หน่วยฉก.นราธิวาสชี้แจงอีกครั้งกรณีถูกกล่าวหา ทหารใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงใส่กลุ่มวัยรุ่นจากเฮลิคอปเตอร์ ในพื้นที่อ.จะแนะ จ.นราธิวาส เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 22 ส.ค.2569
โดยขอปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างสิ้นเชิง พร้อมระบุเป็นภารกิจทางอากาศ เพื่อลาดตระเวน และตรวจการณ์เท่านั้น เนื่องจากเกิดเหตุสร้างสถานการณ์ความรุนแรงขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วจ.นราธิวาส
จึงจัดเฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินปฏิบัติภารกิจสนับสนุน และประสานการปฏิบัติกับกำลังภาคพื้นดินเท่านั้น โดยไม่มีการนำอาวุธขึ้นไปบนอากาศยานเพื่อปฏิบัติการยิงแต่อย่างใด โดยบนเครื่องมีกำลังพล 4 นาย คือนักบิน นักบินผู้ช่วย ช่างเครื่อง และฝ่ายอำนวยการ
คำชี้แจงยืนยันอีกครั้ง จากหน่วยทหารในพื้นที่จ.นราธิวาส
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความกระจ่างชัด นายรอมฎอน ปันจอร์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่เฝ้าติดตามเหตุการณ์นี้ ร่วมออกมาเรียกร้อง
โดยระบุว่าข้อเท็จจริงมี 2 มุม เริ่มจากผู้ที่ได้รับบาดเจ็บยืนยันว่าถูกยิงจากเฮลิคอปเตอร์ ขณะที่หน่วยงานราชการ ทั้งหน่วยฉก.นราธิวาส และกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ยืนยันว่าไม่มีการยิงจากเฮลิคอปเตอร์แต่อย่างใด
จึงขอเรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงในกรณีนี้ คู่ขนานไปกับการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน หากความจริงในครั้งนี้ไม่ยุติ หรือคลี่คลาย และได้รับความเชื่อมั่นจากทุกฝ่าย
เพราะเกรงว่าประเด็นความจริงหลายชุด จะเหมือนกับหลายเหตุการณ์ที่ทุกคนต่างเล่าเรื่องกันไป ทําให้เกิดความบาดหมาง และหวาดระแวง
ทั้งคำชี้แจงจากฝ่ายทหาร และคำยืนยันจากฝ่ายผู้บาดเจ็บ ตลอดจนข้อเรียกร้องจาก สส.พื้นที่ชายแดนภาคใต้ ต่างฝ่ายล้วนมีน้ำหนัก แต่ยังมีบางอย่างไม่ตรงกัน
ข้อเสนอและเรียกร้องให้นายกฯ ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงเรื่องนี้ คู่ขนานไปกับการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ นับว่าน่าสนใจ
เนื่องจากสถานการณ์ชายแดนภาคใต้ในขณะนี้ กลับมาทวีความรุนแรงอีกครั้ง ดังที่เกิดเหตุวางระเบิดและเผาหลายจุดทั่วพื้นที่ ซึ่งสะท้อนถึงความบกพร่องด้านงานมวลชนของฝ่ายรัฐ
ดังนั้น กรณีเฮลิคอปเตอร์ยิงประชาชนหรือไม่นั้น จึงสมควรสอบข้อเท็จจริง พิสูจน์ทราบให้กระจ่างชัดแจ้ง เพราะหากนิ่งเฉย ยิ่งนานวันจะเป็นเงื่อนไขบานปลาย โดยเฉพาะความหวาดระแวง และความน่าเชื่อถือของรัฐ