาตะแบก ด้านหลังโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าว่า เมื่อคืนวันที่ 29 มี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนพยายามควบคุมไฟป่าเอาไว้ได้ ทำให้สถานการณ์ไฟป่าในวันนี้จึงคลี่คลายลง

ล่าสุดขอกำลังเฮลิคอปเตอร์ จากศูนย์การบินทหารบก และเฮลิคอปเตอร์จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มาปฏิบัติการโปรยน้ำลงที่พิกัดไฟป่า ที่เกรงว่าจะเกิดการปะทุขึ้นมาในบางจุด หลังจากช่วงคืนที่ผ่านมาไฟที่ลุกลามบนเขาแหลมได้มอดดับไปแล้ว กินพื้นที่ประมาณกว่า 200 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นป่าที่มีสภาพแห้งแล้ง อย่างไรก็ตาม หน่วยงานพื้นที่ ซึ่งมีนายบัญชา เชาวรินทร์ ผวจ.นครนายก เป็นผอ.ศูนย์ป้องกันและแก้ไขไฟป่า เข้าเร่งแก้ไขปัญหาให้ยุติโดยเร็ว จุดที่เกิดเหตุห่างจากชุมชม และโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า แต่ทุกภาคส่วนในพื้นที่ยังคงห่วงผลกระทบจากปัญหาฝุ่น ควันไฟที่เกิดขึ้นกับประชาชนที่อยู่โดยรอบ

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีดังกล่าว ก่อนเข้าประชุม ก.ตร.ว่า สั่งทุกหน่วยงาน สั่งทุกคนไปทั้งหมด ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้เอาน้ำไปดับไฟ เหตุการณ์แบบนี้คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว ซึ่งสาเหตุไฟไหม้ขึ้นมากำลังสอบสวนอยู่ ไม่มีใครอยากให้เกิดอยู่แล้วก็อยากขอร้องความร่วมมือทุกภาคส่วน ประชาชน เจ้าหน้าที่เขาก็พยายามทำงานอย่างเต็มที่ เฝ้าระมัดระวังจนถึงเมื่อเช้าสั่งการลงไปเพิ่มเติมไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน

‘บิ๊กตู่’ย้ำไม่ลงพื้นที่
พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือเรามีมาตรการในทุกมาตรการอยู่แล้ว แต่ถ้าทุกคนไม่ทำมันคือปัญหาแล้วล่ะ ในนามของรัฐบาลเราเข้าใจและเห็นใจ ในเรื่องมาตรการป้องกันปีหนึ่งยังพบการเผาอยู่บ้างในภาคเกษตรกรที่เขาไม่พร้อม เราต้องให้เวลาเขาหน่อย ในการวางแผนเผาล่วงหน้าเพื่อไม่ให้เกิดการสะสมของควัน ซึ่งได้ประกาศไปหมดแล้ว แต่ในการดำเนินการยังมีคนไม่เชื่อ ทำให้คนที่เขาทำดีอยู่แล้วอาจจะกลับไปแบบเดิมอีก ทั้งนี้รัฐบาลไม่ได้ปฏิเสธความรับผิดชอบพยายามทำตามมาตรการ แสวงหาความร่วมมือทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯ จะเดินทางลงไปดูในพื้นที่เกิดเหตุเองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่ไป รับฟังรายงานก่อน และมีงานเยอะแยะ ยังมีหลายงานที่ต้องบริหาร และศูนย์สั่งการอยู่ที่กรุงเทพฯ ในส่วนตรงนั้นให้พื้นที่รายงานเข้ามา และให้มีการติดตามตั้งแต่เช้าแล้ว ทั้งเรื่องของฮ.กองทัพบกด้วย และ ในส่วนของจุดสีส้มถ้าเป็นไปได้อากาศและความชื้นเพียงพอ ความเย็นได้หรือไม่ ทำฝนเทียมได้หรือไม่ ซึ่งตัวอย่างมีหลายที่หลายจุด ฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกันตระหนักรู้ว่าเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร เพราะเดี๋ยวจะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ถ้าเขาไม่มาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ลงไปในพื้นที่แล้วนั้น ไปในนามตน สั่งตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

ผู้ว่าฯยัน 3 วันจบ
ที่ ปภ. นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดมท. เป็นประธานการประชุมติดตามและแก้ไขปัญหากรณีไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองขนาดเล็ก โดยมีผู้บริหารปภ. ร่วมประชุมผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้ว่าฯ ในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 62 จังหวัด นายบัญชา เชาวรินทร์ ผวจ.นครนายก

กล่าวรายงานจากศูนย์บัญชาการเหตุการณ์องค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระว่า เมื่อคืนนี้ทิศทางลมมีความรุนแรง ทำให้เขาแหลมส่วนหน้าไหม้ทั้งเขา มีพื้นที่รวม 700 ไร่ โดยเป็นในส่วนหน้าโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าไหม้ประมาณ 500 ไร่ และในส่วนตอนหลังเขาพระประมาณ 200 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่ไหม้บริเวณสันเขา โดยเมื่อช่วงเช้าได้ประเมินสถานการณ์ร่วมกันกับผู้บัญชาการโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า และได้ยกระดับตั้งเป็นศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอกควันระดับจังหวัด และเมื่อเวลา 08.00 น. วันนี้ได้รับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์และได้ใช้โดรนบินเข้าไป มีชุดอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เป็นทีมชี้เป้า เพื่อประเมินสถานการณ์ และทีมท้องที่ ท้องถิ่น สแตนบายบริเวณตีนเขา เพื่อควบคุมสถานการณ์

โดยในส่วนของน้ำที่ใช้ในการดับไฟ ใช้แหล่งน้ำห้วยปรือเป็นหลัก และได้รับการประสานจากหน่วยอินทรีย์ (ภาคเอกชน) ช่วยเครื่องฉีดน้ำระยะไกล และทำระบบตัดทางไฟ ใช้เส้นทางเดิน (ทางดำ) เป็นเส้นทางเดินเป็นหลัก และเราไล่เคลียร์จุดอันตรายบริเวณเขาพระ และล่าสุดไฟบริเวณสันเขาไม่สามารถเดินได้ จึงใช้อากาศยานเป็นหลัก จากการประเมินสถานการณ์คาดว่าจะสามารถควบคุมได้ภายในไม่เกิน 5 วัน แต่จ.นครนายกจะพยายามแก้ไขสถานการณ์ให้ได้ภายใน 3 วัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน