คอลัมน์ บทบรรณาธิการ
กองทัพในโลกออนไลน์ – เฟซบุ๊กเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ประกาศปิดบัญชีเฟซบุ๊กรวมทั้งสิ้น 185 บัญชี ในประเทศไทย ประกอบไปด้วย 77 บัญชี 72 เพจ และ 18 กลุ่มบนเฟซบุ๊ก และยังมีอีก 18 บัญชีใน อินสตาแกรม
พบว่ามีความเชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) และกองทัพ ในการทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operation) หรือไอโอ
นอกจากนี้ ยังพบด้วยว่ามีบัญชีผู้ใช้งานติดตามเพจ ไอโอเหล่านี้ถึง 700,000 บัญชี และมีบัญชีที่เข้าร่วมในแต่ละกลุ่ม ที่ไอโอสร้างขึ้นอย่างน้อยประมาณ 100,000 บัญชี นับเป็นเครือข่ายไอโอขนาดใหญ่ปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารกับประชาชน
ที่สำคัญมีการใช้งบประมาณทำโฆษณา บนเฟซบุ๊กด้วย ซึ่งก็น่าสงสัยว่าเป็นเงินที่มาจากภาษีของประชาชน
เมื่อช่วงปลายปี 2563 ทวิตเตอร์ก็เผยแพร่ผลการตรวจจับบัญชีผู้ใช้ที่เห็นเด่นชัดว่าเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการด้านข่าวสาร ประกอบด้วยหน่วยปฏิบัติการข่าวอิสระที่เชื่อว่าเป็นของประเทศไทย อยู่ด้วย
จึงระงับบัญชีไอโอจำนวน 1,594 บัญชีอย่างถาวร จากทั้ง 5 ประเทศ เนื่องจากฝ่าฝืนนโยบายการใช้งานของแพลตฟอร์ม พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลนี้ กับหน่วยสังเกตการณ์อินเตอร์เน็ตสืบสวนและวิเคราะห์ข้อมูลต่อไป
สำหรับประเทศไทย ตรวจสอบพบเครือข่ายที่ร่วมปฏิบัติการไอโอและได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือที่เชื่อมโยงกับกองทัพบก โดยมีส่วนร่วมกระจายเนื้อหาสนับสนุน กองทัพและรัฐบาล
รวมถึงสอดส่องพฤติกรรมของฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองที่มีชื่อเสียง
พฤติการณ์ไม่ชอบมาพากลของรัฐบาลและกองทัพต่อการปฏิบัติการด้านข้อมูลข่าวสารไปในทางไม่สร้างสรรค์ นำมาซึ่งความแตกแยก เกลียดชัง สร้างความหวาดระแวงในหมู่ประชาชน ที่ผ่านมานั้น
มีการอภิปรายในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่คำชี้แจงทั้งหมดก็เป็นไปอย่างตื้นเขิน ส่วนใหญ่จะเป็นการปฏิเสธ และปกป้องหน่วยงานของตนเองเสียมากกว่า
การออกมาเปิดเผยข้อมูลและระงับใช้บัญชี ที่เกี่ยวข้องที่โยงใยกับรัฐบาล กองทัพ กองอำนวยการ รักษาความมั่นคงภายในจากองค์กรสื่อสารออนไลน์ระดับโลกอย่างต่อเนื่องกัน จึงไม่ส่งผลดีอย่างแน่นอน
ทางออกที่ดีคือออกมาชี้แจงอย่างตรงไปตรงมา แก้ไข และยอมรับกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น