แสงแห่งสปอตไลต์ยังฉายจับไปยังเงาร่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สม่ำเสมอ
ไม่ว่าจะไปปรากฏตัวในพื้นที่ท่าเรือคลองเตยพร้อมกับถุงยังชีพ ไม่ว่าจะเดินทางไปยัง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วย้อนกลับมายังกาญจนบุรี
นี่ย่อมเป็นการเคลื่อนไหวในทางการเมืองเด่นชัด
โดยพื้นฐานคือการเกาะติดอยู่กับมวลชนอันเป็นแฟนานุแฟน ขณะเดียวกัน ก็สะท้อนการตระเตรียมกำลังก่อนการประชุมใหญ่พรรคเศรษฐกิจไทย
กระนั้น ที่แหลมคมเป็นอย่างมากยังเป็น “ความเห็น”
ไม่ว่าจะเป็นความเห็นผ่านการโพสต์ที่ว่า “ศัตรูของศัตรู เท่ากับมิตรของเรา”
ไม่เพียงเป็นการปรากฏขึ้นในห้วงแห่งการเคลื่อนไหวอย่างคึกคักของ “ฝ่ายค้าน” ท่ามกลางอาการแพแตกภายในรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง
สัมผัสได้จากสถานการณ์ “สภาล่ม” ซ้ำซาก
คำถามไม่เพียงอยู่ที่ว่า ความหมายจาก “ศัตรูของศัตรู” คือใคร หากแต่ที่ตามมาก็คือข้อสังเกตจากสายสัมพันธ์เดิมที่เคยมีกับพรรคเพื่อไทย
พลันที่มีการระบุถึง “พรหมพินาศ” ยิ่งอึกทึกครึกโครม
แม้จะเป็นการโพสต์ในบรรยากาศแห่ง “เสาร์ 5” แต่ก็มีรากมาจาก “หลักธรรม”
นั่นก็คือ การช่วงชิงเวลาที่มีอยู่ในการเข้านมัสการและสนทนาธรรมกับ “พระอาจารย์” ที่เคารพนับถือเพื่อหาความสงบเย็น
1 ได้หลักแห่ง “พรหมวิหาร” 1 ประจักษ์ใน “พรหมพินาศ”
ประมวลมาได้ 1 หลงอำนาจ 1 ฉ้อราษฎร์บังหลวง 1 หลอกลวงลูกน้อง และ 1 ยกย่องคนเลว เท่ากับ พรหมพินาศ 4 เป็นหนทางไปสู่ความวิบัติ
คำถามก็คือ หนทางแห่งความวิบัตินี้ หมายถึง “ใคร”
จาก “พรหมพินาศ 4” ย้อนกลับไปยัง “ศัตรูของศัตรู เท่ากับมิตรของเรา” ได้เด่นชัด
เพียงแต่ว่าหนทางแห่งความวิบัติอันรวมศูนย์เป็น “พรหมพินาศ 4” นี้เมื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประมวลมาเขานึกถึงใคร
เป็นใบหน้าของใครลอยเด่นมาให้เห็น