เป็นประเด็นน่าจับตากรณีศาลรัฐธรรมนูญมีมติเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน ให้สอบถามอัยการสูงสุดว่ามีคำสั่งรับหรือไม่รับดำเนินการคำร้อง กรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล หาเสียงด้วยการเสนอให้แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยให้แจ้งต่อศาลภายใน 15 วัน
มติดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากมีผู้ร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 ว่า การกระทำของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ และพรรคก้าวไกล ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่..) พ.ศ….เพื่อยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยใช้เป็นนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้ง และยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง
เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง หรือไม่
จุดเริ่มต้น เมื่อ 30 พ.ค. 2566 ผู้ร้องยื่นคำร้องต่ออัยการสูงสุดให้พิจารณาส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยสั่งการให้พิธา เลิกกระทำการใดเพื่อยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายมาตรา 112
เลิกการแสดงความคิดเห็น พูด เขียน พิมพ์ โฆษณาและสื่อความหมายโดยวิธีอื่น เพื่อให้ยกเลิกหรือแก้ไขมาตรา 112 ที่กระทำอยู่และที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 49 วรรค 2
ดังที่ศาลรัฐธรรมนูญมีแนวบรรทัดฐานไว้ ในคำวินิจฉัยที่ 19/2564 ใน “คดีทะลุเพดาน” การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม 10 ส.ค. 2563
ต่อมาวันที่ 16 มิ.ย. 2566 ผู้ร้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากเมื่อยื่นคำร้องถึงอัยการสูงสุดแล้วไม่ดำเนินการภายใน 15 วันตามที่กฎหมายกำหนด ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีมติสอบถามดังกล่าว
ไม่รู้อัยการสูงสุดจะให้คำตอบต่อศาลรัฐธรรมนูญอย่างไร หรือเมื่อผู้ร้องยื่นร้องต่อศาลเองแล้ว ศาลจะรับคำร้องไว้หรือไม่ ถ้ารับไว้ ผลวินิจฉัยจะออกมาอย่างไร ยึดตามบรรทัดฐานคำตัดสิน “คดีทะลุเพดาน” หรือไม่ ที่ว่า เป็นการแสดงความคิดเห็นโดยไม่สุจริต ละเมิดกฎหมาย มีมูลเหตุจูงใจเพื่อล้มล้างการปกครองฯ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 วรรคหนึ่ง และมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้อง รวมทั้งกลุ่มองค์กรเครือข่ายเลิกกระทำการดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้ความเห็นเรื่องนี้ว่า หากศาลรับคำร้องไว้ก็ไม่น่าจะส่งผลต่อการโหวตนายกรัฐมนตรี แต่เรื่องนี้ก็ถือเป็น “สารตั้งต้น” ให้มีคนมาร้องยุบพรรคต่อไป หากถูกตัดสินว่าผิดจริง
การชี้ช่องเช่นนี้ ไม่เป็นผลดีต่อบรรยากาศการเมือง จะทำให้ประชาชนที่เพิ่งไปใช้สิทธิเลือกตั้งและเลือกพรรคก้าวไกลชนะเป็นอันดับ 1 จะรู้สึกคับข้องใจ ว่ามีกระบวนการจ้องจัดการพรรคก้าวไกล ด้วยสารพัดเรื่อง จนถึงขั้นจะให้ยุบพรรค ขุดรากถอนโคนกันเช่นนี้หรือ